รอมาเป็น 10 ปี คนถึงจะกล้าออกมาแฉ มุมมืดของ “วัดพระบาทน้ำพุ” ที่คนลพบุรีรู้กันดี แต่ไม่มีใครกล้าพูด กูรูชี้ เพราะ “ภาพลักษณ์-พวกพ้อง-ช่องโหว่กฎหมาย” สาเหตุหลักที่ก่อให้เกิด “ผ้าคลุมล่องหน” ปิดเรื่องฉาว บังตาสังคมไทย
** ผุดฉาว “มุมมืดใต้ผ้าเหลือง” **
ได้ตาสว่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว สำหรับประเด็นข่าวฉาว เจาะมุมมืด “วัดพระบาทน้ำพุ”ที่เต็มไปด้วยปมต้องสงสัย เกี่ยวกับอดีตเจ้าอาวาสอย่าง “หลวงพ่ออลงกต พลมุข”ที่ตอนนี้กลายเป็น “ทิดอลงกต”เรียบร้อยแล้ว
เมื่อล่าสุดทางตำรวจ “บุกควบคุมตัว”ถึงวัดพระบาทน้ำพุ ในช่วง 02.02 ของวันที่ 26 ส.ค. พร้อมหลักฐานที่ช่วยยืนยันว่า “หลวงพ่อทุจริต ยักยอกเงินบริจาค เบียดบังทรัพย์มาเป็นของตน”จนเป็นเหตุให้ยอม “สึก”ในเวลาต่อมา
{คุมตัว “ทิดอลงกต” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ}
เช่นเดียวกับ “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” (เสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล)ที่ถูกรวบในเวลาไล่เลี่ยกัน คนต้นเรื่องที่ทำให้เกิดการตรวจสอบเงินวัดขึ้น จากปมฉาว “อมเงินบริจาค”ในฐานะอินฟลูฯ ผู้เปิดบัญชีรับเงิน แต่มีพฤติกรรมเข้าข่ายโกงเงิน เอาเข้ากระเป๋าตัวเอง
ด้วยความผิดในข้อหา “สนับสนุนเจ้าพนักงานเบียดบังยักยอกทรัพย์”,“สนับสนุนเจ้าหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” และ “ร่วมกันฟอกเงิน”กับอดีตเจ้าอาวาส
{รวบ “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” คาบ้านหรู}
ที่น่าสนใจคือ มีข้อมูลที่น่าตกใจผุดออกมา ก่อนทั้งคู่จะถูกจับกุมตัวว่า จริงๆ แล้ว “อดีตหลวงพ่ออลงกต พลมุข” ใช้ชื่อปลอมมาตลอด เพราะชื่อเดิมของเขาคือ “เกรียงไกร เพ็ชร์แก้ว”
แต่ตอนตัดสินใจมาบวช กลับไปหยิบยืมเอา “ชื่อของเพื่อนสนิท” ทั้งชื่อจริง และเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ของ “อลงกต พลมุข”มาสวมรอย ลงลายมือชื่อใน “ใบสุทธิพระ” เพราะมีคดี “หนีทหาร”
กระทั่งสามารถสร้างชื่อเสียงให้ผู้คนนับถือ และกลายเป็น “เจ้าอาวาสชื่อดัง” ได้ในภายหลัง ทั้งที่ไม่เคยใช้ชื่อจริงของตัวเองเลย เรียกได้ว่า ยิ่งตรวจสอบ ยิ่งพบความผิดปกติ
หลังเรื่องมาแดงในภายหลังว่า เจ้าของชื่อ “อลงกต พลมุข”ตัวจริง คืออดีตข้าราชการ ที่เพิ่งเสียชีวิตไปในปี 2566 ส่วนชื่อจริงแต่กำเนิดของอดีตหลวงพ่อคือ “เกรียงไกร เพ็ชร์แก้ว”
นอกจากนี้ ยังมีความไม่ชอบมาพากล เกี่ยวกับอดีตเจ้าอาวาสรูปนี้ รวมถึงความแปลกของวัดพระบาทน้ำพุอีกมากมาย ที่ลือกันว่าหลายคนรู้มานานแล้ว แต่ “กลัว”จนไม่กล้าออกมาแฉความจริง
กระทั่งถูกตรวจสอบเรื่องเงินวัดในเคสล่าสุด มุมมืดต่างๆ ที่หลายฝ่ายเก็บงำเอาไว้ จึงค่อยๆ ถูกเปิดออกมาจากทั่วทุกสารทิศ
{ทิดอลงกต “ยอมสึก” หลังตำรวจสอบเข้มหลายชั่วโมง}
