xs
xsm
sm
md
lg

เลียบถนน R3a (จบ) ทุน Logistic จี้รัฐนำขบวนลงทุน-เปิดบทเรียนท่องเที่ยวไทยในลาว

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

บริเวณหน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงของ จ.เชียงราย ที่คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งไทย-เทศ ที่ต้องการเดินทางเข้า สปป.ลาว ผ่านถนน R3a ตั้งแต่เช้าทุกวัน
ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ – กลุ่มทุน Logistic ไทยจี้รัฐออกโรงนำขบวนรุกลงทุนในสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ-R3a ก่อนถูกฮุบเบ็ดเสร็จ หลังปล่อยให้เอกชนลุยเดี่ยว ต้องใช้คอนเนกชันส่วนตัว นำกันเองมานาน พร้อมเปิดบทเรียนธุรกิจนำเที่ยวไทยในลาว ที่วันนี้ยังต้องตั้งโต๊ะเจรจาทุกครั้งก่อนเข้า ขณะที่ จีน บินข้ามไทย จับมาเลย์ลงนามปั้น HUB ส่งสินค้าออกทะเลแล้ว

ทุนLogistic จี้รัฐไทยTake Action รุก R 3 a


“คงต้องรีบทำให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด สำหรับการรุกเข้าลงทุนตามแนวถนน R3a เฉพาะเรื่อง Logistic ไม่ได้มีไทย ลาว จีน เท่านั้น แต่ยังมีกลุ่มทุนขนส่งจากญี่ปุ่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา ฯลฯ ก็มองเขตเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตแห่งนี้ด้วย ซึ่งรัฐบาลไทยต้องออกโรงเองมากขึ้น เพราะถ้าปล่อยให้เอกชนเดินกันเอง เชื่อว่า ช้า แน่นอน เนื่องจากธรรมชาติของนักลงทุนก็ต้อง อุบไต๋ กันอยู่ ดังนั้น ถ้าจะให้ SMEs ไทยเกิด รัฐต้องนำ ต้องนำพาเป็นหัวหอกมากกว่านี้”

นายยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย (สขบท.) กล่าวขณะนำทีมผู้ประกอบการขนส่งในเครือข่ายสหพันธ์ฯ และผู้ร่วมทุนในบริษัท Thailand Logistic Alliance จำกัด ที่รวมกลุ่มคลัสเตอร์ที่เกี่ยวกับการส่งออกของไทยจดทะเบียนก่อตั้งขึ้นมากกว่า 31 ราย ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงพาณิชย์ ร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ศึกษาดูงาน และหารือจับคู่ธุรกิจ เรื่อง “การพัฒนาความร่วมมือระหว่างไทย-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) ด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การขนส่ง และลอจิสติกส์ บนเส้นทาง R3a หรือ R3e” ระหว่างวันที่ 15-18 พฤษภาคม ว่า

เส้นทาง R3a เป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายคมนาคมที่ จีน มุ่งมั่นพัฒนาเพื่อเปิดทางให้สินค้าจาก 5 มณฑลทางตอนใต้ออกสู่ทะเล – ตลาดโลก ผ่าน สปป.ลาว – ไทย ต่อเนื่องทั้งมาเลเซีย – สิงคโปร์ ซึ่งแน่นอนว่า หากสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อมระหว่างแขวงบ่อแก้ว – อ.เชียงของ จ.เชียงราย ของไทยแล้วเสร็จ ธุรกรรมการขนส่งสินค้า – คน ผ่านเส้นทางนี้จะเติบโตขึ้นอีกมากแน่นอน

แนวทางที่เขาจะเสนอให้รัฐบาลไทยดำเนินการก็คือ การลงทุนพัฒนาเครือข่าย Logistic ที่แขวงหลวงน้ำทา ชายแดนลาว-จีน ต้นทางของ R3a เพื่อยันจีนไว้ แทนที่จะปล่อยให้กลุ่มทุนจีน รุกเข้าครอบครองกิจกรรมทางธุรกิจตามแนวถนนเส้นนี้เบ็ดเสร็จ โดย 1.เปิดทางให้ลาวกู้เงินจากไทย ไปลงทุนพัฒนาศูนย์กระจายสินค้า/เขตปลอดภาษีขึ้น ภายใต้เงื่อนไขให้ผู้ประกอบการไทยเข้าเช่าพื้นที่โดยตรง หรือร่วมหุ้นกับลาวเข้าใช้พื้นที่ เพื่อเป็นแหล่งรวมสินค้า-บริการทุกอย่างของไทย ตั้งเป็น Center ไทยใน R3a

