xs
xsm
sm
md
lg

แม้จนแต่รวยน้ำใจ “ร้านอาหาร 9 บาท” แจกฟรีใครไม่มีเงิน [มีคลิป]

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เปิดชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้ “ยายเล็ก” พร้อมสู้ชีวิตจากอาชีพเก็บของเก่าขาย รายได้วันละ 30-40 บาท สู่เจ้าของร้านอาหารทุกอย่าง 9 บาท ร้านเพิงเล็กๆ ที่ลูกค้าแวะเวียนมาไม่ขาดสาย ถึงขั้นต้องนั่งรอคิว กำไรไม่มาก เน้นอยู่แบบพอเพียง แม้จน แต่รวยน้ำใจ ใครไม่มีเงินให้กินฟรี เพราะเมื่อก่อน โดนดูถูก สาดน้ำไล่ ต้องร้องไห้ก้มกราบ

เก็บคำดูถูก รอเปิดร้าน 9 บาท

“ยายก็บอกว่าหนูสักวันหนึ่งนะถ้ายายมีร้าน ยายจะเปิดร้าน 9 บาทนะหนู ยายจะขาย 9 บาท เขาก็ว่าน้ำหน้าอย่างมึงหรือจะมี ยายก็บอกอย่าดูถูกคนสิหนู คนเรามันต้องช่วยเหลือคนจนบ้าง เห็นคนเป็นอะไร เขาก็บอกน้ำหน้าอย่างนี้ไม่มีหรอก ยายก็บอกดูถูกฉัน ฉันต้องมีให้ได้นะ เดี๋ยวฉันจะมาเชิญแกไปดู ไปกินที่ร้านฉัน ยายก็เดินร้องไห้กลับมา”

ยายเล็ก - สุพัฒตรา อั้นสละศรี เจ้าของร้านอาหารทุกอย่าง 9 บาท “ร้านควันฟืน” ที่ตั้งอยู่ ต.โคกหม้อ อ.เมือง จ.ราชบุรี ทุกเมนูขายเพียงราคา 9 บาท ขนาดอาหารทะเลยังจานละ 9 บาท และไม่ใช่เพิ่งมาขาย แต่ขายในราคานี้มานานกว่า 10 ปีแล้ว หากใครไม่มีเงินก็ยังให้ทานฟรีอีกต่างหาก

“สมัยก่อน 10 กว่าปี ลูกยายท้องคนโตผู้หญิง แล้วยายเก็บของเก่าลูกก็บอกแม่หนูอยากกินก๋วยเตี๋ยวมันหอม ยายก็เข้าไปถามเขาว่าขอซื้อก๋วยเตี๋ยวได้ไหม เขาก็ไม่พูดอะไร ลูกสาวก็บอกว่า แม่หนูหิวน้ำด้วยนะ ลูกสาวท้องใกล้จะคลอดแล้ว

ซื้อน้ำเขา 3 บาท เขาก็ไม่เอาน้ำแข็งให้ยาย เขาก็เอาน้ำเปล่าๆ ที่ใส่ถุงโอเลี้ยงเอามาให้ยาย ยายก็เอาไปให้ลูกกิน ลูกก็บอกว่าแม่หนูอยากกินก๋วยเตี๋ยวนะแม่นะ เหลือตังค์อยู่ 9 บาทเองลูก ยายซื้อน้ำไปแล้ว 3 บาท มี 12 บาท ลูกก็บอกแม่หนูอยากกิน แม่ไม่เอาหมูหรอก หนูไม่ชอบกินหมู หนูอยากกินน้ำกับเส้น

ยายก็ไปขอซื้อเขา หนูยายขอซื้อก๋วยเตี๋ยว ขอเส้นกับน้ำนะไปให้ลูกกิน คนท้องเขาอยากกิน เขาก็มองยาย ไปๆ สกปรก อีสกปรก กูไม่มีให้มึงหรอก ยายก็บอกว่ายายมาซื้อนะลูกยายไม่ได้ขอ เอาไปให้คนท้องกิน เขาบอกกูไม่ขายให้มึง ไปๆๆๆ เขาก็เอาน้ำสาดยาย

ก็กลับมาหาลูก ลูกก็ถามไหนก๋วยเตี๋ยวหนูอยากกิน ก็บอกลูกเขาไม่ให้หรอกลูก อย่ากินเลย ลูกก็บอกหนูอยากกินๆ ลูกก็ไปก้มลงกราบเขา เขาก็เอาน้ำสาดลูก”


