ศูนย์ข่าวศรีราชา - กนอ.เปิดโครงการสวนผู้ประกอบการและชุมชน (iPlace Lifescape Garden) หรือสวนไอเพลส ที่นิคมฯ แหลมฉบัง หวังให้เป็นสวนเพื่อการสันทนาการ พักผ่อน ออกกำลังกาย และจับจ่ายใช้สอยของคนโรงงาน และชุมชนโดยรอบ พร้อมสร้างจุดแวะพักของนักท่องเที่ยวแห่งใหม่ในเนื้อที่ 29 ไร่ ด้านหน้า รองผู้ว่าการ กนอ.เผยเป็นโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงนิเวศที่นำพื้นที่รกร้างมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมดันโครงการในลักษณะดังกล่าวให้เกิดขึ้นในทุกนิคมฯ ในการดูแลภายในปี 2562
วันนี้ (26 พ.ย.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้จัดพิธีเปิดโครงการสวนผู้ประกอบการและชุมชน (iPlace Lifescape Garden) หรือสวนไอเพลส ซึ่งเป็นการพัฒนา ก่อสร้าง และชุบชีวิตพื้นที่สีเขียวเดิม หรือ Green Belt ให้เป็นสวนสวย ให้สอดคล้อง และสนับสนุนนโยบายการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐกิจนิเวศ และเครือข่ายของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. ที่บริเวณพื้นที่ด้านหน้านิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี
โดยมี รศ.ดร.สมเจนต์ ทิณพงษ์ ประธานกรรมการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) และประธานกรรมการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ และมี น.ส.สมจินต์ พิลึก รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดโครงการ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่
รศ.ดร.สมเจนต์ ทิณพงษ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่สีเขียวให้เกิดขึ้นในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้เป็นจุดของการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน และผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ซึ่งแนวคิดการมีพื้นที่ Green Belt ในนิคมอุตสาหกรรม เป็นแนวคิดของการสร้างพื้นที่สีเขียวเพื่อให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมกับจุดตัดของสังคม ที่มีมาตั้งแต่ปี 2531 เมื่อครั้งที่ตนยังเป็นผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ในวันนี้เมื่อเวลาผ่านมานานถึง 26 ปี แนวคิดดังกล่าวก็ยังคงมีอยู่ โดยยืนยันว่าโครงการสวนไอเพลส เป็นความตั้งใจดีที่ต้องการให้ผู้ทำงานในโรงงาน และชุมชนได้มีจุดพักผ่อนหย่อนใจ และจับจ่ายสินค้าหลังเลิกงาน ที่แม้จะเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาพัฒนาพื้นที่ขายสินค้า แต่ก็ยังคงเนื้อที่สีเขียวเให้เป็นปอดของคนในชุมชน และคนทำงานในโรงงาน
“โครงการดังกล่าวอาจไม่เป็นที่ถูกใจของคนบางกลุ่มเพราะไม่ต้องการให้มีแหล่งค้าขายในเขตอุตสาหกรรมของการนิคมฯ เนื่องจากต้องการให้มีต้นไม้เป็นจุดกันชน แต่เราก็ยังยืนยันว่า โครงการที่เกิดขึ้นเป็นความตั้งใจดีที่ต้องการให้มีจุดพักผ่อนแห่งใหม่ติดถนนสุขุมวิท โดยที่ยังคงรักษาพื้นที่สีเขียว ซึ่งมีการปลูกต้นไม้ใหม่ขึ้นทดแทนในบางส่วนที่หายไปเพื่อให้ปริมาณต้นไม้มีเท่าเดิมเช่นที่เคยมี”
