พิษณุโลก - ตำรวจขออายัดพร้อมส่งศพ “น้องฟิล์ม” นักเรียน ม.2 ที่ถูกรุ่นพี่ ม.3 ทำร้ายร่างกาย ชันสูตรพลิกศพที่นิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดอีกครั้ง หากพบถูกทำร้ายจนสมองกระทบกระเทือนก่อนพร้อมดำเนินคดีอาญากับคู่กรณีทันที ยืนยันให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ด้าน สพม.39 เตรียมเยียวยาครอบครัวอีกทาง
วันนี้ (27 ส.ค.) นายสุชน วิเชียรสรรค์ รองผู้อำนวยการเขตการศึกษามัธยมศึกษาเขต 39 ได้นำพวงหรีดของ ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มอบแก่นายศุภชัย แสงสีจันทร์ บิดาบุญธรรมของ “น้องฟิล์ม” หรือ ด.ญ.ศุภรัตน์ ภู่ไทย ที่ญาติเชื่อว่าเสียชีวิตเพราะถูกรุ่นพี่ชั้น ม.3 ทำร้ายร่างกาย พร้อมมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่งให้แก่ครอบครัวเป็นการเบื้องต้น
นายสุชนเปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องสุดวิสัย ทางโรงเรียนฯ เองต้องขอแสดงความเสียใจต่อเรื่องที่เกิดขึ้น ต้องมีการเยียวยาจิตใจซึ่งกันและกันทั้งสองฝ่ายให้มีความรู้สึกที่ดี ไม่เกิดความรุนแรงขึ้นไปมากกว่านี้ เพราะนักเรียนทุกคนก็เหมือนลูกของเรา
ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการได้มีคำสั่งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพิ่มความเข้มข้น ทำงานแบบบูรณาการกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นทางเขต โรงเรียน หรือผู้ปกครอง ดูแลเด็กให้มีความปลอดภัยในทุกบริบท ตั้งแต่เดินทางออกจากบ้านถึงโรงเรียนจนกลับถึงบ้าน และจะมีการกำชับเครือข่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายปกครอง หรือพนักงานส่งเสริมความประพฤตินักเรียน ให้มีมาตรการป้องกัน และเฝ้าระวัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก
นายศุภชัย แสงสีจันทร์ บิดาบุญธรรมของน้องฟิล์ม กล่าวว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนเศษที่ผ่านมาได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาแจ้งว่าได้รับคำสั่งจาก พ.ต.อ.สามารถ จูเทศ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.เมืองพิษณุโลก ให้มาแจ้งต่อครอบครัวของน้องฟิล์มว่า จะขอนำร่างน้องฟิล์มเข้าทำการผ่าชันสูตรเพื่อหาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้งเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย
โดยส่วนตัวของตนแล้วยังเชื่อว่าสาเหตุหลักที่น้องฟิล์มเสียชีวิตน่าจะมาจากการได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายจนเป็นสาเหตุให้เกิดอาการอย่างอื่นแทรกซ้อนตามมาจนเสียชีวิต แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผลการชันสูตรจะออกมาอย่างไร ตนและครอบครัวก็พร้อมที่จะยอมรับ เพราะถึงอย่างไรน้องฟิล์มก็เสียชีวิตไปแล้ว ตนอยากให้ลูกไปอย่างสงบ
ด้าน พ.ต.อ.สามารถ จูเทศ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ และทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังติดใจในสาเหตุการตาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด และพบว่าผู้เสียหายได้มาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนหน้านี้ในคดีทำร้ายร่างกาย จนกระทั่งผู้ได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ในวันนี้ (27 ส.ค.) จึงให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีนำศพของน้องฟิล์มไปผ่าแยกธาตุที่นิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของสำนวนชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการตาย หากพบร่องรอยของการถูกทำร้ายร่างกายจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดำเนินคดีอาญาต่อคู่กรณีทันที ซึ่งถือว่าคดีความยอมกันไม่ได้ แต่ก็จะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
หลังจากนี้หากทางครอบครัวผู้เสียหายทำการฌาปนกิจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป



