xs
xsm
sm
md
lg

สตง.ลุยตรวจโกงสนามฟุตซอลโคราชเพิ่ม-ผอ.ร.ร.โวยไม่เคยเห็นเงินแม้แต่บาทเดียว

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

นายธีระศักดิ์  วิริยะกลมพันธ์ ผอ.สำนักตรวจสอบพิเศษภาค 4 (นครราชสีมา)  สตง.พร้อมคณะ ลุยตรวจสอบสนามฟุตซอลฉาว โรงเรียนบ้านดอนชมพู ต.ดอนชมพู อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา วันนี้ ( 13 ต.ค.)
ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - สตง.ภาค 4 ลุยตรวจโกงสร้างสนามฟุตซอลโคราชฉาวเพิ่ม พร้อมเก็บตัวอย่างแผ่นยางส่งกรมวิทยาศาสตร์ตรวจก่อนชี้มูลความผิด เผยโนนสูงอำเภอเดียวกวาดงบมากถึง 16 แห่ง พิรุธเสนอราคาต่ำกว่าวงเงินโครงการละ 500 บาทเหมือนกันหมด และเสนอโดย 3 บริษัทในเครือเดียวกัน ด้าน ผอ.โรงเรียนโวยไม่เคยเห็นเงินแม้แต่บาทเดียว มีสิทธิ์แค่เซ็นรับงาน ยันทุจริตไม่เกิดที่โรงเรียนแน่

วันนี้ (13 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลของโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา รวม 50 โรงเรียน ใช้งบประมาน 175 ล้านบาท พบว่าส่วนใหญ่ใช้วัสดุอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ราคาสูงเกินจริง และพบพิรุธอีกจำนวนมาก รวมทั้งบริษัททั้งหมดที่ชนะการเสนอราคาก่อสร้างเป็นบริษัทในเครือเดียวกันนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ ที่โรงเรียนบ้านดอนชมพู ต.ดอนชมพู อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา นายธีระศักดิ์ วิริยะกมลพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบพิเศษภาค 4 (นครราชสีมา) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พร้อมด้วย นายอาทิตย์ พุทธิศักดิ์แสง วิศวกรชำนาญการ สำนักตรวจสอบพิเศษภาค 4 สตง. และคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบสนามฟุตซอลในพื้นที่ อ.โนนสูง ซึ่งเป็นอำเภอที่ได้รับจัดสรรงบประมาณก่อสร้างมากถึง 16 แห่ง และถือเป็นพื้นที่ฐานเสียงบ้านเกิดของนักการเมืองใหญ่รายหนึ่งของ จ.นครราชสีมา

โดยโรงเรียนดอนชมพูได้รับการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสนามฟุตซอลจำนวน 5 ล้านบาท ซึ่งมี นายบำรุง โลหะการก ผู้อำนวยการโรงเรียน และคณะครู เข้าชี้แจงรายละเอียด จากการตรวจสอบดูด้วยตาพบว่าพื้นสนามที่ปูด้วยยางสังเคราะห์มีสภาพเก่า แผ่นยางโป่งบวม ในส่วนที่ต่อหลายจุดเกิดการพับและโค้งงอผิดรูปบิดเบี้ยว และพื้นสนามเป็นคลื่นไม่เรียบ

นายธีระศักดิ์กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการลงเก็บข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น เก็บตัวอย่างแผ่นยางสังเคราะห์ EVA ส่งให้กรมวิทยาศาสตร์การกีฬาทดสอบคุณภาพยางว่าได้มาตรฐานหรือไม่ จากนั้นได้ให้วิศวกรดูรอยแตกร้าวของพื้นที่สนามหรือการเชื่อมต่อของพื้นปูนที่เกิดการชำรุดหลังใช้งานมาแค่ 2 ปีว่ามีสาเหตุเกิดจากวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจเอกสารของผู้ควบคุมงานไม่มีการนำวัสดุก่อสร้างส่งทดสอบ เรื่องนี้เป็นข้อสังเกตที่จะต้องให้ทางผู้รับผิดชอบดำเนินการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงให้ทราบพร้อมกับผลการทดสอบ

