xs
xsm
sm
md
lg

ติดง่าย-อันตรายกว่าโควิด-19!! “วัณโรคปอด” ผู้พรากชีวิต “โรเบิร์ต สายควัน”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ยิ่งใกล้ยิ่งเสี่ยง! เจาะลึกวัณโรค อันเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของดาวตลกชื่อดัง ซ้ำยังติดต่อได้ง่าย แม้ไม่มีการสัมผัสผู้ป่วย พบคนไทยเสียชีวิตจากวัณโรคกว่า 14,000 คนต่อปี สูงเป็นอันดับ 14 ของโลก!

คนเยี่ยมไข้มีหนาว วัณโรคติดได้แม้ไม่สัมผัส

เป็นอีกหนึ่งการสูญเสียครั้งสำคัญของวงการบันเทิงบ้านเรา เมื่อ โรเบิร์ต สายควัน ศิลปินตลกชื่อดัง วัย 54 ปี แม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวดีว่า เขาหายจากโรคมะเร็งปอดที่กำลังรักษาตัวอยู่จนตรวจไม่พบแล้ว แต่กลับต้องมาจากไปอย่างไม่มีวันกลับจากวัณโรคปอด

การเสียชีวิตของดาวตลกในครั้งนี้ นำมาซึ่งความเศร้าสลดไปทั่วทั้งวงการ แต่ขณะเดียวกัน ก็ทำให้คนในสังคมหันมาให้ความสนใจและตื่นตัวกับวัณโรคมากขึ้น ทีมข่าว MGR Live จึงขอความรู้เกี่ยวกับโรคนี้จาก นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ



คุณหมอให้ข้อมูลว่า แม้ไม่มีการสัมผัสกับผู้ป่วย แต่ก็มีโอกาสติดต่อกันได้ง่ายและอันตรายยิ่งกว่าโควิด-19 ในกรณีที่ผองเพื่อนนักแสดงเข้าเยี่ยมให้กำลังใจระหว่างที่รักษาตัวนั้นก็อาจมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อไปด้วย เนื่องจากอยู่ในสถานที่ที่อากาศไม่ถ่ายเทและไม่มีการสวมหน้ากากอนามัย

“(การติดเชื้อ) มันขึ้นอยู่กับว่า 1.ตอนนั้นคุณโรเบิร์ตเขามีเชื้อในปอดหรือเปล่า ถ้าตรวจเจอเชื้อก็มีความเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อให้คนอื่นเยอะ ถ้าตรวจไม่เจอเชื้อความเสี่ยงก็น้อย 2.อยู่ในสถานที่ปิด อยู่ในโรงพยาบาล อากาศถ่ายเทไม่ดีก็มีโอกาสที่จะรับเชื้อมากขึ้น 3.เขาใส่หน้ากากหรือเปล่า ถ้าเขาใส่หน้ากาก โอกาสที่เขาจะแพร่เชื้อก็จะน้อยลง แล้วคนไปเยี่ยมใส่หน้ากากหรือเปล่า ถ้าใส่ โอกาสที่จะรับเชื้อก็น้อยลง

ไม่จำเป็นต้องไปใกล้เขา อยู่ในห้องเดียวกัน ไม่สัมผัสตัวกัน ก็มีโอกาสรับเชื้อ ถ้าเราไปอยู่ในห้องนั้น ยิ่งอยู่ห้องเดียวกันนานก็มีโอกาสรับเชื้อมาก มันติดต่อกันง่าย แล้วโรคนี้เป็นโรคที่พบบ่อยในประเทศไทย ปีหนึ่งงเรามีคนเสียชีวิตตั้ง 14,000 คน ป่วยปีตั้ง 120,000 คน โควิด-19 เรามีเสียชีวิต 59 คน ป่วยแค่ 3,000 กว่าคน พูดกันแล้ว วัณโรคอันตรายแน่นอน และเป็นโรคประจำถิ่นของบ้านเรา”



[ นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์]

ทั้งนี้ กูรูโรคระบบการหายใจยังได้เจาะลึกถึงความอันตรายของโรคนี้ที่ประเทศไทยมีผู้ป่วยสูงติดอันดับโลก อีกทั้งคร่าชีวิตคนไทยนับหมื่นคนต่อปี

