xs
xsm
sm
md
lg

ถอดบทเรียนหายนะ “ไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้ว” อากาศ-น้ำ สารเคมีฟุ้ง เสี่ยงมะเร็ง!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ระทึกติดเทรนด์ทวิตเตอร์ #โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานพลาสติกขนาดใหญ่ นำมาสู่ดรามาสังคมออนไลน์ ตั้งคำถามด้านความปลอดภัยอยู่ที่ไหน ระเบิดสนั่นสารเคมีคลุ้ง อากาศ-น้ำ มีมลพิษก่อมะเร็ง อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ชี้ ระวังฝน แนะมาตรการจัดการรอให้สลายตามธรรมชาติ ทว่า นักวิชาการเสียงแตก หากปล่อยให้มลพิษสลายตามธรรมชาติ อันตราย อาจใช้เวลานาน 1 ปี!!




ระเบิดรุนแรง! ระวังสารพิษก่อ “มะเร็ง”


นับเป็นความเสียหายมหาศาล หลังเหตุเพลิงไหม้โรงงานเม็ดโฟมและพลาสติกขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ในซอยกิ่งแก้ว 21 จ.สมุทรปราการ จากแรงระเบิดส่งให้คลื่นแรงดันอากาศไปทำลายบ้านเรือนประชาชนในชุมชนใกล้เคียงเป็นวงกว้าง เรียกว่าต้องอพยพหนีกันทั้งเมือง

อย่างไรก็ดี แม้จะควบคุมเพลิงได้ทั้งหมดแล้ว แต่โรงงานที่อัดแน่นไปด้วยสารเคมีอยู่กลางชุมชนเช่นนี้ ยังคงต้องเฝ้าระวัง เพราะยังมีความร้อนสูง และอาจเกิดการติดไฟขึ้นได้อีก นำมาซึ่งความหวาดกลัวว่าสารเคมีที่ฟุ้งกระจายอยู่นั้น จะอันตราย และส่งผลกระทบต่อประชาชนแค่ไหน

ด้าน รศ.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกมาเตือนว่า สารเคมีไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้ว “สไตรีนโมโนเมอร์ (Styrene Monomer)” เป็นสารอันตราย ถือเป็นมลพิษทางอากาศ อาจก่อให้เกิดมะเร็ง หากปล่อยให้สลายตามธรรมชาติ อาจใช้เวลานาน 1 ปี


แต่ดูเหมือนเรื่องจะไม่จบ โดยเฉพาะผลกระทบเรื่องสารเคมีที่คั่งคาง ทั้งในอากาศและน้ำในระยะยาว เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ทางทีมข่าว MGR Live จึงได้ติดต่อไปยัง ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ถึงการจัดการปัญหาของอากาศและน้ำ ที่มีสารพิษปนเปื้อนในตอนนี้ โดยให้ตอบไว้ว่า ตรวจพบสารพิษปนเปื้อน ที่มีอันตราย และสามารถก่อให้เกิดมะเร็งในระยะยาวในเหตุเพลิงไหม้นี้

“คือ ตัวโรงงานของหมิงตี้ เคมีคอล เป็นโรงงานผลิตโฟม ตัวโพลีสไตรลีน มันเป็นไฮโดรคาร์บอนประเภทหนึ่ง ซึ่งเมื่อเกิดการเผาไหม้ แล้วมันเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้

[ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์]
นอกจากนี้ เรากลัวว่ามันจะมีองค์ประกอบของสารอื่นอีก ไม่ว่าจะเป็นเบนซิน 1, 3-บิวทาไดอีน โครเมียน พวกนี้มันเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งทั้งสิ้น แต่มันไม่ได้หมายความว่าจะเกิดทันที จะเกิดจากการสูดดม หรือมีการใช้ไปในนานๆ”

ทว่า หากมีการสูดดมเข้าไป อาจเกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุทางเดินหายใจ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงหากได้รับควันพิษเข้าสู่ร่างกาย จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่าปกติและเมื่อถามว่า สารพิษจะหมดไปในเร็ววันหรือไม่ เขาคาดการณ์ไว้ว่า ภายใน 1-2 วัน ควันจะกระจายตัวออกไป ความเข้มข้นของสารพิษจะถูกลดลงเช่นกัน

“จริงๆ แล้วโดยธรรมชาติเอง พอมีควันเกิดขึ้นมา และมีลมพัดกระจายบนอากาศ ซึ่งถ้าท้องฟ้าค่อนข้างเปิด เพดานอากาศจะยกตัวสูง ส่งให้ควันและความเข้มข้นของสารพิษ กระจายตัวและหายไปหมดตามธรรมชาติภายใน 1-2 วัน”




เพลิงสงบ ปัญหา-ผลกระทบเพียบ!!?


