xs
xsm
sm
md
lg

ยิ่งตรวจยิ่งเละยิ่งพบทุจริต! ผงะ 2 โกดังเมืองคอนข้าวเน่ากว่า 1.5 พันตันกลายเป็นดินทั้งหมด

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

คณะทำงานตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวชุดที่ 99 พบความเสียหายข้าวสารในคลังสินค้านครศรีธรรมราชอย่างต่อเนื่องหลังเข้าตรวจสอบคลัง “ยิ่งยศลอยชูศักดิ์” พบเสียหายทั้งคลัง กว่า 1.5 พันตัน ขณะที่โกดัง “โกศลตระกูลเมฆี” เสื่อมสภาพกลายเป็นดินทั้งหมด
ศูนย์ข่าวภูมิภาค - คณะทำงานตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวผงะ! พบข้าวสารใน 2 โกดังนครศรีธรรมราชเสียหายอย่างหนักกว่า 1.5 พันตันและเสื่อมสภาพกลายเป็นดินทั้งหมด ขณะที่เจ้าหน้าที่แจงทั้ง 2 แห่งเป็นพื้นที่น้ำท่วม ด้านบุรีรัมย์สรุปผลลุยตรวจ 7 โกดังข้าวพบข้าวสารในโกดังขาดหายไม่ครบตามบัญชีถึง 7,230 กระสอบ ข้าวเสื่อมสภาพเน่าเสียมากกว่า 1,000 ตัน ด้านปลัดสำนักนายกฯ ยันไม่ได้ห้ามสื่อลงพื้นที่ตรวจโกดังข้าว คาดเช็กสต๊อกข้าวเสร็จสิงหาฯ ส่วนการวิเคราะห์ต่างๆ จะเสร็จในเดือนกันยาฯ ก่อนรายงาน คสช.

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการออกตรวจสต๊อกข้าวว่า ได้ทำการตรวจมา 10 วันแล้ว พบโกดังที่ไม่เรียบร้อยหรือบกพร่องหลายแห่ง แต่อยากรอรวบรวมเป็นภาพใหญ่ทีเดียวก่อนเสนอต่อหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนำมารายงานให้สังคมได้รับทราบ โดยทั้ง 100 ทีมงานทำงานกันอย่างเต็มที่ ส่วนปัญหาก็จะมีแตกต่างกันไปในแต่ละโกดัง ทั้งนี้ได้ประมาณไว้ว่าการสำรวจโกดัง หรือไซโลทั้งหมด น่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม ส่วนการวิเคราะห์เชิงกายภาพ ดีเอ็นเอข้าว ได้กำหนดไว้ถึงเดือนกันยายน ก่อนรายงานคณะกรรมการชุดใหญ่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ระหว่างที่มีการตรวจสอบ ทางกระทรวงพาณิชย์สามารถระบายข้าวออกได้หรือไม่ ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า ทางปลัดกระทรวงพาณิชย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าส่วนไหนที่สามารถระบายได้ เพราะหากยิ่งเก็บไว้นานก็จะยิ่งทำให้ประสิทธิภาพของข้าวลดลง เมื่อถามว่าทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระบุว่าหลักฐานต่างๆ สามารถนำไปดำเนินคดีกับรัฐบาลที่ผ่านมาได้ ปลัดสำนักนายกฯ กล่าวว่า ป.ป.ช. และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ก็ทำในภารกิจของเขาไป ไม่ได้เกี่ยวกับทีมงานของตนที่จะดูเฉพาะเรื่องของปริมาณและคุณภาพข้าวเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น

ส่วนการลงพื้นที่แต่ละครั้งเป็นไปได้หรือไม่ที่จะไม่แจ้งล่วงหน้า เพื่อจะได้พบข้อเท็จจริง ไม่เจอผักชี ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า แต่ละโกดังจะมีกุญแจถึง 4 ชั้น เพราะฉะนั้นจะทำอะไรหรือโยกย้ายอะไรก่อนล่วงหน้า 1-2 วันก็คงไม่ทัน การสำรวจหากพบอะไรที่ดีก็ต้องชื่นชมกัน แต่ถ้าไม่ดีก็ต้องมีการชี้แจงให้สังคมได้รับทราบ