ย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ยายเล็กมีมอเตอร์ไซค์อยู่คันหนึ่ง ใช้เป็นพาหนะในการเก็บของเก่าขาย แลกกับรายได้น้อยนิด แค่ 30-40 บาทต่อวัน

หลังจากวันนั้นที่โดนดูถูกสารพัด ทั้งสาดน้ำ ร้องไห้ ยายเล็กเริ่มคิดแล้วว่าอาชีพเก็บของเก่าขายทำยังไงก็ไม่พอเลี้ยงชีพ บวกกับรถมอเตอร์ไซค์ก็เสียด้วย ทำให้เก็บของเก่าไปขายไม่ได้ จึงตัดสินใจนำมอเตอร์ไซค์ไปขายให้ร้านซ่อมรถเพื่อเป็นทุนเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว

“เขาก็บอกว่าให้ 3,000 บาท รถมันไม่ใหม่ เวฟรุ่น120 มันก็ไม่ใหม่ แต่สำหรับว่ายี่ห้อมันดัง ใครๆ ก็อยากได้ ยายก็บอกว่า 3,000 บาทไม่พอหรอกลูก ยายก็ก้มลงกราบเขาว่ายายขอ 6,000 บาทได้ไหมลูก เพราะยายจะมาขายก๋วยเตี๋ยว ยายจะมาตั้งร้าน

เขาก็คุยกัน อีกคนเขาก็บอกว่าให้เขาไปเถอะ เขาก็มาดูร้านว่ายายจะขายตรงไหน ยายก็ชี้ว่าขายตรงนี้แหละขอ 6,000 บาท ได้ไหม เขาก็ได้ๆ เขาก็ให้ยาย ยายก็ก้มลงกราบเขายายก็ไปซื้อของ ซื้อจาก 50 ตับ นี่ก็ปลูกกันเอง ถักจากให้ลูกมุง ก็ 2 คนแม่ลูกก็ทำ

ยายคิดว่าถ้าเรามีร้าน ลูกหลานเราไม่อด ตัวเราก็ไม่อด เก็บของเก่าไม่แน่นนอน วันหนึ่งบางทีได้ 30-40 บาท มันไม่พอ ค่าน้ำค่าไฟที่บ้านเราก็ไม่มีให้ ในที่สุดยายไม่มีค่าน้ำค่าไฟยายต้องชักไฟออก คือไม่ได้ใช้ไฟใช้แต่น้ำ เพราะเราไม่มีเงินเสียค่าไฟ ยายก็ว่ามาขายของดีไหมลูก ลูกก็ว่าดีแม่”


ด้านลูกสาวยายเล็กอย่าง “นันทิยา คำศรี” ผู้ที่อยากกินก๋วยเตี๋ยวในวันนั้น เล่าย้อนถึงอดีตว่า ตอนนั้นรู้สึกแย่มาก ไม่อยากให้คนเหยียดหยามกันแค่เพียงเรื่องของการแต่งกาย และไม่อยากให้คิดว่าเงินเป็นใหญ่ อยากให้เห็นใจซึ่งกันและกัน ทุกวันนี้แม้จะไม่ได้รวยมาก แต่ก็ไม่เคยจนน้ำใจ พร้อมให้กินฟรีเสมอสำหรับคนที่ไม่มีเงิน

“ตอนนั้นพี่รู้สึกแย่มาก คือมนุษย์ด้วยกัน เงินแค่นิดหนึ่ง ใช่เมื่อก่อนพี่แต่งตัวไม่ดี แต่งตัวแบบมอซอ เหมือนคนขอทาน แต่คนเราอย่าเหยียบกันแค่เรื่องเสื้อผ้า ดูจิตใจของคนเรา คนเราแค่ของน้อยนิดอย่าไปคิดแค่ว่าเงินเป็นใหญ่นะ”

[ลูกสาวยายเล็ก ที่สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมา]
ไม่ขาดทุน แต่กำไรน้อย

“ควันฟืน” คือชื่อร้านของยายเล็ก ถามว่า เหตุผลที่ไม่ใช้เตาแก๊สทำอาหาร ยายบอกว่า เคยใช้ แต่ถูกขโมยถึง 2 ครั้ง ทั้งที่ยายเองยังผ่อนค่าเตาแก๊สไม่หมด สุดท้ายจึงต้องหันมาใช้เตาถ่านและใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงแทน

ร้านอาหารควันฟืน ที่เป็นเพิงเล็กๆ แต่มีลูกค้ามาใช้บริการจำนวนมาก บางส่วนต้องนั่งรอ เพราะโต๊ะไม่เพียงพอยายเล็กบอกว่า ตลอดระยะเวลา 10 กว่าปี ที่ขายอาหารมาในราคา 9 บาท ยอมรับว่าไม่ขาดทุน แต่กำไรน้อย เพราะคุณยายเน้นอยู่แบบพอเพียง

