สระแก้ว - ชาวบ้านวังน้ำเย็น เข้าแจ้งความ และร้องคัดค้านตั้งเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ ให้ตั้งห่างชุมชน 400 เมตร เตรียมฟ้อง ม.157 จนท.รัฐละเลย หลังมีการก่อสร้างโดยผิดกฎหมาย ไม่มีการเปิดรับฟังความคิดเห็น และทำความเข้าใจต่อประชาชน
วันนี้ (18 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่ชาวบ้านในพื้นที่ ม.13 ต.วังน้ำเย็น อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ทำหนังสือร้องเรียนต่อเทศบาลเมืองวังน้ำเย็น อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว เรื่องการติดตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์ในชุมชน บริเวณใกล้เคียงกับบ้านเลขที่ 202 ม.13 ต.วังน้ำเย็น ซึ่งมีชาวบ้านอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยผู้ประกอบการไม่ได้แจ้งให้ทราบมาก่อน ซึ่งขัดต่อข้อกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เรื่องหลักเกณฑ์และมาตรฐานการกำกับดูแลคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องทำความเข้าใจต่อประชาชนที่อาศัยในบริเวณที่จะติดตั้ง และบริเวณใกล้เคียง พร้อมทั้งทำหนังสือบันทึกข้อความขอให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างเสาสัญญาณนั้น
โดย นายวันชัย นารีรักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองวังน้ำเย็น ได้ทำหนังสือส่งถึงผู้ร้องฯ โดยระบุว่า ปัญหาร้องเรียนดังกล่าวทางบริษัทฯ ได้ชี้แจงทำความเข้าใจต่อประชาชนในพื้นที่ยังไม่เพียงพอ ทางเทศบาลฯ จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 40 (1) พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2535 กรณีที่มีการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.นี้ เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งระงับการกระทำได้ ทางเทศบาลเมืองวังน้ำเย็น จึงได้ดำเนินการระงับการก่อสร้างชั่วคราว เพื่อให้ผู้ประกอบการดำเนินการตามประกาศ กสทช. โดยจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น และให้ผู้ประกอบการทำความเข้าใจต่อประชาชนในวันที่ 15 พ.ย.60 ที่ผ่านมา ซึ่งชาวบ้านยังยืนยันไม่ให้มีการก่อสร้างในชุมชน
นางชุดา จินดาพราหมณ์ อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นอดีตอาจารย์ในสถาบันการศึกษา อยู่บ้านเลขที่ 206 ม.13 ต.วังน้ำเย็น ระบุว่า การตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์ดังกล่าวในชุมชนเป็นอันตรายต่อความปลอดภัย และสุขภาพของมนุษย์จากการใช้วิทยุโทรคมนาคมชัดเจน มีข้อมูลยืนยันจากสถาบันคุ้มครองผู้บริโภค ระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้ที่อยู่อาศัยใกล้เสาจะเป็นอันตราย เพราะมีการกำหนดโซนสีแดง สีเหลือง และสีเขียว ซึ่งคนต้องอยู่ห่างในโซนสีเขียวเท่านั้น หรือห่างเสาอย่างน้อย 400 เมตร จึงจะปลอดภัยจากความเสี่ยงการรับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ยิ่งสถานพยาบาล โรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็กยิ่งเสี่ยงมาก
“ประชาชนมีโอกาสเลือกที่จะไม่ให้เกิดปัญหาสุขภาพต่อคนในชุมชน กรณีที่มีการปฏิบัติที่ผิดกฎหมาย ไม่มีการเปิดรับฟังความคิดเห็น หรือทำความเข้าใจต่อคนในพื้นที่ก่อน เป็นการแอบสร้างแอบทำ โดยที่คิดว่าจะยินยอมกัน ถือว่าไม่ถูกต้อง พอมีปัญหาสร้างแล้วจะมาให้คนยอมรับ อ้างว่าได้มาถามความคิดเห็นให้ครบแล้ว เพื่อจะทำต่อ ถือว่าใช้ไม่ได้ เราเป็นครูบาอาจารย์มาและศึกษาข้อมูลถึงรู้ว่ามันอันตราย ขอให้ย้ายไปสร้างห่างชุมชน 400 เมตร ที่คนอาศัยอยู่ ขณะนี้เตรียมข้อมูลเพื่อที่จะฟ้องมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต่อเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องแล้ว เนื่องจากผิดชัดเจน” นางชุดา กล่าว
โดยเมื่อวันที่ 17 พ.ย.60 ที่ผ่านมา นางชุดา จินดาพราหมณ์ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 206 ม.13 และนางอุษา ต่ออ่วน อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 204 ม.13 และชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้เดินทางไปที่ สภ.วังน้ำเย็น เพื่อเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ต.ไพโรจน์ นนทผ่องศรี พนักงานสอบสวน สภ.วังน้ำเย็น กรณีเสาสัญญาณโทรศัพท์ดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่บนโฉนดที่ดินที่ 6354 เลขที่ดิน 117 เลขที่ดินสำรวจ 4851 ภายหลังสำนักงานเทศบาลเมืองวังน้ำเย็น ได้ดำเนินการระงับการก่อสร้างชั่วคราวแล้ว หากมีบุคคลใดได้ฝ่าฝืนคำสั่งให้ตำรวจดำเนินการจับกุมดำเนินคดีทั้งแพ่ง และอาญาต่อไป
ทั้งนี้ ชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวยังเดินทางไปยื่นหนังสือต่อผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอวังน้ำเย็น ขอให้ระงับการยื่นขอใช้กระแสไฟฟ้า เพื่อนำไปติดตั้งที่เสาสัญญาณโทรศัพท์ในวันดังกล่าวด้วย