แน่นอนว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นำมาสู่คำถาม และข้อข้องใจของสังคมอย่างต่อเนื่อง ถึงประเด็นการจัดการปัญหาเรื่องสารพิษปนเปื้อน แม้กระทั้งปัญหาโรงงานที่เต็มไปด้วยสารเคมี แต่อยู่กลางชุมชนที่เรื้อรังมากว่า 10 ปีได้อย่างไร ซึ่งยังคงรอคำตอบที่ชัดเจน ที่ถือเป็นการจัดการเรื่องความปลอดภัยที่บกพร่องหรือไม่นั้น

เพื่อยืนยันคำตอบของเรื่องนี้ทางด้านอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาได้กล่าวว่าบริเวณ กทม.และ ปริมณฑล อาจมีฝนเพิ่มขึ้น หากฝนลงไปชะล้างกลุ่มควันเหล่านี้ซึ่งเป็นสารพิษและตกลงในแม่น้ำ ลำคลอง หรือบ่อน้ำ อาจส่งผลต่อประชาชน

“สิ่งที่เป็นห่วงจริงๆ แล้ว น่าจะเกิดขึ้นตรงที่ว่า น้ำที่ใช้ในการดับเพลิง ซึ่งตรงนี้ผมเข้าใจว่าทางกรมควบคุมมลพิษ และกรมอุตสาหกรรมคงจะเข้าไปดูแล้ว ในเรื่องของน้ำที่ใช้ในการดับเพลิง เนื่องจากว่าตัวสาร สไตรีนโมโนเมอร์
หลังจากที่เราดับไฟ มันจะถูกไหลไปลงในรางระบายน้ำ


ซึ่งต้องดูต่อว่ารางระบายน้ำเหล่านั้นมันไหลไปออกที่ไหน เพราะฉะนั้นจะต้องมีการเก็บตัวอย่างน้ำ ที่เกิดจากการดับไฟว่ามีการปนเปื้อนของสารพิษหรือไม่ ถ้าไม่มีการปนเปื้อนของสารพิษอยู่ ก็ไม่ต้องเป็นห่วงอะไร แต่ถ้ามีการปนเปื้อนของสารพิษอยู่ ก็คงต้องมีการแจ้งเตือนพี่น้องประชาชน จะเป็นภารกิจของกรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ที่จะแจ้งเตือนต่อพี่น้องประชาชนในอนาคตอันใกล้นี้


แต่ถ้ามลพิษลงไปยังแม่น้ำ บ่อน้ำ ลำคลอง ตรงนี้เราอยากจะแจ้งเตือนว่าอย่าเพิ่งใช้น้ำในการอุปโภค บริโภค ถ้าเกิดจะใช้ก็ควรต้องมีการฆ่าเชื้อก่อน”


ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัย แนะประชาชนควรเลี่ยงนำน้ำฝนมาบริโภค เพื่อเสี่ยงสารเคมีที่ปนเปื้อนจากเหตุไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้ว อย่างน้อย 1-2 วัน

“ตอนนี้เรายังติดตามสถานการณ์อยู่ จริงๆ ฝนตกช่วงนี้จะช่วยลดปริมาณควันได้ แต่อย่าเพิ่งไปเอาน้ำที่เกิดจากฝนไปใช้แค่นั้นเอง

ในเรื่องของสารเคมีที่ปนเปื้อนอยู่กับควัน เราก็แจ้งเตือนไปว่า เวลาที่เกิดฝน แล้วตัวหมอกควันตกลงมา ถ้ามันตกลงบนพื้นถนนก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเกิดไปตกลงแม่น้ำลำคลอง เกิดตกลงไปในบ่อน้ำ เราก็เตือนพี่น้องประชาชนว่า อย่าเพิ่งใช้น้ำฝนที่ตกลงมา เพราะว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ของพี่น้องประชาชนได้ในตอนนี้ เพื่อการอุปโภค บริโภค 1-2 วันนี้อย่าเพิ่งใช้ ในกรณีที่มีฝน เพราะจะมีหมอกควันเหล่านั้นลงมา

ตอนนี้ประชาชนที่อยู่ใกล้โรงงาน ควันยังมีสารพิษอยู่ เพราะฉะนั้นการออกไปในพื้นที่กลางแจ้ง หรือออกไปสูดดมควันมันอาจจะก่อให้เกิดมะเร็งได้ ตรงนี้ก็ไม่ควรออกไปไหน สำหรับประชาชนที่อยู่ใกล้โรงงานนะครับ”


อย่างไรก็ดี ด้านเพจ “สำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 กรมประชาสัมพันธ์” ก็ไม่นิ่งนอนใจ ล่าสุด ออกมาชี้แจงถึงเรื่องความปลอดภัยของน้ำประปา ใกล้ชิด พร้อมย้ำให้ประชาชนคลายความกังวลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลต่อคุณภาพน้ำประปา

โดยพื้นที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากแหล่งน้ำดิบ โรงงานผลิตน้ำประปาของการประปานครหลวง (กปน.) และคลองประปา มากกว่า 30 กิโลเมตร ซึ่งอยู่นอกพื้นที่เสี่ยงภัย พร้อมเตือนประชาชนที่พักอาศัยในบริเวณรัศมีโดยรอบที่เกิดเหตุ 5-10 กม. หากมีการรองน้ำประปาใส่ภาชนะไว้ ให้มีฝาปิดมิดชิดเพื่อป้องกันการปนเปื้อน

“ขอยืนยันว่า น้ำประปาที่ผลิตจากโรงงานผลิตน้ำจะถูกลำเลียงด้วยระบบปิด ผ่านทางท่อประปา ซึ่งเป็นไปตามแผนน้ำประปาปลอดภัย หรือ water safety plan (WSP) สารเคมีไม่สามารถปนเปื้อนในน้ำประปาได้ ประกอบกับขณะนี้ กปน.ได้ทำการตรวจสอบแนวท่อประปาบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ พบว่าไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าน้ำประปาของ กปน.สะอาด ปลอดภัย”




ข่าวโดย : ทีมข่าว MGR Live



** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **







กำลังโหลดความคิดเห็น...