แม้จะราคาเพียง 9 บาทที่ดูว่าน้อยนิด แต่ปริมาณอาหารที่ลูกค้าได้รับไม่น้อยตามราคาอาหาร เรียกได้ว่าเครื่องแน่นๆ กุ้ง ปลาหมึกมาเต็ม จึงทำให้คนเข้ามาแวะเวียนกินอาหารที่ร้านอยู่เป็นประจำไม่ขาดสาย

“ไม่ขาดทุน แต่เราได้น้อยก็ตักให้เยอะ พออิ่มถ้าสำหรับคนที่กินไม่จุนะ อยู่ได้ค่ะ วัตถุดิบที่ใช้เกรดอย่างดีเลย เราซื้อของอุปกรณ์มันแพง กุ้งกิโลละ 200 บาทแล้ว เสมอภาคทุกวัน จะแพงหรือจะถูกก็เสมอภาคกัน จะถูกจะแพงก็แค่นี้ กำไรก็ได้ประมาณ 2 แม่ลูกรวมแล้วก็ได้สัก 500 บาทได้ ก็จ้างคนล้างชามสัก 50 บาท”

ด้านลูกสาวยายเล็กที่สู้เคียงบ่าเคียงใหญ่กันมา 2 คนแม่ลูก ยังบอกอีกว่า ไม่อยากขึ้นราคาอาหาร ถึงจะได้น้อยแต่ก็ภูมิใจที่จะทำต่อไป ดีใจที่เห็นลูกค้ามาร้านเยอะๆ

“ไม่อยากขึ้นราคา ลูกค้ามาพี่ก็ดีใจนะ ถึงว่ามันจะน้อยแต่มันก็ภาคภูมิใจว่า เงิน 9 บาท มันก็เลี้ยงชีวิตเรา เลี้ยงลูกเราได้ ไม่อยากขึ้น เอาที่เราอยู่ได้ อยู่แบบพอเพียง

เหนื่อย แต่ไม่ท้อ เห็นลูกค้ามาเยอะๆ ไม่ท้อนะ ดีใจนะ ถามลูกค้าว่าอร่อยไหม พอทานได้ไหม พูดตรงๆ ว่าเราก็ไม่ได้ว่าทำดี แต่ก็พอทานได้

ได้สิ่งดีๆ ที่ลูกค้าให้ เขามีน้ำใจมาให้เรา คนที่ว่ามาจากต่างจังหวัด ซื้อของฝากมาให้ จุดตรงนั้นเราก็ดีใจนะที่ว่าลูกยังคิดถึงเรา แวะเวียนมาหาเราบ่อยๆ เราทำได้เท่านี้ ลูกค้ายังกลับมาหาเราได้ เราก็ภูมิใจแล้ว”




ไม่เพียงขายอาหารราคาถูก เหลือเชื่อทุกอย่าง 9 บาท แต่ยังเปี่ยมด้วยน้ำใจให้คนที่ยากไร้ ไม่มีตังค์ได้ทานฟรีอีกด้วยเรียกได้ว่าแม้จน แต่รวยน้ำใจ

“ตังค์ไม่พอไม่เป็นไร มีเท่าไหร่ก็เท่านั้น แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร พี่คิดแค่ว่าอย่างนี้ เพราะคนเราคนทุกคนมันก็ต้องบางครั้งอาจจะมี บางครั้งก็อาจจะไม่มีก็ได้ เราก็ยึดถือว่าเราเคยเป็นแบบนั้น เคยลำบาก

การที่ว่าเราเคยอยากกินแล้วมันไม่ได้กิน มันลำบาก และยิ่งเป็นคนท้องนะ ถ้าคนท้องบอกไม่มีนะ พี่ให้เลย แล้วพี่ก็บอกไว้เลยว่า ถ้าคนท้องมากิน ใครจะว่ายังไง หาว่าพี่แซงคิวพี่ก็ยอม เพราะคนท้อง คนอยากกิน พี่เคยท้องมา อยากกินพี่ทำให้ก่อนเลย

สมัยก่อนเราอด เราอยู่อย่างนี้เรามีกิน เหมือนเราทำบุญไปด้วย คนที่ไม่มีกินก็มาขอ เราก็ให้เขากินฟรี บางลูกค้าบอกตังค์ไม่พอ มีเท่าไหนก็เอาเท่านั้นลูก เราไม่กะเกณฑ์ ให้เราเท่าไหนก็เท่านั้น”