ทั้งนี้ โครงการสวนผู้ประกอบการและชุมชน (iPlace Lifescape Garden) หรือสวนไอเพลส ถือเป็นสวนเพื่อการสันทนาการ พักผ่อน ออกกำลังกาย และจับจ่ายใช้สอยสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน ที่คนโรงงานจะมีโอกาสได้เลือกซื้อสินค้าหลังเลิกงาน ประกอบด้วย อาคาร สาธารณูปโภค ลานอเนกประสงค์ และสถานที่จอดรถท่ามกลางไม้ดอกไม้ประดับ และไม้ยืนต้นที่มีอยู่เดิม 952 ต้น และที่ปลูกเพิ่มอีกกว่า 2 พันต้น เพื่อให้เป็นสวนที่จะสร้างสมดุลของชีวิต สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และความปลอดภัย
สวนแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 29 ไร่ บนถนนสุขุมวิท ด้านหน้านิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จุดศูนย์กลางของชุมชน และจุดแวะพักของประชาชน และนักท่องเที่ยวที่จะสามารถชมสวน และสถาปัตยกรรมที่สวยงาม รวมทั้งทำกิจกรรมสันทนาการในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้เป็นปอดแห่งใหม่ของชาวแหลมฉบัง และชุมชนที่อยู่โดยรอบนิคมฯ ซึ่งได้กำหนดแลนด์มาร์ก และลานอเนกประสงค์แยกเป็น 5 Garden แต่ละ Garden ประกอบด้วยไม้ยืนต้นประเภทต่างๆ โดยมีส่วนบริการทั้งร้านขายสินค้า บริการความงาม ซูเปอร์มาร์เกต สถาบันการเงิน ร้านอาหาร ฯลฯ แทรกอยู่ท่ามกลางสวน
ขณะที่ น.ส.สมจินต์ พิลึก รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้แนวคิดการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในการดูแลของ กนอ.ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการนำพื้นที่รกร้างมาพัฒนาให้กลายเป็นพื้นที่ที่ชุมชนสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมของชุมชน
ที่สำคัญ กนอ.ยังมีแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในลักษณะเดียวกับนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ให้เกิดขึ้นพร้อมกันในปี 2562 อีกด้วย
“iPlace Lifescape Garden ถือเป็นโครงการตัวอย่างในการเพิ่มจำนวนต้นไม้ในพื้นที่กันชนของนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในการดูแลของ กนอ. จุดประสงค์สำคัญก็เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างคนโรงงานกับชุมชน ซึ่งโครงการแห่งนี้ยังเปิดโอกาสให้ชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการค้าขาย และพัฒนาพื้นที่ร่วมกับภาคเอกชน โดยสาเหตุที่ กนอ.ต้องเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาบริหารพื้นที่ เพราะมองเห็นถึงความชำนาญด้านเศรษฐกิจ ซึ่งการดำเนินงานจะต้องอยู่ในรูปแบบที่ กนอ.กำหนดคือ สร้างความสมดุลด้านกายภาพ สิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และการบริหารจัดการให้เกิดขึ้น”
น.ส.สมจินต์ ยังให้ความเห็นถึงกระแสการต่อต้านของกลุ่มคนบางกลุ่มในพื้นที่ที่ไม่ต้องการให้โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นว่า อยู่ที่มุมมองและวิธีคิดของแต่ละบุคคล แต่ในส่วนของ กนอ. มองว่าหากปล่อยพื้นที่บางจุดให้กลายเป็นพื้นที่รกร้างย่อมไม่สร้างสมดุลที่ดีด้านสิ่งแวดล้อม และยังไม่เป็นการสร้างออกซิเจนให้เกิดขึ้นในพื้นที่โรงงาน
กนอ. ยืนยันว่า โครงการพัฒนาพื้นที่เชิงนิเวศจะยังเดินหน้าต่อไป เพื่อสร้างความมีส่วนร่วมระหว่างเอกชน ชุมชน และภาคอุตสาหกรรม เช่นเดียวกับนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ที่ขณะนี้มีการพัฒนาให้เป็นพื้นที่ Green Logistic และมีการปลูกต้นไม้ที่เหมาะสมต่อพื้นที่


