xs
xsm
sm
md
lg

หนุ่มเสื้อชมพูขอโทษกู้ชีพ ไม่มีเจตนาขัดขวางช่วยชีวิต พร้อมโต้ทีวีบางช่องออกข่าวมั่ว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุบลราชธานี-หนุ่มที่ปรากฏภาพขึ้นไปโวยวายบนรถพยาบาล ขณะช่วยชีวิตลูกน้องที่ขี่ จยย.ชนต้นไม้ดับ ขอโทษที่สติแตก เพราะเสียใจที่น้องเสียชีวิต ไม่ได้ตั้งใจขวางการทำงาน และไม่ใช่คู่อริไปขวาง เพื่อไม่ให้ช่วยชีวิตตามที่มีสื่อบางช่องนำเสนอ

จากกรณีหน่วยกู้ชีพองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี แชร์ภาพชายสวนเสื้อยีดสีชมพูขึ้นไปโวยวายบนรถกู้ชีพ ขณะกำลังช่วยเหลือนายนันทวัฒน์ หรือปอน ทัดเทียม อายุ 19 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักไปชนกับต้นไม้ข้างทางอาการสาหัสว่า เจ้าหน้าที่ทำงานชักช้าไม่รีบนำตัวคนเจ็บไปให้แพทย์ที่โรงพยาบาล เพื่อช่วยชีวิต จนเจ้าหน้าที่ประจำรถกู้ชีพได้นำภาพมาแชร์ระบุเป็นการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่นั้น

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้( 14 มิ.ย.) นายเอ (นามสมมติ) อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นชายสวมเสื้อชมพูในวันนั้นได้ออกมาชี้แจงกับผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดอุบลราชธานี โดยเล่าว่า ตนเองเป็นหัวหน้างานของนายนันทวัฒน์ หรือ ปอน ซึ่งมาทำงานหาเงินส่งเสียตัวเรียนชั้น ปวช.ช่างอากาศยาน วิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง เมื่อสองปีมาแล้ว

โดยวันเกิดเหตุหลังเลิกงานก็ซื้ออาหารมาทำกินด้วยกันตามปกติ ก่อนจะกลับบ้าน ซึ่งปกติปอนคนตายจะขี่รถกลับพร้อมกับแบงก์ที่เป็นเพื่อนที่มาเรียนด้วยกัน และเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน เพื่อกลับไปพักที่บ้านแฟนสาวของปอนที่อยู่บ้านท่าบ่อ ต.แจระแม อ.เมืองอุบลราชธานี แต่วันนั้นปอนได้ปลีกตัวขี่รถกลับไปก่อน


ต่อมาแบงก์ที่พักอยู่บ้านเดียวกับปอนกำลังขี่รถกลับในเส้นทางเดียวกัน ก็มาพบว่าปอนประสบอุบัติเหตุ และเจ้าหน้าที่กู้ชีพกำลังพยายามช่วยชีวิต จึงโทรศัพท์แจ้งให้นางสาวจิรภัทร์ แสงคำ อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นแม่แฟนสาวปอนทราบ พร้อมกับแจ้งให้นายเอ ซึ่งเป็นหัวหน้างานและรักปอนเหมือนน้องให้มาดูด้วย

เมื่อนายเอมาถึง ก็มีความรู้สึกทำไมเจ้าหน้าที่ไม่รีบนำตัวนายปอนส่งให้แพทย์ช่วยรักษาที่โรงพยาบาล เพื่อช่วยชีวิตปอน โดยนายเอ ยอมรับว่า ตอนที่เปิดประตูขึ้นไปบนรถและเห็นสภาพของนายปอน รู้สึกทำใจไม่ได้และเกิดสติแตก เพราะมีความรักความผูกพันกับนายปอนที่เป็นลูกน้องเป็นอย่างมาก

เพราะนายปอนเป็นคนมีความกตัญญู ต้องขี่รถกลับไปดูตาและยายที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กทุกสัปดาห์ เพราะพ่อแม่แยกทางกัน ไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสีย และได้เป็นเฒ่าแก่ไปขอหมั้นหญิงสาวที่เป็นลูกสาวของนางสาวจิรภัทร์เมื่อปีก่อนให้ด้วย

เมื่อเกิดเหตุขึ้น จึงรู้เสียใจ เอะโวยวายเจ้าหน้าที่กู้ชีพ แต่ไม่ได้ทำร้ายหรือมีเจตนาขัดขวางการทำงานแต่อย่างใด และยอมรับผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมจะเข้าขอโทษกับเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพวันนั้นทุกคน ซึ่งได้ประสานขอเข้าพบแล้ว และรอให้ฝ่ายกู้ชีพนัดวันเวลาให้เข้าพบได้


ด้านนางสาวจิรภัทร์ แสงคำ อายุ 38 ปี ว่าที่แม่ยายของนายนันทวัฒน์ เล่าว่า รักนายปอนเสมือนลูก เมื่อลูกสาวรักชอบพอกันก็ได้ให้หมั้นหมายกันไว้เมื่อปีก่อน และให้นายปอนมาพักกับนายแบงก์ที่เป็นหลานชายของตนที่บ้านตนที่บ้านท่าบ่อ ในวันเกิดเหตุเห็นว่าค่ำมากแล้ว ไม่เห็นนายปอนกลับบ้านก็ได้โทรศัพท์ไปสอบถามนายแบงก์ ซึ่งแบงก์ก็บอกว่าปอนขี่รถกลับมาก่อนแล้ว แต่หลังจากนั้นไม่นานแบงก์ก็โทรศัพท์มาแจ้งว่านายปอนเกิดอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่กำลังช่วยเหลือกันอยู่

ตนเองก็รีบออกไปก็พบนายเอไปถึงก่อน และโวยวายเจ้าหน้าที่ที่ไม่รีบพานายปอนส่งโรงพยาบาลให้แพทย์รักษาด้วยความเสียใจ ซึ่งตนก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่เข้าใจวิธีการช่วยชีวิตนายปอนที่เจ้าหน้าที่กำลังพยายามช่วยกันทำอยู่ ซึ่งตนเข้าใจว่าต้องเป็นเฉพาะหมอหรือไม่ เพราะเป็นเคสที่หนัก แต่ถ้าบาดเจ็บแผลถลอกเป็นหน้าที่ของกู้ชีพทำ ซึ่งเป็นแบบนี้ตนเข้าใจ แต่ในเคสที่หนักอย่างปอนตนไม่เข้าใจ และถ้าทำกันอยู่ตรงนั้น กลัวมีผลกระทบกับคนเจ็บ ก็เลยติดใจแค่ตรงนั้น


กำลังโหลดความคิดเห็น