จากวันนั้นถึงวันนี้ 10 กว่าปีแล้ว ที่ยายเล็กเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว ซึ่งมีอาหารตามสั่งหลายอย่าง และขายในราคา 9 บาททุกอย่าง แม้ยายจะเคยไปหาเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวที่ไม่ยอมขายให้ยายในวันนั้น เพื่อให้มาดูมากินที่ร้านของยาย แต่ปรากฏว่า ร้านนั้นเจ๊งไปแล้ว

“ยายไปตามร้านเจ้าของที่ว่ายายไปซื้อเขา เขาบอกว่าย้ายไปแล้ว มันเจ๊งไปแล้ว ยายข้างร้านเขาบอก มันเจ๊งไปแล้วแหละ บอกว่ามันตามผัวไปแล้ว มันตามผู้ชายไปแล้ว ยายก็บอกว่าจะมาตามเขาไปกินข้าวที่ร้าน ขาย 9 บาท ขายในตัวเมืองเลยราชบุรีไปหน่อยหนึ่ง ห่างตัวเมือง แต่ยายก็ชวนยายคนนั้นมานะ เขาก็มากิน เขาก็ว่าดี ก็พออยู่ได้ ยายก็บอกว่าก็พออยู่ได้ พอเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน ไม่ต้องอด สมัยก่อนเราอด”


เหนื่อยแต่ไม่ถอย สู้เพื่อลูกหลาน

“ท้อได้ แต่ยายไม่ถอยอยู่แล้ว ถ้ายายถอยทุกคนจะเอาที่ไหนกิน ทุกวันนี้ยายเจ็บไม่ได้ ตายไม่ได้ เพราะยังมีภาระดูแลลูกหลาน แม้เหนื่อยก็ไม่ถอย”

เหนื่อยแต่ไม่ถอย อดทนดิ้นรนทำทุกอย่าง เพื่ออนาคตที่ดีของลูกหลาน ไม่อยากให้อดอยากเหมือนที่ผ่านมา พร้อมทำทุกอย่างเต็มที่

“ยายอยู่กัน 6 คน ทั้งแฟนยาย ตอนนี้ยังป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ไม่ไหวแล้ว 91 ปีแล้ว ก็ยังดูแลกันอยู่ มีลูกสาวคนเดียว ก็ป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง ลูกก็ไปคีโมมา 2 หนแล้ว ก็ผมร่วง เล็บถอดหมดเลย เดี๋ยวนี้คีโมไม่ไหวแล้วปวดทรมาน ไปหาหมอไหมสุดท้าย หมอก็ว่าพร้อมใจยัง พร้อมใจที่จะผ่าตัดยัง เลยถามว่าถ้าผ่าตัดแล้ว ผลข้างเคียงจะเป็นยังไง เขาบอกว่าถ้าไม่ตายก็ห้าสิบห้าสิบ ต้องนอนติดเตียง

ก็เลยบอกว่าหนูผ่าไหม ลูกก็บอกว่าแม่หนูไม่ผ่าหรอก หนูยอมทรมานอย่างนี้ดีกว่า บางทีเขาไปกระโดดน้ำตาย คนก็ช่วยไว้ บางทีรถไฟชน คนก็มาบอกว่าลูกไปนอนที่รถไฟให้ชน ก็ไปลากออกมา เมื่อก่อนแฟนเขาหนีไปด้วย ก็คิดมาก แล้วเราก็อยู่ 2 คนแม่ลูก แฟนยายก็ไปมีเมียใหม่ 3 คน ไปๆ มาๆ ก็กลับมาหายาย ทุกวันนี้เราก็ต้องดูแลเขา

ก็เลยบอกว่าหนูอย่าคิดมากลูก อย่าคิดสั้น ถ้าแม่ตายไปเอ็งยังอยู่ ยังดูลูกได้ แล้วลูกจะทำยังไงถ้าเอ็งตายไปแล้วแม่อยู่คนเดียวแล้วลูกจะทำยังไง คิดถึงตอนนี้ เราอยู่เราต้องสู้

ยายอยู่ที่ร้าน ยายนอนกับพื้นปูในร้าน ลูกนอนกับพื้น แต่ยายให้หลานนอนบนเตียง แล้วยายนอนข้างล่างใต้หลาน พอมืดแล้ว พอทำของเสร็จสี่ทุ่ม ยายก็กินยาแล้ว หลับไปก็สว่างแล้ว ตีสามตีสี่ยายก็ต้องลุกมา”

