ศูนย์ข่าวขอนแก่น - มวลมหาประชาชนทั่วประเทศ อิ่มบุญหลังร่วมทำบุญและใช้หนี้แผ่นดิน ในพิธีประกาศแถลงการณ์ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในฐานะตัวแทนประชาชนชาวไทยร่วมกันเพื่อพิทักษ์รักษาทวงคืนดินแดนและอธิปไตยของชาติไทยเหนือปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบ และเดินทางกลับพร้อมโบกมือทักทายกันด้วยความประทับใจและนัดหมายพบกันอีกที่มัฆวานฯ
บรรยากาศขบวนมวลมหาประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางกลับหลังจากร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ในการอ่านแถลงการณ์ เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น.เมื่อวานนี้(17 ก.ค.) โดยมีตัวแทนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายวีระ สมความคิด นำประชาชนฝ่าด่านการสกัดกั้นของม็อบจัดตั้ง โดยนักการเมืองท้องถิ่นใน จ.ศรีสะเกษ และการตั้งด่านโดยตำรวจนำรถห้องขังมาขวางทาง เป็นด่านที่ 3 ซึ่งเป็นด่านสุดท้าย
แต่ประชาชนชาวไทยกว่า 3,000 คน และอีกกว่า 500 คนที่ขับรถยนต์ตามขบวนเพื่อคอยระวังภัยให้ประชาชนที่ร่วมกันเดินขบวนด้วย และสามารถฝ่าด่านสกัดกั้นของม็อบจัดตั้งที่พยายามใช้ความรุนแรงอย่างหนัก จนสามารถฝ่าด่านม็อบและกลุ่มตำรวจไปได้สำเร็จ ไปยังด่านตรวจฝ่ายทหารผู้รักชาติและประชาชน เพื่ออ่านแถลงการณ์และจุดยืนของพันธมิตร
หลังจากถึงบริเวณบันไดทางขึ้นสู่ปราสาทพระวิหารได้แล้วนั้น นายวีระได้ให้ตัวแทนคือ นายไทกร พลสุวรรณ อ่านคำประกาศของประชาชนชาวไทย พิทักษ์รักษาทวงคืนดินแดนและอธิปไตยของชาติไทยเหนือปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบ สร้างความประทับใจและตื้นตันใจให้กับมวลมหาประชานทุกคน โดยตลอดการอ่านแถลงการณ์ประชาชนจะปรบมือดังกึกก้องเป็นระยะ
โดยเฉพาะช่วงคำแถลงการณ์ที่กล่าวว่า “การที่รัฐบาลไทยได้ดำเนินการยอมรับแผนที่แก้ไขเพิ่มเติมฝ่ายเดียวของกัมพูชา และลงนามในแถลงการณ์ร่วมกับกัมพูชา ซึ่งถือเป็นหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ โดยไม่ผ่านความเห็นชอบของประชาชนและรัฐสภานั้น เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศตามคำพิพากษาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2551
ดังนั้น หนังสือสัญญาและแผนที่ใดๆ ที่รัฐบาลไทยได้ไปตกลงหรือลงนามในแถลงการณ์ร่วมกับกัมพูชานั้น เราในฐานะประชาชนชาวไทยขอประกาศว่าเป็นโมฆะทั้งสิ้น”
คำแถลงการณ์ข้อสุดท้ายระบุว่า “เราในฐานะประชาชนชาวไทยขอประกาศให้รัฐบาลกัมพูชา จงรีบนำประชาชนของท่าน ที่ได้รุกล้ำเข้ามาในอธิปไตยของราชอาณาจักรไทย ให้ออกไปจากดินแดนไทยโดยทันที มิเช่นนั้นประชาชนชาวไทยจะอาศัยสิทธิและหน้าที่ของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทย ในการปกป้องอธิปไตยของชาติไทยทุกรูปแบบ จนถึงที่สุด”
เมื่อประชาชนเดินทางถึงบริเวณด้านหน้าอุทยานเขาพระวิหาร ต่างร่วมกันถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกัน และขอถ่ายภาพกับทหาร ที่มาช่วยรักษาความปลอดภัยบริเวณนั้น และยังได้มอบขนมและเงิน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนนายทหารหลายคนยังได้ขอผ้าโพกสีเหลืองกู้ชาติเพื่อเป็นของที่ระลึกจากกลุ่มพันธมิตรฯด้วย สร้างความตื้นใจให้ประชาชนโดยใครที่มีผ้าโพกและผ้าพันคอสีเหลืองได้ถอดออกและมอบให้ทหารที่ร่วมรักษาชาติและเป็นทหารของประชาชนและถ่ายภาพร่วมกันด้วยรอยยิ้มของผู้รักชาติรักแผ่นดินเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ ระหว่างเดินทางกลับจากบริเวณหน้าอุทยานเขาพระ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ ได้ขอขึ้นนั่งท้ายรถกระบะของพันธมิตรฯ ที่นำรถยนต์ขับร่วมขบวนเพื่อไปยังที่จอดรถตู้ และรถบัสของประชาชนจากต่างจังหวัด เป็นระยะทาง 11 กม.
บรรยากาศก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับนั้น ได้แสดงออกถึงความรัก ความน้ำใจไมตรีต่อกัน และโบกมือพร้อมตะโกนทักทายกันกับพันธมิตรฯ ทุกคนด้วยถ้อยคำสุภาพ และอบอุ่น อาทิ “เรามาทำบุญ และใช้หนี้แผ่นดินร่วมกันแล้ว”, “เจอกันอีกที่มัฆวานฯ” และยังได้ยกมือไหว้ตำรวจที่ยังยืนอยู่ตามด่านต่างๆ หลายร้อยคน พร้อมตะโกนกล่าวคำขอบคุณและบอกว่า “ตำรวจอย่าทิ้งประเทศชาติ สู้เพื่อชาติด้วยกัน”
หลังจากนั้นจึงทยอยเดินทางกลับ ประชาชนส่วนหนึ่งได้เดินทางไปร่วมรับประทานอาหารค่ำที่ศีรษะอโศก จ.ศรีสะเกษ ก่อนจะเดินทางกลับ โดยมีประชาชนหลายจังหวัดได้เดินทางต่อไปยังสะพานมัฆวานฯ เพื่อไปสมทบพันธมิตรฯ เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาว
เก็บตกภาพบรรยากาศมวลชนรวมใจทวงคืนเขาพระวิหาร