อย่างไรก็ตาม สิ่งผิดปกติที่พบขณะนี้ในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างนั้น เจ้าหน้าที่มีข้อสังเกตว่าผู้รับจ้างที่ได้งานมีการเสนอราคาต่ำกว่าวงเงินงบประมาณโครงการละ 500 บาท กล่าวคือ โครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลวงเงิน 5 ล้านบาท เสนอมา 4,999,500 บาท ส่วนโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลวงเงิน 2.5 ล้าน เสนอมา 2,499,500 บาท เหมือนกันหมดทุกโครงการในเขต อ.โนนสูง และผู้รับเหมาที่ได้งานมีการยื่นโดย 3 บริษัท โดยมี 2 บริษัทยื่นประกบ ส่วนบริษัทที่ได้งานก็เป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการบริหารรายเดียวกัน และมีการเสนอราคาลักษณะเดียวกันหมด

ส่วนการกำหนดราคากลางคณะกรรมการฯ ไม่ได้ดำเนินการ แต่เอาราคากลางมาจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หรือเอางบประมาณที่ได้มาตั้งเป็นราคากลาง

นายธีระศักดิ์กล่าวว่า จากนี้ไปทางสำนักตรวจสอบพิเศษ ภาค 4 นครราชสีมา จะลงพื้นที่เก็บรายละเอียดข้อมูลการก่อสร้างสนามฟุตซอลอื่นๆ ในพื้นที่ 6 อำเภอของ จ.นครราชสีมาเพิ่มเติมอีกครั้ง จากนั้นจะส่งรายละเอียดไปยังกรมวิทยาศาสตร์การกีฬา และรายงานผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้ทราบ ซึ่งการชี้มูลความผิดต่างๆ ต้องรอผลการตรวจสอบออกมาก่อน ซึ่งเรื่องนี้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้สั่งให้มีการตรวจสอบอย่างรัดกุม มีความชัดเจนในทุกแง่ทุกมุม

ด้าน นายบำรุง โลหะการก ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดอนชมพู กล่าวว่า สนามฟุตซอลแห่งนี้เป็นโครงการปรับปรุงสนาม สร้างเสร็จเมื่อปี 2555 ด้วยงบประมาณ 5 ล้านบาท เป็นสนามที่มีคุณภาพสามารถใช้แข่งกีฬาหรือซ้อมกีฬาของนักเรียนได้ ทั้งฟุตซอล และตะกร้อ โดยตัวเงินงบประมาณไม่ได้อยู่กับเรา และทางโรงเรียนไม่ได้เป็นคนเบิกจ่ายเอง ซึ่งทางโรงเรียนเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่นักเรียน โดยเฉพาะที่นี่เป็นศูนย์พัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่ง 9 โรงเรียนจะได้มีโอกาสเข้ามาใช้ได้ด้วย แต่ที่แผ่นยางฟื้นสนามบวมบิดเบี้ยวเพราะเวลาผ่านมานานกว่า 1 ปี ยางถูกแดด ถูกฝน ซึ่งทางเราปูไว้แบบนี้ตลอดไม่ได้พับเก็บ จึงทำให้มีสภาพอย่างที่เห็น

ส่วนที่มีกระแสข่าวเรื่องการทุจริตในโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลนั้น ตนในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียน และครู อาจารย์คงไม่ได้มีโอกาสได้เข้าไปทุจริตถึงตรงนั้น เพราะเงินงบประมาณไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนและไม่ได้โอนเข้าบัญชีโรงเรียน การเบิกจ่ายไม่ถึงโรงเรียน เราเพียงตรวจรับงานจ้างเท่านั้น และส่งเพียงเอกสารเข้าไป เราไม่เคยเห็นเงินตัวนี้เลยแม้แต่บาทเดียว

“การจะกล่าวหาว่าพวกเราไปกินเปอร์เซ็นต์จากงานก่อสร้างนั้นยืนยันว่าเราเป็นข้าราชการ ถึงฐานะยากจนแต่เงินเดือนที่รัฐให้มาก็พออยู่ได้ จะไปกินเล็กกินน้อยคงไม่มี แต่ทุกวันนี้ข่าวที่ออกมากลายเป็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่โรงเรียน ความผิด ความบกพร่องอะไรต่างๆ มาทับถมอยู่ตรงนี้” นายบำรุงกล่าว







กำลังโหลดความคิดเห็น