ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - พบ “นกเป็ดแดง” นับพันอาศัยในหนองน้ำ ข้างบ้านพักข้าราชการย่านคลองชลประทาน นักดูนกเผยคาดเป็นนกอพยพจากจีน แจงเชียงใหม่มีนกอพยพมาเยือนปีหนึ่งกว่า 400 ชนิด ชี้อย่ากลัวเกินเหตุว่านำโรคไข้หวัดนก เพราะระบาดในไก่มากกว่า แถมการเจอนกในพื้นที่แสดงว่าสภาพแวดล้อมโดยรวมยังดีอยู่
วันนี้ (31 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวจาก จ.เชียงใหม่ ว่าพบฝูงนกบริเวณใกล้กับศูนย์ราชการ และสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ถนนเลียบคลองชลประทาน คาดว่าน่าจะเป็นนกอพยพหนีหนาวเข้ามา ากการตรวจสอบพบว่าฝูงนกจับกลุ่มอาศัยอยู่บริเวณหนองน้ำ ซึ่งคาดว่าจะเป็นนกในตระกูลนกเป็ดน้ำ และน่าจะมีประมาณ 1,000 ตัว จากการสอบถามผู้ที่อยู่อาศัยและทำงานในละแวกดังกล่าว ทราบว่านกฝูงนี้ได้เข้ามาตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม โดยจะอาศัยอยู่ในหนองน้ำช่วงกลางวัน และออกไปหากินที่อื่นช่วงกลางคืน
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อมูลจากนายวรพจน์ บุญความดี สมาชิกชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา พร้อมทั้งนำภาพถ่ายของนกชนิดดังกล่าวให้นายวรพจน์ตรวจสอบ ซึ่งนายวรพจน์กล่าวหลังจากดูภาพว่า นกชนิดนี้ คือ นกเป็ดแดง มีทั้งกลุ่มที่เป็นนกประจำถิ่น อาศัยและขยายพันธุ์ในประเทศไทย และกลุ่มที่อพยพหนีหนาวมาจากประเทศจีน หรือไซบีเรีย ซึ่งจะปรากฏให้เห็นมากในช่วงนี้ เนื่องจากเป็นฤดูกาลอพยพหนีหนาวของนกหลายสายพันธุ์
นายวรพจน์กล่าวว่า นกชนิดนี้จะอาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำ ที่มีระบบนิเวศค่อนข้างสมบูรณ์ และค่อนข้างเงียบสงบ ซึ่งที่ผ่านมามีการสำรวจพบนกชนิดนี้ในแหล่งน้ำใกล้กับสนามสมโภชเชียงใหม่ หรือใน ต.แม่เหียะ รวมทั้งเคยมีรายงานว่าพบนกเป็ดแดงจำนวนมากที่หนองฮ่อ ภายในศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 33 แต่หลังจากมีการก่อสร้างอาคารศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ก็ไม่พบว่ามีนกเข้ามาอาศัยในพื้นที่ดังกล่าวอีก จนได้ทราบจากผู้สื่อข่าวว่านกกลุ่มหนึ่งมาอาศัยอยู่ในหนองน้ำติดกับบ้านพักข้าราชการเชียงใหม่ 700 ปี
“ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นสิ่งที่แสดงว่าสภาพแวดล้อมบริเวณดังกล่าวยังมีความอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งปริมาณนกที่พบในพื้นที่ยังถือว่ามีมากกว่าอีกหลายพื้นที่ เช่น การสำรวจที่บึงสีไฟ จ.พิจิตร ก็พบนกเป็ดแดง แต่ไม่มากเท่ากับที่พบในเชียงใหม่”
นายวรพจน์กล่าวว่า เชียงใหม่ถือเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีนกอพยพหลายชนิดเข้ามาพักอาศัย แต่ละปีพบว่ามีถึงประมาณ 300-400 ชนิด ทั้งกลุ่มที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าเขา และกลุ่มที่เข้ามาอาศัยอยู่ภายในตัวเมือง เช่น นกกระเบื้องผา นกนางแอ่นบ้าน หรือนกจับแมลง ซึ่งมาอาศัยอยู่ตามต้นไม้บริเวณคูเมือง หรือในกรณีของนกอุ้มบาตรที่พบว่าเข้ามาอาศัยอยู่ที่บริเวณประตูท่าแพจำนวนมาก และจะอพยพกลับเมื่อหมดฤดูหนาว ซึ่งนกเหล่านี้รวมไปถึงนกเป็ดซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มนกน้ำนั้น มีการสำรวจนับจำนวนโดยกลุ่มนักดูนกทั้งในประเทศและระดับอาเซียนทุกปี เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงด้านปริมาณและชนิดของนก ซึ่งสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นตัวบ่งชี้ถึงความสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมในเชียงใหม่และระดับประเทศได้
“ปีนี้ยังพบว่ามีนกปากห่างใน อ.ดอยสะเก็ด ทั้งที่ตามปกติจะพบอาศัยอยู่ในภาคกลางเท่านั้น อีกทั้งยังมีรายงานว่าพบนกชนิดนี้ในภาคใต้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ ที่พบว่ามีการกระจายตัวเข้าสู่พื้นที่ใหม่ที่ไม่เคยพบนกชนิดนั้นมาก่อน และเป็นเรื่องที่ต้องศึกษากันต่อไปว่า เหตุใดจึงเกิดการอพยพของนกชนิดใหม่ขึ้น”
สำหรับกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่า การอพยพเข้ามาของนกหลายชนิดอาจเป็นพาหะนำโรคไข้หวัดนกนั้น นายวรพจน์ชี้แจงว่า การอพยพของนกชนิดต่างๆ จะมีการติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวัง จากหลายหน่วยงาน เช่น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ศูนย์เฝ้าระวังและติดตามโรคจากสัตว์ป่า สัตว์ต่างถิ่น และสัตว์อพยพ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ขณะที่ข้อมูลจากการศึกษายังพบว่าโรคไข้หวัดนก แพร่ระบาดจากสัตว์ปีกที่เลี้ยงเป็นอาหารในระบบฟาร์ม มากกว่าแพร่ระบาดจากนกอพยพ ดังนั้นจึงไม่ต้องวิตกจนเกินไปว่านกอพยพจะนำโรคระบาดเข้ามา
นายวรพจน์ยังให้คำแนะนำกับประชาชนกรณีที่พบเห็นนกอพยพหรือนกที่ไม่คุ้นเคย เข้ามาอาศัยอยู่อยู่ใกล้เคียงกับบริเวณที่พักอาศัยว่า หากนกไม่ได้สร้างความเดือดร้อนรำคาญ หรือสร้างความสกปรก ก็ควรจะปล่อยให้นกได้อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ เพราะนอกจากจะถือเป็นการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนร่วมโลกแล้ว การมีนกเข้ามาอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ยังเป็นสิ่งที่บ่งบอกด้วยว่า สิ่งแวดล้อมบริเวณที่อยู่อาศัยยังอยู่ในสภาพที่ดีอีกด้วย



