ศูนย์ข่าวศรีราชา - กรมเจ้าท่าประชุมวางแผนกับบริษัทเอกชน เพื่อกู้ซากเรือ OCEAN DREAM คาดไม่น่ามีปัญหา พร้อมเริ่มวางแผนกู้ใน 1-2 วันนี้ คาดไม่เกิน 6 สัปดาห์ จากนั้นจะนำเรือไปซ่อมที่อู่ยูนิไทย แหลมฉบังต่อไป
วันนี้ (4 มี.ค.) ที่ห้องประชุมสำนักงานควบคุมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเล (ชลบุรี ) อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายกริชเพชร ชัยช่วย ผู้อำนวยการสำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ กรมเจ้าท่า พร้อมด้วย นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเล (ชลบุรี) ตัวแทนบริษัทซีไล้ ชิปปิ้ง จำกัด ตัวแทนเรือ OCEAN DREAM และบริษัทออฟชอร์ เซอร์วิส จำกัด เป็นบริษัทที่เข้ามาดำเนินการกู้ซากเรือในครั้งนี้ ร่วมวางแผนการกู้ซากเรือ OCEAN DREAM ที่จมบริเวณอ่าวแหลมฉบัง
นายกริชเพชร กล่าวว่า วันนี้ได้เรียกประชุมเพื่อวางแนวทางในการกู้ซากเรือ OCEAN DREAM กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตัวแทนบริษัทเรือ OCEAN DREAM และบริษัทที่จะเข้ามาดำเนินการกู้ซากเรือในครั้งนี้ โดยที่ผ่านมา ทางกรมเจ้าท่าได้มีการวางแผนมาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อมาโดยตลอด เช่น การส่งนักประดาน้ำลงไปสำรวจลักษณะการจมของเรือ เรือจมลงไปในท้องทะเลลึกเท่าไร เครื่องจักรที่จะใช้กู้ซากเรือจะเป็นแบบไหน โดยได้พูดคุยในการวางแผนเบื้องต้นก่อนจะดำเนินการกู้ต่อไป
สำหรับการดำเนินการที่ผ่านมา ทางกรมเจ้าท่า และทางการท่าเรือแหลมฉบังได้ร่วมกันป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากคราบน้ำมันจากเรือจม โดยมีการล้อมบูม และฉีดสเปรย์เพื่อสลายคราบน้ำมัน พร้อมเรือตระเวนตรวจสอบผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยค่าใช้จ่ายในเบื้องต้นกว่า 2 ล้านบาทแล้ว นอกจากนั้น ยังมีภาระค่าจอดเรือในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จำนวน 1.2 ล้านบาท ซึ่งบริษัทตัวแทนเรือจะเป็นผู้รับผิดชอบดังกล่าว
ด้าน นายเสถียร พันธ์สืบพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัทซีไล้ ชิปปิ้ง จำกัด (ตัวแทนเรือ) กล่าวว่า ทางบริษัทฯ ได้ประสานกับบริษัท ศรีราชา ออฟชอร์ เซอร์วิส จำกัด เพื่อดำเนินการกู้ซากเรือในครั้งนี้ โดยเบื้องต้นจะต้องกู้ซากเรือให้ตั้งขึ้นมาก่อน จากนั้นจะลากเรือไปไว้ที่บริเวณน้ำตื้นที่อยู่ไม่ห่างไกลจากจุดเดิมมากนัก เพื่อให้เรือนั่งแท่น และเมื่อมีสถานจอดเรือที่เรียบร้อยแล้วจะต้องเร่งสูบน้ำที่อยู่ในห้องเครื่อง และภายในตัวเรือด้วยปั๊มน้ำขนาดใหญ่ลงใส่เรือบาสต่อไป
หลังจากดูดน้ำในเรือเรียบร้อยแล้วต้องมีการสำรวจรอยรั่วในตัวเรืออีกครั้งเพื่ออุดรอยรั่ว พร้อมสำรวจความเสียหายก่อนจะลากเรือลำนี้ไปยังอู่ซ่อมต่อไป ซึ่งคาดว่าจะนำเข้าที่อู่ยูนิไทย แหลมฉบัง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเรือจมมากนัก เพื่อนำการซ่อมแซม และในเบื้องต้นจะทำเป็นเรือท่องเที่ยวในประเทศจีนต่อไป
นายเสถียร กล่าวต่อไปว่า สำหรับการกู้เรือในครั้งนี้คาดว่าหลังมีการวางแผนเรียบร้อยแล้วไม่เกิน 6 สัปดาห์ จะดำเนินการเรียบร้อย เนื่องจากบริษัทฯ ที่เข้ามาดำเนินการกู้ในครั้งนี้มีประสบการณ์ในการกู้เรือมาหลายลำแล้ว จึงไม่น่ามีปัญหาในครั้งนี้ และคาดว่าการกู้เรือดังกล่าวจะใช้ประมาณกว่า 10 ล้านบาทอย่างแน่นอน
นายมนตรี กิจสวัสดิ์โอสถ ตัวแทนบริษัทศรีราชา ออฟชอร์ เซอร์วิส จำกัด กล่าวว่า สำหรับการกู้ซากเรือในครั้งนี้ไม่ยากมาก เนื่องจากเรือไม่ได้จมทั้งลำ ดั้งนั้น การกู้ซากเรือโดยใช้เรือทัก จำนวน 5 ลำ ให้เรือตั้งก่อน จากนั้นใช้บอลลูนประคองไม่ให้เรือเอียงอีก จากนั้นจะลากเรือมาไว้ที่ตื้นเพื่อให้การทำงานได้ง่ายขึ้น
ส่วนปัญหาใหญ่ในการกู้ซากเรือนั้น คือ คราบน้ำมัน แต่สำหรับเรือลำนี้เป็นเรือที่จอดทิ้งมานาน 2 ปีแล้ว ทำให้น้ำมันที่อยู่ในเรือคงเหลือไม่มาก และได้อุดรอยรั่วไว้แล้ว ดังนั้น การกู้ซากเรือในครั้งนี้ไม่ยาก และคาดว่าใช้งบในการกู้ไม่สูงมากเช่นกัน คาดว่าใน 1-2 วันนี้ก็พร้อมเข้าไปดำเนินการได้ทันที