** อาสาถูกขู่ นักข่าวถูกถล่มยิง!! **
การออกมาเปิดเผยข้อมูลของ “นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์” หนึ่งในกรรมการและที่ปรึกษาสมาคมโรคเอดส์แห่งประเทศไทย และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจ ผู้ป่วยอาการหนัก และโรคติดเชื้อ คืออีกหนึ่งแรงกระเพื่อมสำคัญที่ทำให้ “มุมมืดวัดพระบาทน้ำพุ”ถูกส่องสปอตไลท์ชัดขึ้นอีก
โดยการออกมาแชร์เรื่องราวเมื่อ 21 ปีก่อนของ “ลิซ่า” พยาบาลชาวสวิตเซอร์แลนด์ผู้อาสาไปทำงานดูแลผู้ป่วยโรคเอดส์ในวัดพระบาทน้ำพุ ช่วยจัดหา “ยาต้าน” เพื่อมารักษาผู้ป่วย แต่กลับถูกทางวัด “สั่งห้ามทำ”แถม “ขู่เอาชีวิต”ด้วยการกรีดยางรถของเธอจนแบน
เป็นเหตุให้พยาบาลอาสารายนี้ กับกลุ่มเพื่อนอาสาของเธอ ต้องตัดสินใจออกมาจากวัดในที่สุด ซึ่งตอนนั้น ลิซ่าขอหอบเอาเรื่องราวทั้งหมดนี้ มาปรึกษา “นพ.มนูญ”ซึ่งตอนนั้นดำรงตำแหน่ง “กรรมการสมาคมโรคเอดส์แห่งประเทศไทย” แต่หลักๆ แล้ว คุณหมอก็ทำได้เพียงแค่รับฟังเท่านั้น
{“นพ.มนูญ” ที่ปรึกษาสมาคมโรคเอดส์แห่งประเทศไทย}
กระทั่ง พยาบาลอาสารายเดิม เอาเรื่องไปร้องต่อสื่ออย่าง “Sunday Times” และ “บางกอกโพสต์” จนถูกเผยแพร่เป็นข่าวออกมา แต่สุดท้ายข่าวนี้กลับไม่ได้รับความสนใจจากสังคม จนคุณหมอถึงกับตีความไปว่า “วัดต้องเส้นใหญ่แน่ๆ ถึงปิดเรื่องนี้ได้”
จนมาถึงวันนี้ หลังจากเรื่องราวผ่านไป 21 ปี เห็นว่า “ถึงเวลาอันสมควรแล้ว” ที่ความจริงในมุมมืดของวัดแห่งนี้จะต้องถูกเปิดโปงเสียที
หมอมนูญจึงขอให้ “นักข่าวเจ้าของบทความ” ในสื่อบางกอกโพสต์รายเดิม หยิบเรื่องราวที่เคยเขียนแฉ เอามาแปลเป็น “ภาษาไทย” แล้วนำบทความดังกล่าวมาแชร์ในเฟซบุ๊ก จนกลายเป็นไวรัลสะเทือนสังคม
ส่วนเหตุผลที่ไม่ยอมออกมาแฉให้เร็วกว่านี้ ทั้งที่คุณหมอรู้เรื่องก่อนใครนั้น จั้วได้แต่ยอมรับตรงๆ ว่า “ห่วงเรื่องความปลอดภัย” และมองว่า “พูดไปคงไม่มีใครเชื่อ” ในสถานการณ์ที่ผู้คนศรัทธากันอย่างล้นทะลัก
“ก็ได้ติดตามข่าวคนในลพบุรี พูดอะไรมาก เดี๋ยวกระสุนปืน ใครจะกล้าพูด เขียนไปใน ‘บางกอกโพสต์’ ใน ‘Sunday Times’ แต่ไม่มีใครทำอะไรเลย วัดเค้าคงมีเส้นสายเยอะมาก”
และยิ่งตอกย้ำภาพ “มาเฟียวัดพระบาทน้ำพุ”ให้ยิ่งชัดขึ้นไปอีกว่า น่าจะมีเค้าความจริง ให้คนที่ออกมาเปิดโปง “เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต”
นั่นก็คือเหตุการณ์เมื่อ 4 ปีที่แล้ว เคยมีคดีอุกฉกรรจ์เกิดขึ้น คือคนร้าย “ยิงถล่มบ้าน” ของ “ตภิกฤษ พวงกุหลาบ” นักข่าวซึ่งในขณะนั้น กำลังสืบสาวปมเงินบริจาค และทรัพย์สินของ “วัดพระบาทน้ำพุ”อยู่
โดยนักข่าวรายนี้ได้เข้าแจ้งความทันที แต่ผ่านมา 4 ปีแล้ว คดีกลับไม่คืบหน้า จนเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา เขาจึงตัดสินใจไปยื่นหนังสือและหลักฐานต่างๆ ต่อ “กรมสอบสวนคดีพิเศษ”ใหม่อีกครั้ง ให้ขอรับคดีนี้ไว้เป็นคดีพิเศษ เพราะเชื่อว่า “อาจเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล”อยู่เบื้องหลัง