สำหรับเหตุผลที่ไม่ให้สื่อตามไปทำข่าวการสำรวจโกดังต่างๆ ตามที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า ไม่เป็นความจริง สื่อสามารถไปทุกที่และหากตนไปก็จะแจ้งให้สื่อทราบเพราะต้องการให้สื่อได้นำเสนอข้อเท็จจริง

ม.ล.ปนัดดายังกล่าวถึงความคืบหน้าในการปฏิรูปราชการว่า ขณะนี้หลายส่วนราชการได้แจ้งกลับมาแล้วและมองเห็นว่าหนทางในการแก้ไขในเรื่องแรกๆ ควรเป็นเรื่องที่ประชาชนได้สัมผัสได้ ซึ่งตนได้ย้ำไปทุกภาคส่วนแล้วว่าส่วนใดที่มีหน้าที่ต้อนรับและบริการประชาชนประจำวัน ขอให้คัดเลือกบุคลากรที่มีอัธยาศัยไมตรี มีความรู้ความสามารถ ไม่ใช่เอาคนที่หน้าบูดบึ้งไปต้อนรับประชาชน และขอให้ประชาชนช่วยกันดูด้วย หากพบข้าราชใดคนใดปฏิบัติตนไม่เหมาะสมแม้เป็นเรื่องเล็กน้อยก็ขอให้ช่วยแจ้งมาที่ สปน.ด้วยเพื่อจะได้ประสานไปยังกระทรวงต้นสังกัด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้าราชการเป็นกองทัพใหญ่มากที่แก้ลำบากและฝังรากมานาน การจะทำให้เห็นผลโดยเร็วจะเป็นไปได้หรือไม่ ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า อาจจะไม่เร็วมาก แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เรื่องนี้เป็นปัญหาสะสมกันมานาน ก็ต้องมาวางรากฐานที่ดีให้กับข้าราชการรุ่นใหม่ๆ เหมือนโปรโมเดล เพื่อให้เข้าใจว่าบทบาทหน้าที่ของข้าราชการจริงๆ เป็นอย่างไร ไม่ใช่เข้ามาเป็นเจ้าคนนายคน แต่ต้องเข้ามาเพื่อรับใช้ประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัจจุบันมีผลประโยชน์เยอะ ข้าราชการก็อิงนักการเมือง นักการเมืองก็อิงข้าราชการ ต่างคนต่างได้ประโยชน์ ปลัดประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า วิสัยทัศน์แบบนี้ต้องมีการปรับเปลี่ยน ข้าราชการต้องเข้มแข็ง มีจุดยืนที่มั่นคง เมื่อถามว่าจะสามารถเลิกระบบอุปถัมภ์ได้หรือไม่ เพื่อประเทศชาติจะได้เดินหน้าไปได้ ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า เรื่องนี้ทางสำนักงาน ก.พ. และ กพร.มีอยู่ในใจอยู่แล้ว แต่บางหน่วยงานละเลยการปฏิบัติก็อยากให้สวมให้เต็มรูปแบบอยู่ในใจของผู้เป็นหัวหน้าส่วนราชการ และนำทางองค์กรไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป

**2โกดังนครศรีฯข้าวเสียหายหนักจนนับไม่ได้

ที่ จ.นครศรีธรรมราช นางอรวรรณ ขุมทรัพย์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานคณะทำงานตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว ชุดที่ 99 พร้อมคณะฯ และเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบคลังสินค้า ยิ่งยศลอยชูศักดิ์ เลขที่ 25/15 หมู่ 6 ต.บางจาก อ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นหนึ่งโกดังข้าวในโครงการที่ถูกระบุว่ามีข้าวสารกว่า 15,565 กระสอบ หรือกว่า 1,500 ตัน ได้รับความเสียทั้งหมด โดยเมื่อเข้าตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบว่าคลังสินค้าแห่งนี้ได้ถูกสถาบันการเงินเข้ายึดทรัพย์ และปิดป้ายขายทอดตลาด

