xs
xsm
sm
md
lg

ยืนยันแล้ว! ลำปางเจอผู้ป่วยโควิด 3 รายรวดเสี่ยงสูงอีก 8 เข้าขั้น จว.เหลืองเข้ม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ลำปาง – ผู้ว่าฯหมูป่า เผยลำปางพบผู้ป่วยโควิดยืนยันแล้ว 3 ราย เสี่ยงสูงอีก 8 เข้าขั้นพื้นที่สีเหลืองเข้ม..ระบุแม่ค้าตลาดรถไฟรัชดาป่วยก่อนนั่งเครื่องไทยสมายล์-รถตู้เชียงราย/แพร่กลับงาว ทำแม่-ป้าติดเชื้อด้วย


วันนี้(4 เม.ย.) นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯลำปาง ในฐานะประธานคกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนายประเสิรฐ กิจสวรรณรัตน์ นพ.สสจ.ลำปาง ได้แถลงข่าวกรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด -19 ในพื้นที่ลำปาง รวม 3 ราย ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล และมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอีก 8 ราย แม้ผลตรวจเป็นลบ แต่ต้องเฝ้าระวัง 14 วัน

ซึ่งทำให้ลำปางเข้าสู่แผนรับมือสีเหลืองเข้ม ตามแผนที่วางไว้คือ สีเขียว สีเหลือง สีส้ม สีแดง ความหมายคือสีเหลือง มีคนติดเมื่อไหร่ถือว่าเริ่มมีโรค และได้มีการเตรียมปรับ รพ.เกาะคา รองรับผู้ป่วยโควิดโดยเฉพาะ โดยจะนำแพทย์-พยาบาลมาฝึกอบรมเพิ่มเติมด้วย

โดยผู้ป่วยยืนยันรายที่ 1 เป็นหญิง อายุ 58 ปี เจ้าของร้านขายของชำ เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังอยู่แล้ว เริ่มมีอาการป่วยเมื่อ 31 มี.ค. เข้ารับการรักษาตัวเมื่อ 2 เม.ย.ที่ รพ.งาว

ผู้ป่วยรายที่ 2 เป็นหญิง อายุ 42 ปี (ลูกสาวผู้ป่วยรายแรก) เป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้าตลาดนัดรถไฟรัชดา กรุงเทพฯ เริ่มป่วยเมื่อ 17 มี.ค.ด้วยอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ไม่ได้ไปรักษาที่ไหน กระทั่ง 22 มี.ค.ได้ไปหาหมอ รพ.งาว ด้วยอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดหัวมา 5 วัน แพทย์ได้รักษาตามอาการและนัดพบวันรุ่งขึ้น แต่ผู้ป่วยไม่มาตามนัด จนวันที่ 26 มี.ค.ได้ไปหาหมอที่คลินิกโรคทางเดินหายใจ พร้อมขอทำ Lab Code แต่ไม่เข้าเกณฑ์สงสัยติดเชื้อ เพราะให้ประวัติว่าเพื่อนชาวญี่ปุ่นไม่มีอาการป่วย จึงกลับบ้านแยกตัว โดยมีเจ้าหน้าที่ รพ.สต.บ้านน้ำจำ วัดไข้ทุกวันแล้วไม่พบว่ามีไข้

ทั้งนี้ผู้ป่วยหญิงรายนี้ ระหว่างอยู่กรุงเทพฯ พักอาศัยอยู่คอนโดฯซึ่มีอยู่ 2 ตึก (คอนโดฯที่พักมี 2 ตึก ตึกที่ผู้ป่วยพักไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อ ขณะที่อีกตึกหนึ่งมีผู้ป่วยติดเชื้อ) มีประวัติต่อต่อกับเพื่อนชาวญี่ปุ่น(กลับญี่ปุ่นแล้วไม่มีอาการ) ระหว่าง 7-10 มี.ค. เดินทางไปห้างสรรพสินค้าเมื่อ 14 มี.ค. กระทั่ง 17 มี.ค.มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ 20 มี.ค.เดินทางด้วยเครื่องบินไทยสมายล์ จากสุวรรณภูมิ-เชียงราย 13.10 น.-นั่งรถโดยสารสนามบิน-ขนส่ง และรถตู้สายเชียงราย-แพร่ ออกเวลา 15.00-15.30 น. มีผู้นั่งมาในรถรวม 5 คน

และเมื่อมาถึง อ.งาว ผู้ป่วยรายนี้ได้ลงรถ พร้อมกักตัวภายในห้องชั้น 2 ของบ้านเพียงคนเดียว เนื่องจากรู้ว่าตัวเองมาจากพื้นที่เสี่ยง แต่ถึงแม้จะพยายามกักตัวอย่างไรก็ตาม แม่(ผู้ป่วยยืนยันรายแรก) เป็นคนทำอาหารไปให้ ทำให้เชื้อมีโอกาสแพร่ระบาดไปติดผู้เป็นแม่ได้