2.นำรถไทยเข้ามาลงทุนวิ่งใน สปป.ลาว อาจจะเป็นพาร์ตเนอร์ ดึงลาวเข้าร่วมบริหารจัดการ สร้างงาน-สร้างรายได้ร่วมกัน ลบปมปัญหาที่ลาวมองว่า ถนน R3a มีแต่ไทย กับจีน เท่านั้นที่ได้ ส่วน สปป.ลาว เป็นแค่ทางผ่าน
3.สหพันธ์ฯ พร้อมเข้าร่วมพัฒนาบุคลากรในสาขา Logistic ของลาว เพื่อผลิตบุคลากรเข้ามารองรับการขยายตัวของการขนส่งคน-สินค้าผ่านเส้นทางนี้ ยกเว้นการขับรถ

“ทั้ง 3 แนวทาง ได้เสนอต่อตัวแทนของแขวงบ่อแก้ว หลวงน้ำทา รวมทั้งตัวแทนจากรัฐบาลกลางของ สปป.ลาวแล้ว ซึ่งเขาก็เห็นด้วย โดยเฉพาะในแง่ของบุคลากร เบื้องต้นหากทำได้ จะจัดอบรมให้ทันทีไม่น้อยกว่า 200 คน จากนั้นก็นำผู้ผ่านการอบรมเหล่านี้เข้ามาทำงานกับเรา สร้างความเป็นมิตรได้มากขึ้น เหมือนจีน ที่ให้ทุนเยาวชนลาวไปเรียนในจีน ก่อนกลับมาทำงานให้แก่นักลงทุนจีนในลาวต่อไป”

“นิ่มซี่เส็ง-กรีนบัส”เริ่มขยับ

นายสมชาย ทองคำคูณ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยพัฒนากิจขนส่ง จำกัด ผู้รับสัมปทานเดินรถโดยสารประจำทางรายใหญ่ในภาคเหนือ หรือ “กรีน บัส” ให้ความเห็นว่า การลงทุนบนเส้นทางสาย R3a เพราะเชื่อว่ามีโอกาสด้านการลงทุนสูง ทั้งการขนส่งสินค้า-คน แต่ต้องศึกษาภาวะการแข่งขัน ดีมานด์ - ซัปพลาย กลุ่มเป้าหมาย ผลตอบแทน งบประมาณการลงทุน รวมทั้งรูปแบบการลงทุนว่าควรลงทุนเอง หรือหาผู้ร่วมทุน เพราะการลงทุนในธุรกิจขนส่งใช้งบประมาณค่อนข้างสูง เบื้องต้นถ้าจะทำคาดว่าต้องใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

สำหรับแนวทางที่น่าจะทำได้ก็คือ การลงทุนเอง 100% หรือร่วมทุนกับทุนขนส่งจาก จีน ที่เข้ามาลงทุนใน สปป.ลาว แล้วหลายราย และสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในภาคเหนือของไทยด้วย

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บริษัทกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูล โดยดึงนักวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้ามาศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนธุรกิจขนส่งบนถนน R3a นี้อยู่

ส่วนยักษ์ขนส่งของภาคเหนือ อย่าง “นิ่มซี่เส็ง” นายอุดม สุวิทย์ศักดานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทนิ่มซี่เส็ง ขนส่ง (1998) จำกัด ผู้ประกอบการขนส่งรายใหญ่ของภาคเหนือ กล่าวว่า บริษัทมีความพร้อมในการพัฒนาระบบลอจิสติกส์ร่วมกับทางจีน ล่าสุดได้เป็นพันธมิตรกับทางกลุ่มจิ่งหง ผู้ประกอบการลอจิสติกส์จากจีนแล้ว เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตบนพื้นที่ของภาคเหนือ แต่ยังไม่ได้เจรจากับ สปป.ลาว เบื้องต้นอาจจะเข้ามาเปิดคลังสินค้าที่ชายแดน อ.เชียงของ จ.เชียงราย รองรับถนนสายนี้ต่อไป