เมื่อเข้าไปภายในโกดัง พบว่าเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าตรวจนับได้เนื่องจากสภาพความเสียหายกองข้าวทรุดตัวและเริ่มพังถล่ม บางจุดเริ่มเอนอาจพังได้ตลอดเวลาหากมีแรงสะเทือน ขณะที่กระสอบข้าวมีสิ่งบ่งชี้ถึงการเสื่อมสภาพทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อข้าวสาร จนไม่สามารถใช้การได้ เมื่อเก็บตัวอย่างพบว่าข้าวมีสีเข้ม และป่นเป็นฝุ่นผง ขณะที่เจ้าหน้าที่องค์การคลังสินค้า ได้อธิบายแก่นางอรวรรณ ว่า สาเหตุที่ข้าวเสียหายเกิดขึ้นจากน้ำท่วมและไหลเข้าไปในโกดัง รวมทั้งโกดังเกิดการทรุดตัวส่งผลให้ข้าวที่ถูกเก็บอยู่ภายในเสียหาย ซึ่งนางอรวรรณ ได้ทำการบันทึกปากคำและรวบรวมข้อมูล เตรียมรายงานเพื่อให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาการดำเนินการ

**พบข้าวเสื่อมสภาพจนกลายเป้นดินทั้งหมด

ต่อมา ได้เดินทางไปตรวจสอบที่โกศลตระกูลเมฆี เลขที่ 352/54 หมู่ 1 ต.ปากนคร อ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งมีข้าวสารตามบัญชีรวม 6,179 กระสอบ หรือกว่า 781 ตัน พบว่าประตูทางเข้าเต็มไปด้วยวัชพืช รอบโกดังเจ้าของได้ปลูกปาล์มน้ำมัน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในโกดังพบว่าข้าวสารที่ถูกระบุว่ามีถึง 781 ตันนั้นอยู่ในสภาพกลายเป็นดินคล้ายกองปุ๋ยอินทรีย์ กระสอบเปื่อยยุ่ยจนหมดสภาพ ทั้งหมดกองราบอยู่กับพื้นโกดังเป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องชี้แจงว่า ข้าวสารที่เหลือจนมีสภาพอย่างที่เห็นนั้น สืบเนื่องจากน้ำท่วมเมื่อปี 2553 และได้ระบายข้าวส่วนที่ดีออกไปหมดแล้ว คงเหลือข้าวที่เสื่อมสภาพเก็บไว้ภายในตามบัญชี 6,179 กระสอบ

ขณะที่ นางอรวรรณ ขุมทรัพย์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวชุดที่ 99 ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบโกดังทั้ง 2 แห่งว่าเหตุใดจึงปล่อยให้มีการเช่าโกดังในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมจนส่งทำให้เกิดข้าวเสียหายเป็นจำนวนมากเช่นนี้

**พบข้าวบุรีรัมย์เสื่อมสภาพกว่า7พันกระสอบ

วานนี้ (10 ก.ค.) ที่ จ.บุรีรัมย์ นายพงษ์ชัย เกษมทวีศักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคมในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว ชุดที่ 41 พร้อม พ.อ.จิรเดช เหมะลิน รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร์ จ.ขอนแก่น รองประธานคณะทำงานฯ และเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวสารคงเหลือในสต๊อกที่คลังสินค้า เอเอเอเอเอ นำเข้า ตั้งอยู่เลขที่ 808 ต.นางรอง อ.นางรอง ซึ่งเป็นโกดังสุดท้ายของจังหวัดที่จะทำการตรวจสอบ และเป็นโกดังที่กำลังมีการขนย้ายข้าวสารชนิดปลายข้าวหอมมะลิ (เอวันเลิศ) ออกจากโกดังเพื่อส่งออกต่างประเทศตามสัญญาการซื้อขายที่บริษัทเอกชน บริษัท เจียเม้ง จำกัด ได้รับการประมูล

จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าข้าวที่กำลังตรวจนับเพื่อขนย้ายส่งมอบให้บริษัทเอกชนเหลือง เสื่อมสภาพไม่ผ่านเกณฑ์การส่งออกจากการจัดเก็บไว้นานมากถึง 7,039 กระสอบ จากที่ทำการตรวจนับเพื่อขนย้ายไปแล้วกว่า 12,000 กระสอบ โดยเจ้าหน้าที่จะทำการคัดแยกออกไว้เพื่อสุ่มเก็บตัวอย่างส่งให้บริษัทเอกชนที่ได้รับการประมูลตรวจสอบอีกครั้งว่าจะสามารถส่งออกได้หรือไม่

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีข้าวเสื่อมสภาพไม่ต่ำกว่า 10,000 กระสอบ จากที่มีข้าวสารตามบัญชีในโกดังกลางดังกล่าวจำนวน 41,349 กระสอบ โดยเบื้องต้นมีคำสั่งให้ขนย้ายเพื่อส่งออกในล็อตนี้จำนวน 3,000 ตัน หรือ 30,000 กระสอบ

**สรุปผลตรวจ7ข้าวบุรีรัมย์เสื่อม 1,000 ตัน

นายพงษ์ชัย เกษมทวีศักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว ชุดที่ 41 เปิดเผยภายหลังนำทีมคณะทำงานฯ และเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังกลางทั้ง 7 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.บุรีรัมย์ว่า จากผลการลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังกลาง 5 แห่ง คือ คลังพัฒนาพาณิชย์ อ.พุทไธสง, คลังปริชาพาณิชย์ อ.เมือง และคลังสินค้ากลางศรีเจริญ ทั้ง 3 แห่ง ไม่พบความผิดปกติ

แต่ที่พบปัญหาคือ คลังสินค้าประทีปซีเมนต์บล็อก ต.อยู่ ต.ปังกู อ.ประโคนชัย ที่มีการร้องเรียนไปยังทางกองปราบปรามก่อนหน้านี้ว่ามีข้าวขาดหาย จากการตรวจสอบล่าสุดพบข้าวสารที่จัดเก็บไว้ในโกดังขาดหายไม่ครบตามบัญชีมากถึง 720 ตัน หรือ 7,230 กระสอบ ทั้งยังพบพิรุธกระสอบบรรจุข้าวไม่มีตรารหัสตามบัญชีหน้ากองอีกเป็นจำนวนมากด้วย

ส่วนที่คลังสินค้า เอเอเอเอเอ นำเข้า ตั้งอยู่ ต.นางรอง อ.นางรอง ที่คณะทำงานฯ ได้เข้าตรวจสอบเป็นแห่งสุดท้าย ซึ่งอยู่ระหว่างการขนย้ายข้าวออกจากโกดังเพื่อส่งออกต่างประเทศตามสัญญาการซื้อขายที่บริษัทเอกชน (บริษัท เจียเม้ง จำกัด) ได้รับการประมูล นั้น พบปัญหาข้าวเสื่อมสภาพไม่ผ่านเกณฑ์การส่งออก โดยมีสภาพเมล็ดเหลืองดำใกล้เน่าเสียมากกว่า 1,000 ตัน หรือกว่า 10,000 กระสอบ จากที่มีข้าวสารตามบัญชีมีในโกดังกลางดังกล่าว 41,349 กระสอบ ซึ่งในจำนวนนี้จะต้องทำการขนย้ายเพื่อส่งออกในล็อตนี้จำนวน 3,000 ตัน หรือ 30,000 กระสอบ