ย้อนกลับไปในช่วงที่ “วัดพระบาทน้ำพุ” กับ “หมอบี” ถูกขุดประเด็นฉาวขึ้นมาแรกๆ ก็มีแฮชแท็กนึงผุดขึ้นมาให้นึกเอะใจ นั่นก็คือ “#คนลพบุรีรู้กัน” ซึ่งหมายความว่า คนในพื้นที่เขารู้กันดีว่า วัดแห่งนี้มีนอกมีใน โดยเฉพาะประเด็นที่มองว่า อาจมี “ผู้มีอิทธิพล” เข้าไปเกี่ยวข้องกับวัด จนมาจัดการคนที่เข้าไปขุดคุ้ยปมต่างๆ ในวัดด้วยความรุนแรง
{ทนาย(ซ้าย) และ “ตภิกฤษ(ขาว)” ยืนหลักฐานให้ DSI คดีโดนยิงถล่มบ้าน}
** “ช่องโหว่” ต่อให้รู้ “คนไม่กล้าพูด” **
นอกจาก “อิทธิพลมืด” ยังมีสาเหตุอะไรอีกไหม? ที่ครอบงำไม่ให้พี่น้องชาวไทยออกมาแฉความจริงเกี่ยวกับ “วัดพระบาทน้ำพุ” ลองให้เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) อย่าง “ดร.มานะ นิมิตรมงคล" ช่วยวิเคราะห์ จนได้คำตอบออกมาว่า...
“คำว่า ‘ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์’ ในสังคมไทยเนี่ย มันมีพลังอยู่มากนะ แล้วยิ่งวันที่เป็นยุคโซเชียลฯ นะครับ แต่ละคนแต่ละฝ่ายก็มีคนรักคนชอบ ที่จะปกป้องโจมตีคนที่ไม่เห็นด้วย อันนี้เป็นเหตุที่ทำให้คนที่รู้เห็นอะไรยังไม่กล้าพูด”
ความลับของวัดพระบาทน้ำพุ ที่ถูกเก็บงำเอาไว้มาได้หลายปี มีปัจจัยหลักๆ คือ “ภาพลักษณ์และชื่อเสียง”, “ระบบพวกพ้อง” และ “ช่องโหว่ของระบบรัฐไทย”
“ชื่อเสียงของคน หรือชื่อเสียงของพระเนี่ย มันเป็นฉากหน้าที่สร้างศรัทธา มันกลายเป็นเกราะกำบังให้ล่องหนได้เป็นอย่างดีนะ”
ต้องยอมรับว่าเมื่อก่อน ภาพของพระอลงกต ณ ขณะนั้นที่ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์ เป็นอะไรที่สร้างความเลื่อมใสให้ผู้คนเป็นจำนวนมาก และหากมีใครเปิดเรื่องฉาวต่างๆ ก็เชื่อได้ว่าจะถูกผู้คนที่ศรัทธาโจมตี ต่อให้เป็นเรื่องจริง สุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานความเชื่อ ชนิดฝังใจอย่างแข็งแกร่งนี้ได้
อย่างที่ “อลงกรณ์ เหมือนดาว” บรรณาธิการข่าว 3 มิติ ได้เปิดเผยในรายการของ “The Reporters TV” ว่า จริงๆ แล้ว มีการเก็บข้อมูลความผิดปกติของทิดอลงกต มา 6-10 ปีแล้ว
“สิ่งที่เรามีมันยังไม่เพียงพอที่จะเปิดไป ถ้าเปิดไปแล้วเรื่องราวมันยังไม่อ่อนระทวยพอที่จะเชื่อเรา ศรัทธาที่กำลังแข็งแกร่งอยู่เนี่ย เราออกไป ข่าวจริงจะกลายเป็นข่าวเท็จ”
เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ชี้ให้เห็นภาพชัดขึ้นอีกว่า การมีภาพลักษณ์ดี จนคนที่รู้ความจริงไม่กล้าพูด มันเกิดได้ก็เพราะ “ระบบพวกพ้อง” มาช่วยไว้ ด้วยการร่วมกันปกปิด “ข้อมูลด้านลบ” หรือกลบ “ข่าวฉาว” ให้
เพราะอย่าลืมว่า “พระที่มีชื่อเสียง”ก็มักจะดึงดูด “ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่”หรือแม้กระทั่ง “นักการเมือง”ให้เข้าหา จึงเกิดกลายเป็น “ระบบอุปถัมภ์” ที่เส้นสายมีแต่ระดับบิ๊กๆ มาเกี่ยวพันกัน
