xs
xsm
sm
md
lg

ผู้เสียหายรวมตัวร้องดีเอสไอ ถูก ผอ.โรงเรียนที่สันกำแพงโกงแชร์สูญกว่า 20 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - กลุ่มผู้เสียหายรวมตัวเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ DSI หลังโดน ผอ.โรงเรียนที่สันกำแพง หลอกเล่นแชร์สูญเงินกว่า 20 ล้านบาท โดยเชื่อว่าผู้เสียหายน่าจะมีมากกว่านี้ และรวมกันไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

วันนี้ (31 ต.ค.) ที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ (DSI) ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายนำโดย น.ส.ศศิอาภา อาภาศิริกุล น.ส.มาริสา เจริญเศรษฐกิจ และ น.ส.อรอุมา เกิดจันทึก นำหลักฐานเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ

กรณีที่ถูก นางธนรดา มหายศ อายุ 40 ปี รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอสันกำแพง หลอกลวงให้ร่วมลงทุนในธุรกิจแชร์ผ่านทางสื่อเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า “KooKhae Mahayot” แต่ไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่ตกลง ขณะเดียวกัน ยังไม่ได้รับเงินต้นคืนด้วย เฉพาะกลุ่มผู้เสียหายที่รู้จักกันแค่ 6 คน รวมกันแล้วกว่า 20 ล้านบาทคืน โดยมี พ.ต.ท.กฤช อาจสามารถ เจ้าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้รับเรื่อง และข้อมูลเบื้องต้นไว้

ทั้งนี้ ผู้เสียหายบอกว่า เมื่อช่วงปลายปี 2557 ได้รับการแนะนำจากเพื่อนให้ร่วมลงทุนในธุรกิจแชร์ดังกล่าว ซึ่งมี นางธนรดา มหายศ อายุ 40 ปี รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเถ้าแชร์ โดยหลังศึกษาจนมั่นใจว่าได้เงินตอบแทนจริง ทำให้แต่ละคนนำเงินไปลงทุนในวงแชร์ที่มีหลายรูปแบบ เช่น แชร์เปียใส่ดอกทั่วไป และแชร์ออมทรัพย์รายเดือน ลงทุน 10,000 บาท ได้เงินคืน 11,500 เป็นต้น

โดยเริ่มแรกลงทุนคนละ 30,000-50,000 บาท ซึ่งในช่วงปีแรกได้รับผลตอบแทนครบถ้วน จึงพากันเพิ่มเงินลงทุนอีกจำนวนมาก แต่ปรากฏว่า ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กลับไม่ได้รับดอกเบี้ยหรือเงินตอบแทน เมื่อจะขอเงินที่ลงทุนคืนก็ได้รับคำตอบว่า ถูกโกงจากสมาชิกรายอื่น และต้องแบกรับภาระจากสมาชิกที่เสียชีวิต พร้อมขอผัดผ่อนจ่ายคืนเดือนละ 0.2-0.5 เปอร์เซ็นต์ และหากแจ้งความจะไม่ได้รับเงินคืน

ขณะที่ น.ส.ศศิอาภา กล่าวว่า ได้ลงทุนไปทั้งหมดกว่า 13 ล้านบาท เพียงเพราะความเชื่อใจว่าเท้าแชร์เป็นข้าราชการระดับสูงระดับซี 7 มีความน่าเชื่อถือ หลังเริ่มมีปัญหาได้ช่วยกันตรวจสอบพบว่า นางธนรดา เป็นเท้าแชร์มากกว่า 1,099 วง คาดว่าจะมีวงเงินลงทุนจากสมาชิกทั่วประเทศกว่า 100 ล้านบาท ทั้งนี้ ได้เข้าไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรสันกำแพงแล้ว และเห็นว่าเป็นความเสียหายมูลค่ามาก จึงนำเรื่องมาร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษให้รับพิจารณาเรื่องดังกล่าวด้วย

ด้านข้อมูลจากกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และภาคเหนือ มีการกระทำผิดในลักษณะแชร์ลูกโซ่เกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ละครั้งสูญเสียเงินจำนวนมาก ประชาชนถูกหลอกเป็นบริเวณกว้าง และพบว่าแม้จะจับกุมผู้กระทำผิดดำเนินคดีได้ แต่ก็ไม่สามารถยึดทรัพย์ได้ เนื่องจากช่องโหว่ของกฎหมาย หลายคนยอมติดคุกซึ่งไม่เกิน 20 ปี แล้วออกมาใช้เงินที่หลอกลวงประชาชน การเข้ามาของแชร์ลูกโซ่นั้น หัวหน้าชุมชน และคนในชุมชนจะรู้ก่อนเจ้าหน้าที่ จึงอยากให้แจ้งเบาะแสเพื่อตัดวงจรให้เร็วที่สุด

ทั้งนี้ การแก้ปัญหาระยะยาวได้มีการเตรียมเสนอแนวทางแก้กฎหมาย ทั้งการยึดทรัพย์ และการเพิ่มอัตราโทษให้หนักขึ้น และติดคุกให้ระยะยาวขึ้น ในระยะสั้นได้มีการแสวงหาความร่วมมือ บูรณาการทำงานกับหน่วยงานต่างๆ เป็นเครือข่าย

สำหรับภาคเหนือ การกระทำผิดลักษณะแชร์ลูกโซ่ที่จับกุมได้ มีทั้งแชร์ข้าวสาร แชร์ก๋วยเตี๋ยว แชร์ฌาปนกิจ หลับได้เงินหมื่น ตื่นได้เงินแสน แต่ละครั้งมูลค่าความเสียหายนับพันล้านบาท ล่าสุด ยังมีการระบาดของการชักชวนลงทุนหุ้นบริษัทต่างชาติที่ไม่ได้จดทะเบียนต่อตลาดหลักทรัพย์ ขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังรับเป็นคดีพิเศษอีก 2-3 คดีด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม อยากขอความร่วมมือผู้นำชุมชน และสื่อมวลชนร่วมกระจายความรู้สู่ประชาชนในชุมชน ขอให้ทำความเข้าใจว่า ไม่มีธุรกิจใดที่ให้ผลตอบแทนสูงโดยไม่มีการลงทุน หรือการทำงานที่เป็นระบบ ทั้งนี้ ปัจจุบันพบว่าคดีลักษณะแชร์ลูกโซ่มีความซับซ้อนมากขึ้น และออกมาในหลายรูปแบบ ภาคเหนือก็เป็นพื้นที่เป้าหมาย โดยจะมุ่งไปที่ประชาชนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทั้งนี้ขอให้ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และไม่โลภ ก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อ