นอกจากนี้ ในคลัง เอเอเอเอเอ ดังกล่าวยังพบข้าวสารนอกบัญชีที่ไม่อยู่ในโครงการรับจำนำ และไม่สามารถระบุที่ไปที่มา ถูกจัดเก็บไว้ในโกดังอีกจำนวนมากด้วย ซึ่งจะได้รายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบและตรวจสอบหาที่ไปที่มาของข้าวดังกล่าว

นายพงษ์ชัย กล่าวต่อว่า หลังเสร็จสิ้นการตรวจสอบในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ก็จะทำสรุปรายงานสภาพปัญหาที่พบ ส่งให้ทางกองทัพภาคที่ 2 และสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับทราบเพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนกรณีที่มีปัญหาข้าวขาดหาย ซึ่งได้มีการร้องเรียนกองปราบปราม และแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้วนั้น ก็ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะทำหน้าที่สอบสวนหาข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินคดีต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องดังกล่าวต่อไป

"หลังเสร็จการตรวจสอบในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์แล้ว จะเดินทางไปตรวจสอบในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ และ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของคณะทำงานชุดที่ 41 และมีโกดังกลางที่จะต้องตรวจสอบในพื้นที่ 3 จังหวัดอยู่กว่า 30 แห่ง"

**ตรวจโกดังข้าวอยุธยาพบพิรุธข้าวปลอมปน

ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นางประภาศรี บุญวิเศษ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบ ปริมาณและคุณภาพข้าวของรัฐ ชุดที่ 1 พร้อม พ.อ.ศุภเศรษฐ์ สว่างแสง สัสดีจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังเก็บข้าวสารในโครงการรับจำนำข้าว หจก.ศิริอโยธยา หลังที่ 1 เลขที่ 65 ม.1 ต.พระแก้ว อ.ภาชี ที่ใช้เก็บข้าวในโครงการรับจำนำปี 2556/57 บรรจุข้าวขาว 5% จำนวน 18,559 กระสอบ

ในเบื้องต้นพบว่าการตั้งจำนวนนับยังไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่จากการรื้อกระสอบข้าวตรงกลางจำนวน 15 ชั้น พร้อมกับสุ่มตรวจกระสอบข้าวเพื่อตรวจคุณภาพข้าวพบว่า ข้าวมีลักษณะสีเหลืองเม็ดขุ่นหัก ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากการเก็บไว้นาน และมีเมล็ดข้าวหักปะปนบ้างเล็กน้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้นำข้าวที่สุ่มตรวจไปตรวจดีเอ็นเออีกครั้งว่าเป็นข้าวถูกต้องหรือไม่

นางประภาศรี กล่าวว่า คณะตรวจสอบได้มีการสุ่มตรวจข้าวสารขาว 5% ภายในโกดังเก็บข้าวสาร ของ บริษัท พีพีแอนด์พี โกดัง 4 จำนวน 8 กองซึ่งเก็บข้าวสารตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือก จำนวน 131,048 กระสอบ เพิ่มเติมหลังจากที่มีการตรวจสอบเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ในการตรวจสอบครั้งนี้พบมีข้าว 4 กองข้าวสารไม่ตรงสเป็กพบมีการนำกระสอบปลายข้าว มาปะปนอยู่กับกองข้าวสาร 5% และบางส่วนเป็นข้าวที่ไม่ได้คุณภาพ และมีช่องว่างของการจัดเรียงกระสอบข้าว ซึ่งจะต้องตรวจจำนวนนับกระสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง และเป็นไปได้ว่า อาจมีจำนวนไม่ครบ ซึ่งจะต้องใช้เวลาพอสมควรในการตรวจสอบ เบื้องต้นได้ทำการแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.วังน้อย เพื่อดำเนินคดี กับทางบริษัท พีพีแอนด์พี

