กาฬสินธุ์ - ผอ.สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 ลุยนาข้าวอินทรีย์โรงเรียนปอแดงวิทยา อ.ยาตลาด ร่วมกินข้าวป่ากับคณะครูและนักเรียน พร้อมเปิดคอร์สพิเศษสอนการตีข้าวหรือนวดข้าว ฟื้นภูมิปัญญาการทำนาแบบดั้งเดิมลดต้นทุน หวังเป็นโรงเรียนเป็นต้นแบบสอนลูกชาวนาทำนาตามวิถีบรรพบุรุษ
รายงานข่าวแจ้งว่า ที่โรงเรียนปอแดงวิทยา อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ นายภูมิพัทธ เรืองแหล่ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ (สพป.) เขต 2 นางระเบียบ จันทร์ชมภู ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่บุคลากร คณะครู ผู้ปกครองและนักเรียน ร่วมกินข้าวป่าในนา และเปิดกิจกรรมนวดข้าวที่บริเวณนาข้าวอินทรีย์ เนื้อที่ 2 งาน ที่ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ไว้ด้านหลังโรงเรียน
ทั้งนี้ นายภูมิพัทธ์ ได้เปิดคอร์สพิเศษสอนนักเรียนตีหรือนวดข้าวตามวิถีการทำนาแบบดั้งเดิม โดยนางระเบียบ จันทร์ชมภู ผู้อำนวยการโรงเรียนปอแดงวิทยา พร้อมคณะครู ได้ทาลานด้วยมูลกระบือ ซึ่งเป็นการเตรียมพื้นที่ไว้สำหรับเป็นลานตีข้าวแบบโบราณ โดยรวมมัดข้าวตากไว้ในลานเป็นเวลา 2 สัปดาห์ก่อนจะเริ่มทำการตีหรือนวดข้าวด้วยไม้คีบ ซึ่งเป็นวิถีดั้งเดิมของการทำนา ที่นักเรียนส่วนใหญ่เป็นลูกชาวนาแต่ยังขาดการเรียนรู้เรื่องการทำนาเนื่องจากปัจจุบันมีการจ้างเครื่องจักรมากกว่า
นายภูมิพัทธ์ กล่าวถึงการทำนาของโรงเรียนปอแดงวิทยา เริ่มจากการเป็นนาข้าวปลอดภัย และยกระดับเป็นนาข้าวอินทรีย์ปลอดสารเคมี ซึ่งเป็นการทำนาในโรงเรียนและให้นาเป็นห้องเรียนมีชีวิต ใช้เวลาว่างและชั่วโมงของลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ของกระทรวงศึกษาธิการ ทำกิจกรรมในนาข้าวตลอดทั้งฤดูกาลผลิต การทำนาของโรงเรียนปอแดงถึงแม้จะมีพื้นที่จำกัด เพียง 2 งาน แต่ได้ข้าวจากการทำนามากถึง 500 กิโลกรัม และยังทำนาได้ถึง 2 ครั้งต่อปี เป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่หลังโรงเรียนจำนวน 1 ไร่ 1 งาน 38 ตารางวา
“พื้นที่นาตรงนี้ถือเป็นพื้นที่เกษตรพอเพียง ตามรอยพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 มีทั้งสระน้ำเลี้ยงปลา พื้นที่ปลูกพืชผักสวนครัว และโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ ซึ่งนอกจากจะเป็นอาหารกลางวันสำหรับเด็กแล้วยังเป็นแหล่งรายได้ของนักเรียนด้วย”นายภูมิภัทธ์กล่าวและว่า
ตนก็เป็นลูกชาวนาเช่นกัน ยังอยากจะเห็นนักเรียน ซึ่งเป็นลูกหลานได้เรียนรู้วิถีชาวนาจริง ๆ หลายแห่งอาจจะดำนาเกี่ยวข้าว แต่ที่นี่เราได้ฟื้นเอาการตีหรือนวดข้าว ซึ่งเป็นการทำนาจากแรงงานคนมาช่วยลดต้นทุนการผลิตการทำนาหลังรถเกี่ยวรถสีราคาแพงและต้องต่อคิวยาว
โดยนาข้าวของโรงเรียนปอแดงวิทยา ยังเป็นศูนย์รวมแหล่งเรียนรู้เรื่องการทำนาอินทรีย์ของชุมชน ทำให้ชุมชนละแวกใกล้เคียงโรงเรียนเป็นนาข้าวอินทรีย์กว่าร้อยละ 80เป็นการปรับเปลี่ยนวิธีการทำนาจากโรงเรียนสู่ชุมชนที่เห็นผลในเชิงประจักษ์