ผู้ป่วยยืนยันรายที่ 3 เป็นหญิงอายุ 64 ปี เป็นพี่สาวของผู้ป่วยรายแรก แม้อยู่บ้านคนละหลัง แต่สนิทสนมไปมาหาสู่กันทุกวัน ไม่มีอาการไข้ แต่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง เมื่อตรวจแล้วจึงพบว่าติดเชื้อโควิด ซึ่งผู้ป่วยรายนี้อาศัยอยู่กับหลานชาย 2 คน สามีเสียชีวิต ส่วนลูกทำงานต่างจังหวัดไม่ได้กลับบ้าน ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างสอบสวนผู้สัมผัสใกล้ชิดเพิ่มเติม


ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ บอกด้วยว่ากรณีพบผู้ป่วยในลำปาง 3 รายนี้ และเชื่อว่าผู้ป่วยรายที่ 2 ซึ่งเป็นลูกสาวของผู้ป่วยรายแรก เป็นผู้นำเชื้อเข้ามาแพร่ให้กับแม่ ญาติ และคนลำปาง ถือเป็นบทเรียนหนึ่ง และอยากฝากว่าขณะนี้นโยบายของรัฐบาลไม่ให้มีการเคลื่อนที่ ทุกคนต้องเคารพและปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด ตราบใดที่เรายังมีการเคลื่อนที่ก็ยังมีความเสี่ยง ซึ่งไม่เสี่ยงเฉพาะตัวเองแต่เสี่ยงต่อคนอื่น

“ตราบใดที่ตัวเองมีความเสี่ยงแต่ไม่เก็บตัว ยังไปสร้างความเสี่ยงให้กับเพื่อนร่วมชุมชน เพื่อร่วมชาติ มันร้ายนะ ตนไม่รู้จะพูดยังไง เคสนี้หากเขาไม่กลับมา อยู่ในคอนโดฯดีอยู่แล้วอีกอาทิตย์เดียวก็จะครบ แล้วค่อยกลับมาทีหลังก็ได้ ซึ่งพอกลับมาก็มาทำให้แม่ป่วย ป้าป่วย ซึ่งทั้งคู่เป็นผู้สูงอายุและต้องดูต่อไปว่าอาการจะเป็นอย่างไร”

ซึ่งหากเขาอยู่ในที่ตั้งคือคอนโดฯและไม่ออกมา ก็ไม่มีความเสี่ยงเลย พอออกมาความเสี่ยงเกิดขึ้นทันทีทั้งคนที่นั่งมากับรถตู้ คนนั่งเครื่องบินไทยสมายล์ หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านต้องถูกสั่งปิด คนเดือดร้อนเป็นพันคน และที่น่าเป็นห่วงคือทีมงานจังหวัดต้องเสียบุคลากรทางการแพทย์ไป เพราะมีบุคลากรทางการแพทย์ไปสัมผัสถึง 8 คน ก็ต้องดูแลพิเศษคือกักตัว

“ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม เมื่ออยู่คอนโดฯดีอยู่แล้วแต่ทำไมต้องกลับมาสร้างความเสี่ยงให้กับคนอื่น ทั้งๆที่อายุก็ไม่ใช่น้อยแล้วน่าจะมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ ทุกคนในจังหวัดลำปางทำงานกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อยและเราทำได้ดีมากๆไม่ว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทุกคน และพี่น้องชาวลำปางตลอดเวลาที่ผ่านมาจะเห็นว่าช่วง 2 สัปดาห์มานี้ สวมหน้ากากกันเกือบ95% ให้ความร่วมมือในการอยู่บ้าน ปิดร้านค้า ปิดร้านขาย พวกเราเป็นคนดีมาโดยตลอด แต่พอเราพลาดครั้งเดียวในครั้งนี้เราต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว ไม่เฉพาะที่งาว แต่ทุกพื้นที่ก็ต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีก”

ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ กล่าวต่อว่าอยากกราบวิงวอนพี่น้องท่านอื่นหากไม่จำเป็นอย่าเคลื่อนย้ายเลย โดยเฉพาะจากจังหวัดที่เสี่ยงอย่าเพิ่งกลับมาเลย เพราะหากท่านกลับมา ท่านก็จะมาสร้างความเสี่ยงให้กับญาติพี่น้อง ชุมชนของท่าน และสร้างความเหน็ดเหนื่อยให้กับเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่น้อยอยู่แล้ว และเมื่อมีผู้ติดเชื้อแล้วทั้งจังหวัดก็จะต้องมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้นไปอีกเพื่อให้พี่น้องเกิดความปลอดภัยให้มากขึ้น
กำลังโหลดความคิดเห็น