นอกจากสุขภาพร่างกายของลูกสาวที่จะไม่แข็งแรงแล้ว สุขภาพร่างกายตอนนี้ของยายเล็กก็มีหลายโรคมารุมเร้า แต่ก็ต้องอดทน สู้ต่อไป พร้อมดิ้นรนทำทุกอย่างจนกว่าจะหมดลมหายใจ เพื่ออยากให้ลูกและหลานมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยที่ไม่อดอยากเหมือนเมื่อก่อน

“สุขภาพแย่มากเลย แต่ก็ต้องทำ เป็นเบาหวาน น้ำท่วมปอด ไขมันอุดตันในเส้นเลือด เป็นหอบ แต่ยายก็ต้องทำ ไม่ทำจะเอาที่ไหน เหมือนกับยายเป็นหัวหน้าครอบครัว ถ้ายายไม่ทำ ลูกก็ทำไม่ได้ สั่งงานไม่ได้ ยายจะต้องสั่งงานว่าทำอย่างนี่นะ

ก่อนนอนต้องกินยานอนหลับ ยาภูมิแพ้ ถ้าไม่กินแล้วยายนอนไม่หลับ เราโดนควันไฟทุกๆ วัน ร่างกายเราก็อ่อนล้า จากคนที่น้ำหนัก 50 กิโล ตอนนี้เหลือ 28-29 กิโล เราต้องทน เราอายุมากแล้ว จะตายเราไม่ได้ว่าหรอก ขอให้ทำเก็บไว้ให้หลานไม่มากก็น้อย ขอให้เขามีเงินทุนตรงนั้น

ทุกวันนี้ยายเจ็บก็ไม่ได้ ตายก็ไม่ได้ ทุกวันกลางคืนกว่ายายจะนอน ก็พูดว่ายมบาลจ๋าอย่าเอาฉันไปเลย วันนี้ฉันยังมีภาระ ลูกหลานฉันยังไม่โต ปีกกล้าขายังไม่แข็ง”


แต่น่าเสียดาย ยายเล็กจะขายอาหารอยู่ที่นี่ได้ถึงสิ้นปีนี้เท่านั้น เพราะเจ้าของที่ที่อนุญาตให้ยายขายตรงนี้มา 10 กว่าปี ต้องการใช้ที่เพื่อการอื่น ซึ่งยายยังไม่รู้ว่า จะหาที่ใหม่ที่ไหนและถ้ามีที่ใหม่ แต่ต้องเสียค่าเช่า ยายจะสู้ค่าเช่าไหวหรือไม่ ซึ่งถ้ามีโอกาสได้ขายต่อในที่ใหม่ ยายเล็กยืนยันว่า จะขายอาหารในราคา 9 บาทต่อไปจนกว่ายายจะสิ้นลม

“เป็นที่ของเถ้าแก่กรุงเทพฯ ยายก็มาขอเขาอาศัยขาย ขอขอบพระคุณเสี่ยกิตติชัย ที่ให้ยายขายของมา 10 กว่าปี ถึงตอนนี้เขาจะไม่ให้ยายขาย ยายก็ไม่เสียใจหรอก เพราะเขามีบุญคุณมาตั้ง 10 กว่าปี ถ้าไม่ได้ตรงนี้ยายก็ไม่รู้ว่าจะไปขายที่ตรงไหน

เขาให้ขายได้สิ้นปีนี้ ยังไม่รู้ว่าจะลงตรงไหน ก็ยังไม่มีที่ไป ตรงนี้มันไม่ได้เสียค่าเช่า ถ้ายายรวยยายจะซื้อที่ไปปลูกขายของเรา ไม่ต้องไปหาที่ใคร ยายคิดอยู่ทุกวันนี้ถ้ายายมีที่นะ ถ้ายายมีเงินซื้อที่ แต่ตอนนี้เขาก็ไม่ให้ผ่อน ถ้าเขาให้ผ่อนยายก็อยากผ่อน แต่นี่เขาไม่ให้ผ่อน ใครๆ ก็อยากได้เงินก้อน อีกอย่างยายไม่มีหลักทรัพย์อะไร”

หากใครอยากแวะไปอุดหนุนอาหารของยายเล็ก “ร้านควันฟืน” อยู่ที่ ต.โคกหม้อ อ.เมืองราชบุรี ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามหมู่บ้านคันทรีวิลล่า หรือหากไปไม่ถูก สอบถามได้ที่เบอร์โทร.06-4893-8512




สัมภาษณ์ รายการ “ฅนจริงใจไม่ท้อ”
เรียบเรียง : MGR Live
เรื่อง : พัชรินทร์ ชัยสิงห์



** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **





กำลังโหลดความคิดเห็น...