xs
xsm
sm
md
lg

"พ่อคูณ" ทรุดปอดอักเสบ แพทย์ให้ยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือดดำ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


นครราชสีมา - อาการอาพาธของ "หลวงพ่อคูณ" ยังมีไข้อยู่เล็กน้อย อ่อนเพลีย และมีอาการปอดอักเสบ แพทย์สั่งให้ยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือดดำ แทนการผสมอาหารเหลวชะลออาการอักเสบ และให้นอนโรงพยาบาลอีกอย่างน้อย 10 วัน

ความคืบหน้าอาการอาพาธขอ พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจำวัดพักรักษาตัวที่ห้องพักผู้ป่วยพิเศษ วีไอพี 9821 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 8 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา ด้วยอาการหลอดลมอักเสบนั้น

ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (7 ก.ค.) หลวงพ่อคูณมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว มีไข้สูง และอ่อนเพลีย ทางคณะแพทย์ผู้การรักษาต้องเร่งนำหลวงพ่อคูณ ไปตรวจเอกซเรย์อวัยวะต่างภายในร่างกายอย่างละเอียดจนพบว่า หลวงพ่อคูณ มีอาการแทรกซ้อนปอดอักเสบ ก่อนที่จะให้ยาปฏิชีวนะฉีดเข้าสายน้ำเกลือเข้าสู่หลอดเลือดดำ แทนการบดผสมใส่ในอาหารเหลวเหมือนเช่นที่เคยทำมาเพื่อยาได้เข้าไปทำการรักษาได้รวดเร็วและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

ต่อมา นายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ ได้เข้าตรวจอาการของหลวงพ่อคูณ พร้อมกับให้ยาปฏิชีวะผ่านทางสายน้ำเกลือ จากนั้นได้เปิดเผยถึงอาการของหลวงพ่อคูณ ในวันนี้ว่า หลวงพ่อคูณ ยังมีไข้อยู่เล็กน้อย อ่อนเพลีย และมีอาการปอดอักเสบเพิ่มขึ้นมา เนื่องจากเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ หลวงพ่อคูณมีอาการสำลักขณะทำการดูดเสมหะออกจากหลอดลม ทำให้ทางคณะแพทย์ต้องเปลี่ยนมาให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำแทนการผสมกับอาหารเหลวผ่านทางช่องท้อง เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการให้ยาปฏิชีวนะผ่านทางหลอดเลือดนั้นจะใช้ระยะเวลาอีกอย่างน้อย 10 วัน เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจพบสภาวะปอดอักเสบของหลวงพ่อคูณ ในครั้งนี้จะไม่ได้ไปกระตุ้นอาการของวัณโรคปอดของหลวงพ่อคูณ ที่เพิ่งรักษาหายไปก่อนหน้านี้แต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้ทางคณะแพทย์ยังเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อนต่างๆ ของหลวงพ่อคูณ อย่างเต็มที่ และจะไม่มีการอนุญาตให้ใครเข้าเยี่ยมหลวงพ่อคูณ ในช่วงนี้อย่างเด็ดขาด เนื่องจากสภาพร่างกายของหลวงพ่อคูณกำลังอ่อนแออย่างมาก

“ต้องเรียนว่าเวลาหลวงพ่อไม่สบายภูมิต้านทานจะลดลง และเรากลัวเรื่องภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ทั้งทางปอด เช่น ปอดติดเชื้อเข้าไปอีก อันนี้ก็ดันเกิดขึ้นมาแล้วที่เรากลัว และเราเฝ้าระวังอยู่นี้ และสองภาวะแทรกซ้อนในระบบอื่นๆ เพราะปอดมีปัญหาอาจจะพาเอาหัวใจซึ่งท่านเคยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและมีการทำบายพาสเข้าปีที่ 13 แล้วอีก ซึ่งอาจจะทำให้ปัญหาหลอดเลือดแย่ลงได้ ตรงนี้เราเฝ้าระวังและดูแลท่านมาด้วยความไม่ประมาทโดยตลอด” นพ.พินิศจัย กล่าว

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ให้ยาฆ่าเชื้อตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงวันนี้ อาการท่านดูดีขึ้นบ้าง แต่จะบอกได้ว่าดีขึ้นแบบชัดเจนคงยังบอกไม่ได้ตอนนี้ ท่านยังมีอาการอ่อนเพลีย ง่วงนอน ซึม มีเสลดมาก แต่ยังรู้ตัวดี ทั้งนี้หากประเมินอาการ หลวงพ่อคงต้องพักรักษายาวเพิ่มต่อไปอีกอย่างน้อย 1 สัปดาห์จากเดิมคาดว่าครบ 1 สัปดาห์ (11 ก.ค.)จะให้ท่านกลับไปพักฟื้นที่วัดบ้านไร่ และยาฆ่าเชื้อในปอดจะต้องให้อย่างน้อย 10 วันในรูปของยาฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ

ส่วนเรื่องปอดอักเสบจะมีผลต่อวัณโรคปอดที่เคยเป็นมาหรือไม่ นพ.พินิศจัย ตอบว่า เท่าที่รอยโรคจากวัณโรคที่เป็นและหายแล้วคิดว่าเรื่องรอยโรควัณโรคจากการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ดูเหมือนว่าจะดีขึ้นด้วย ฉะนั้นในส่วนของปอดอักเสบคงเป็นภาวะแทรกซ้อนที่หลวงพ่อสำลักเมื่อวานนี้ ซึ่งคงไม่เกี่ยวกันกับวัณโรคปอด
กำลังโหลดความคิดเห็น