ลุ่มน้ำโขงวันนี้ยังต้องมี Connection

ขณะที่อีกมุมหนึ่ง แม้ว่าวันนี้ สปป.ลาวจะอยู่บนเส้นทางถนนหมายเลข 9 จากสะหวันนะเขต สู่ประเทศเวียดนามแล้ว ยังมีเส้นทาง R3a ตามระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor) ภายใต้กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ที่น่าจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจให้แก่ลาวมากขึ้น เพราะจะทำให้ สปป.ลาว กลายเป็นศูนย์กลางระหว่างประเทศ จีน เวียดนาม ไทย กัมพูชา ก็ตามการลงทุนใน สปป.ลาว ก็ไม่ได้ราบรื่นเท่าใดนัก

นางสาวผกายมาศ เวียร์รา กรรมการผู้อำนวยการบริษัทแม่โขงเดลต้า ทราเวล เอเจนซี่ จำกัด ผู้ให้บริการนำเที่ยวในพื้นที่สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ (ไทย พม่า ลาว จีน) ทั้งทางบก ทางน้ำ อากาศ มีรถบัส-รถตู้ วิ่งให้บริการนำนักท่องเที่ยวเข้า สปป.ลาว ผ่าน R3a –เข้าพม่า ผ่าน R3b เชื่อมถึงจีน (ตอนใต้) รวมถึงเรือโดยสารในแม่น้ำโขงที่วิ่งขึ้น-ลงจากเชียงรุ่ง เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลหยุนหนัน ถึง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ด้วย กล่าวถึงบทเรียนการเข้าลงทุนในพื้นที่แถบนี้ว่า การลงทุนในลาววันนี้ ยังต้องใช้ “คอนเนกชัน”ของเอกชนกันล้วนๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

เช่น การนำรถบัสเข้าไปวิ่งให้บริการนักท่องเที่ยวเข้า R3a ที่บริษัทมีอยู่ รวมถึง Trip ล่าสุดที่คณะนักธุรกิจไทยเข้าไปร่วมสัมมนาฯ กับกรมเจรจาการค้า – คสศ.ครั้งนี้ ก่อนนำรถลงแพขนานยนต์ข้ามแม่น้ำโขงไป บริษัทก็ต้องเจรจากับทางแขวงบ่อแก้ว-แขวงหลวงน้ำทาทุกครั้ง แม้ว่าจะมีข้อตกลงการเดินรถระหว่างประเทศ ที่รถยนต์ไทยสามารถขอทะเบียนเป็นภาษาอังกฤษนำรถเข้าไปวิ่งในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงนี้ได้ตั้งแต่ 11 พฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมาก็ตาม

“ลาวยังไม่ยอมให้รถไทยเข้าไปวิ่ง ดังนั้นก่อนไปเราก็ต้องใช้คอนเนกชันส่วนตัวไปเจรจาทุกครั้ง ไม่มียกเว้น ทั้งที่ความจริงถ้าไม่ให้รถไทยวิ่ง ก็ต้องไม่ให้รถจีนวิ่งด้วย แต่ปรากฏว่ามีรถจีนเข้าไปวิ่งในลาวได้”

อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่า กิจกรรมทางธุรกิจในย่านนี้จะเติบโตขึ้นอีกมาก ดังนั้นจึงต้อง “ลงทุน” โดยใช้ช่องทาง-โอกาสที่มีอยู่เป็นหลักก่อน

“ยอมรับว่าตอนนี้มีลูกค้าจองทัวร์เข้าลาว-จีน มาทุกอาทิตย์ มีโปรแกรมยาวมากพอสมควรทีเดียว และเชื่อว่ายังมีโอกาสที่จะเติบโตกว่านี้อีกมาก”

นางสาวผกายมาศ บอกว่า เบื้องต้นบริษัทวางแผนที่จะให้บริการนำเที่ยวเป็นวงกลม เช่น จากไทย เข้าลาวด้าน อ.เชียงของ ผ่าน R3a ที่สามารถไปได้ทั้งหลวงพระบาง เวียงจันทน์ หรือแขวงตอนเหนืออย่างบ่อแก้ว – หลวงน้ำทา (รวมถึงอุดมไซ – เมืองสิงห์) โดยใช้รถของไทยเอง จากนั้นทะลุเข้าสิบสองปันนา ซึ่งถ้าถนนเสร็จ 100% สามารถเดินทางได้ในวันเดียว ก่อนย้อนกลับมาทางพม่าผ่านท่าล่อ-เมืองลา (ชายแดนจีน-พม่า) – เชียงตุง – ท่าขี้เหล็ก เข้าไทยด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย หรืออาจจะล่องเรือกลับจากเชียงรุ่ง ขึ้นฝั่งที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ที่บริษัทมีเรือให้บริการอยู่แล้ว 4 ลำ

โปรแกรมนำเที่ยวนี้จะเกื้อหนุนธุรกิจร้านค้าปลอดภาษีในเครือของบริษัท ที่เข้าไปเปิดบริการแล้วทั้งในพม่า ที่ท่าขี้เหล็ก สปป.ลาว ที่แขวงบ่อแก้ว และกำลังจะเปิดใหม่อีกสาขาหนึ่งภายใน 6 เดือนต่อจากนี้ก็คือ สาขาเขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็น (ชายแดนลาว-จีน) โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างจัดทำเอกสารเสนอต่อแขวงบ่อแก้ว-หลวงน้ำทาอยู่ หลังจากที่ได้หารือกันทางวาจาเรียบร้อยแล้ว

อีกประเด็นหนึ่งที่ยังเป็นปัญหาสำหรับการลงทุนในย่านนี้ก็คือ การขาดแคลนบุคลากร เฉพาะกรณีของบริษัทขณะนี้ยอมรับว่า ขาดบุคลากรที่มีความพร้อมทั้งเรื่องภาษา – ทักษะการให้บริการอีกมาก

จีนดึงมาเลย์ตั้งHUBส่งสินค้าข้ามไทย

ด้านนางกัลยาณี รุทระกาญจน์ ประธานบริษัทมณีต้าหมิง จำกัด ที่ดำเนินการก่อตั้งศูนย์แสดงสินค้าไทย-จีน ณ นครคุนหมิง มณฑลหยุนหนัน จีน กล่าวว่า ขณะที่เราเห็นกันอยู่ว่า จีน ทุ่มพัฒนาเส้นทางลงใต้ผ่านพม่า / ลาว -ไทย – มาเลเซีย – สิงคโปร์ เปิดท่อสินค้าเข้า-ออก ให้กับ 5 มณฑลทางตอนใต้ ตามนโยบาย “ตงหมง” อันหมายรวมถึงการพัฒนาถนน R3a ด้วยว่า จะก่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่แถบนี้อย่างมหาศาลในอนาคต แต่ในแง่ของการลงทุนของเอกชนไทยนั้น ยังคงถูกปล่อยให้ดำเนินการกันเอง รัฐไม่ได้มุ่งสนับสนุนอย่างเต็มที่เท่าใดนักนั้น

กลับกันในส่วนของ จีน ยังคงเดินหน้าต่อจิ๊กซอว์ให้แก่สินค้าจากมณฑลตอนใต้ให้ออกสู่ทะเล-ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประมาณ 2-3 สัปดาห์ก่อน จีน ก็ได้ลงนามกับมาเลเซีย เพื่อพัฒนาให้มาเลย์ เป็น HUB ส่งสินค้าจีนออกทะเลที่สิงคโปร์ และนำสินค้าเข้าทางสิงคโปร์-มาเลย์ ผ่านไทยเข้า จีน เรียบร้อยแล้ว

“ทั้งที่จริงภูมิศาสตร์ไทยดีที่สุด ความสัมพันธ์กับจีน ไทยก็ดีที่สุด แต่ดูเหมือนคนดูแลนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศได้น้อยที่สุด”
เรือหางยาวบริการข้ามแม่น้ำโขงจาก อ.เชียงของ จ.เชียงราย - เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ก่อนที่จะเดินทางต่อด้วยรถยนต์ผ่าน R3a ซึ่งมีนักเดินทางมาใช้บริการหนาตาทุกวัน
ส่วนหนึ่งของขบวนรถนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านถนน R3a
มุมหนึ่งของ R3a ที่นับวันจะมีธุรกิจการขนส่งสินค้า-คนมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็มีคนท้องถิ่น ที่อาศัยบริเวณริมเส้นทางสายนี้ ที่ ณ วันนี้ ดูเหมือนยังไม่ได้รับส่วนแบ่งจากการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมสายนี้เท่าใดนัก
สถานีขนส่งรถโดยสารแขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว
ด่านชายแดนโม่หาน เมืองลา เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลหยุนหนัน สป.จีน ชายแดนที่ติดกับแขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว
หนึ่งในรถโดยสารของ สปป.ลาว ที่วิ่งให้บริการผ่านถนน R3a