**ลุยตรวจโรงสีพื้นที่ "นาแก" ยังไม่ผิดปกติ

ที่ จ.นครพนม นายคุมพล บรรเทาทุกข์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พ.ต.อ.สมนึก มิควาฬ รอง ผบภ.จว.นครพนม พร้อมด้วยหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม มีนายวีระยุทธ สุขเจริญ ประธานฯ และ พ.อ.สถาพร บุญชู รอง เสธ.มทบ.24 เป็นรองประธานฯ และทหารจากค่ายพระยอดเมืองขวาง ได้เข้าตรวจสอบโรงสีนาแกพงษ์เจริญ อ.นาแก 4 หลัง ผลปรากฏว่าหลังที่ 1 นับได้ 24,913 กระสอบ 2,486 ตัน ยอดนับได้เกิน 68 กระสอบ

โดยผลการตรวจสอบกระสอบข้าวหอมมะลิ จำนวน 4 กอง ผลการตรวจนับพบกองที่ 1 ได้เกินมา 68 กระสอบ หลังที่ 2 นับได้ 22,632 ผลการตรวจสอบครบ หลังที่ 3 นับได้ 12,300 กระสอบ ครบถ้วน และหลังที่ 4 ตรวจนับได้ จำนวน 8,605 กระสอบ ตรวจนับเกิน 225 กระสอบ ข้าวสารที่พบยังอยู่ในสภาพที่ดี ไม่พบสิ่งผิดปกติ

**ยันตรวจ2โกดังจำนำข้าวอุตรดิตถ์ไม่พบผิดปกติ

ด้านนายโอภาส กลั่นบุศย์ หัวหน้าคณะทำงานตรวจคุณภาพและปริมาณข้าว ชุดที่ 63 พร้อม พ.ท.สมนึก แก้วแก่นสาร รอง หน.ชุด เจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.32 พร้อมคณะ 28 คนได้เข้าตรวจโกดังคลังสินค้ากลางที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีปีการผลิต 2556/57 ของบริษัท ข้าว ต.ประเสริฐ จำกัด เลขที่ 160 หมู่ 7 ต.ป่าคาย อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ จำนวน 2 หลัง พบหลังที่ 1 เป็นข้าวเจ้าหอมปทุม 5% จำนวน 12 กอง น้ำหนักกระสอบ 23,452,960.700 กิโลกรัม น้ำหนักสุทธิ 23,197,786 กิโลกรัม จำนวน 231,877 กระสอบ หลังที่ 2 เป็นข้าวเจ้าหอมปทุม 5% จำนวน 9 กอง น้ำหนักรวมกระสอบ 17,948,221.900 กิโลกรัม น้ำหนักสุทธิ 17,752,940 กิโลกรัม จำนวน 177,529 กระสอบ เบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดปกติ ข้าวยังอยู่ครบตามจำนวนในบัญชี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บข้าวบางส่วนไปเพื่อตรวจคุณภาพ


โกดังกลาง “คลังสินค้า เอเอเอเอเอ นำเข้า” อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ที่พบข้าวเสื่อมสภาพกว่า 1 หมื่นกระสอบ และพบพิรุธมีกระสอบข้าวไม่มีตรารหัสและมีข้าวสารนอกบัญชีโครงการรับจำนำอีกจำนวนมาก
คลังสินค้าประทีปซีเมนต์บล็อก ตั้งอยู่ ต.อยู่ ต.ปังกู อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ พบข้าวหายจำนวนมากถึง 720 ตัน หรือ 7,230 กระสอบ
คณะทำงานตรวจสอบ ปริมาณและคุณภาพข้าวของรัฐ ชุดที่ 1 นำกำลังตรวจโกดังข้าวในอยุธยาพบพิรุธข้าวปลอมปน และพบข้าวมีลักษณะสีเหลืองเม็ดขุ่นหัก

กำลังโหลดความคิดเห็น