เมื่อพวกพ้องมีแต่คนใหญ่โต โดยเฉพาะ “ฝั่งราชการ” ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็ดันมี “อำนาจโยกย้าย”ตัดสินชะตาชีวิตเจ้าหน้าที่ราชการได้ คงไม่แปลกที่หลายปีมานี้ ไม่มีหน่วยงานไหนเข้าไปตรวจสอบวัด หรือเห็นความผิดปกติอะไรเลย
“เรามีหน่วยราชการ โดยเฉพาะอย่างกรมการศาสนา สำนักพุทธเนี่ยทำงานอยู่ในทุกจังหวัดนะครับ เรื่องเหล่านี้เจ้าหน้าที่ไม่พบสิ่งผิดสังเกต หรือไม่ชี้ให้มีการเปลี่ยนแปลงหรือติติงอะไรเลยหรือ ซึ่งมันไม่น่าใช่นะ”
{“ดร.มานะ” เลขาฯ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ}
สุดท้ายคือ “ช่องโหว่ของกฎหมายไทย” ที่ “ไม่เคยปกป้อง” คนที่ออกมาให้ข้อมูลเรื่องการทุจริตเลย จะเห็นได้บ่อยๆ ในคดีคอร์รัปชันว่า คนที่ออกมาพูดเรื่องนี้ มักจะถูกผู้มีอิทธิพล “ฟ้องปิดปาก” ด้วยข้อหาหมิ่นประมาทเสมอๆ
“ในญี่ปุ่นเกาหลี หรือในประเทศทางยุโรป ถ้าใครพูดในเรื่องประเด็นสาธารณะเนี่ย ศาลจะให้การดูแลคุ้มครองอย่างดี แล้วในบางกรณีศาลจะลงโทษคนที่ฟ้องปิดปากก่อนเลย ถ้าศาลเห็นว่า มันเข้าข่ายในลักษณะการกลั่นแกล้ง”
แต่ในไทย ถ้าโดนฟ้องปิดปาก ก็เป็นหน้าที่ของประชาชนต้องไปต่อสู้ต่อเอง มันเลยทำให้หลายคนไม่กล้าพูด เวลาเห็นการทุจริต เพราะไม่อยากโดนคดีย้อนกลับ จนต้องเสียเงินเสียเวลาไปขึ้นศาล
ทั้งที่จริงๆ ดร.มานะ บอกว่าใน “ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา” ก็บอกว่า ถ้าศาลเห็นแล้วว่า การฟ้องเป็นไปเพื่อ “การกลั่นแกล้ง” ศาลสามารถ “ยกฟ้องได้” แต่ก็แทบไม่เห็นศาลใช้เรื่องนี้ปกป้องเหยื่อเลย
“มันกลายเป็นหน้าที่ของคนที่พูด ในเรื่องผลประโยชน์สาธารณะเนี่ย จะต้องเดือดร้อนเอง จะต้องปกป้องตัวเอง สู้ด้วยตัวเอง”
ดูโพสต์นี้บน Instagram
...
@livestyle.official ...รอมาเป็น 10 ปี คนถึงจะกล้าออกมาแฉ มุมมืดของ "วัดพระบาทน้ำพุ" ที่คนลพบุรีรู้กันดี แต่ไม่มีใครกล้าพูด @act.thai... . กูรูชี้ เพราะ "ภาพลักษณ์-พวกพ้อง-ช่องโหว่กฎหมาย" สาเหตุหลักที่ก่อให้เกิด "ผ้า(เหลือง)คลุมล่องหน" ปิดเรื่องฉาว บังตาสังคมไทย . #LIVEstyle #LIVEstyleofficial #ข่าวTikTok #TikTokCommunityTH #คนลพบุรีรู้กัน #วัดพระบาทน้ําพุ #หลวงพ่ออลงกต #พระราชวิสุทธิประชานาถ #บริจาค #ทําบุญ #ทําบุญโลงศพ #พุทธพาณิชย์ #เงินวัด #พระ #พระสงฆ์ #วัด #วัดดัง #พระพุทธศาสนา #ความเชื่อ #ความศรัทธา #ธรรมะ #ปฏิบัติธรรม #หมอบี #หมอบีทูตสื่อวิญญาณ #มาเฟีย #ผู้มีอิทธิพล ♬ เสียงต้นฉบับ - LIVE Style
สกู๊ป : ทีมข่าว MGR Live
ขอบคุณภาพ : Facebook “ท่านเปา”, “หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC”, “วัดพระบาทน้ำพุ ลพบุรี”, www.phrabatnampu.org
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **