ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - สำนักภารกิจพิเศษ เผยตั้งแต่ปี 2547 มีแรงงานถูกสาย-นายหน้าเถื่อนหลอกไปขายแรงงานต่างประเทศ 170 คน สูญเงินไปกว่า 30 ล้านบาท ส่วนใหญ่กว่า 80% เป็นแรงงานในเขตภาคอีสาน เหตุว่างงานถูกชักจูงล่อลวงได้ง่าย ยอมรับยากต่อการติดตามจับกุมเพราะทำกันเป็นขบวนการ และปัจจุบันสถานการณ์ยังรุนแรง มีแรงงานตกเป็นเหยื่ออย่างต่อเนื่อง
นายชาญชัย พงศ์ภัสสร รักษาการผู้อำนวยการสำนักภารกิจพิเศษ เปิดเผย ภายหลังร่วมเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ “การเผยแพร่ความรู้กฎหมายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน” ให้กับประชาชนที่ จ.บุรีรัมย์ ว่าตั้งแต่ปี 2547 จนถึงขณะนี้ได้มีแรงงานในหลายพื้นที่จังหวัด ถูกสาย นายหน้าเถื่อนหลอกลวงไปขายแรงงานยังต่างประเทศกว่า 170 คน ส่วนใหญ่เป็นประเทศแถบยุโรป สูญเงินไปกว่า 30 ล้านบาท หรือเฉลี่ยรายละไม่น้อยกว่า 200,000 บาท
จากการตรวจสอบพบว่าในจำนวนนี้กว่า 80% เป็นแรงงานในเขตพื้นที่ภาคอีสานเพราะส่วนมากจะประสบปัญหาการว่างงาน จึงทำให้ตกเป็นเหยื่อถูกชักจูงล่อลวงได้ง่าย ถึงแม้เจ้าหน้าที่ภาครัฐจะเข้มงวดตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้น แต่ก็ยอมรับว่ายากต่อการติดตามจับกุม เพราะกลุ่มแก๊งดังกล่าวทำกันเป็นขบวนการ มีการพัฒนาปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงให้แยบยลมากขึ้นและถ่ายโอนทรัพย์สิน เพื่อหลบเลี่ยงไม่ให้ถูกตรวจสอบจับกุมได้
พฤติการณ์การหลอกลวงฉ้อโกงประชาชนของกลุ่มแก๊งดังกล่าว เข้าข่ายมูลฐานความผิดเกี่ยวกับกฎหมายการฟอกเงิน จากการติดตามตรวจสอบในหลายพื้นที่พบว่า ปัจจุบันสถานการณ์ยังรุนแรง มีแรงงานตกเป็นเหยื่ออย่างต่อเนื่อง และส่วนใหญ่จะมีหนี้สินจากการกู้ยืมเงินนอกระบบ และนำทรัพย์สินไปจำนอง
“จึงได้แจ้งเตือนแรงงานหากต้องการเดินทางไปทำงานยังต่างประเทศ ควรติดต่อผ่านกรมการจัดหางาน เพื่อป้องกันการถูกหลอกสูญเงินและทรัพย์สินดังกล่าวได้” นายชาญชัย กล่าว