“วัณโรคปอดก็เป็นโรคที่พบบ่อยในประเทศไทย อย่างที่บอก ปีหนึ่งมีคนป่วย 120,000 คนทุกปี มีคนเสียชีวิตปีละ 14,000 คน ประเทศไทยมีผู้ป่วยวัณโรคอยู่เป็นอันดับที่ 14 ของโลก เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไมโครแบคทีเรียม ติดต่อกันทางการหายใจ เวลาคนป่วยส่วนใหญ่จะป่วยที่ปอด เวลาแพร่เชื้อก็จะไอ จาม พูด เชื้อก็จะออกมากับลมหายใจ แล้วก็จะลอยอยู่ในอากาศ

ถ้าอยู่ในสถานที่ปิดอย่างในบ้าน ในรถประจำทาง เชื้อมันก็มีชีวิตอยู่ได้เป็นหลายๆ ชั่วโมง แต่ถ้าไอจามในที่กลางแจ้ง มันก็โดนรังสียูวีในแสงอาทิตย์ฆ่าตายไปไม่กี่นาที โดนลมพัดทำให้เชื้อมันเจือจาง โอกาสที่จะติดคนในที่โล่ง ที่กลางแจ้ง นอกบ้านนอกอาคารก็จะน้อย ส่วนใหญ่จะติดกันในอาคาร สถานที่ปิด ที่อากาศถ่ายเทไม่ดี

ในบ้านเราที่พบบ่อยที่สุดคือในเรือนจำ บ้านเรามีคนในเรือนจำตั้ง 300,000 กว่าคน ป่วยเป็นวัณโรคปีละ 3,000 กว่าคน ก็เป็น 1 ใน 1,000 นี่สูงมากเลย เขาจัดอันดับโลก อันดับ 1 ประมาณ 600 ต่อ 100,000 คน ของประเทศไทยประมาณ 100 ต่อ 100,000 คน แต่ในคุกเท่ากับ 1,000 ต่อ 100,000 คน”

วัณโรคระยะแฝง อันตรายเมื่อร่างกายอ่อนแอ

แม้วัณโรคจะเป็นโรคที่ติดต่อกันได้ง่ายในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งคนไทยหลายล้านมีเชื้อร้ายนี้แฝงอยู่ ซึ่งอาการของโรคจะปรากฏก็ต่อเมื่อร่างกายอ่อนแอลง

“ถ้าไปรับเชื้อมา คนที่จะป่วยส่วนใหญ่จะเป็นร่างกายอ่อนแอมากๆ ไปติดเชื้อ HIV หรือมีโรคประจำตัว พอเชื้อมันเข้าไป มันสามารถเติบโตแล้วก็แบ่งตัวทำให้เกิดโรคได้ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ คนส่วนใหญ่ไม่เป็นอย่างนั้น กว่าจะแสดงอาการก็ 1-2 ปี ประมาณไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์จะป่วย แต่ 90 เปอร์เซ็นต์จะอยู่ในระยะแฝงและไม่เป็นอะไร

ในคนไทยมีประมาณ 20 ล้านคนอยู่ในระยะแฝง ซึ่ง 1 ใน 3 เคยมีเชื้ออยู่ในตัวแต่ไม่มีอาการ รอจนกระทั่งเมื่อไหร่ร่างกายอ่อนแอ เป็นเบาหวาน เป็นมะเร็ง ติดเชื้อ HIV เชื้อมันก็จะแบ่งตัวกำเริบขึ้นมาใหม่ ทำให้ป่วยเป็นวัณโรค แต่ถ้าร่างกายมีภูมิต้านทาน ก็สามารถที่จะกดบังคับไม่ให้มันแบ่งตัวได้”


นอกจากนี้ วัณโรคไม่ได้เพียงแค่เล่นงานที่ปอดเท่านั้น เพราะเชื้อสามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะส่วนอื่นได้ อีกทั้งยังทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก

“ถ้าเป็นวัณโรคปอดก็จะมีอาการไข้ ไอ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด เหงื่อออกกลางคืน ไอมีเสมหะ บางคนอาจจะมีเลือดปน อาการจะเป็นต่อเนื่องมากกว่า 2 สัปดาห์ ถ้ามีอาการเช่นนั้นต้องไปหาแพทย์นะครับ


แต่วัณโรคมันสามารถไปที่อวัยวะอื่นได้ 80 เปอร์เซ็นต์เป็นที่ปอด อีก 20 เปอร์เซ็นต์เป็นที่ปอดและอวัยวะอื่น กระจายไปตามกระแสเลือด ตามอวัยวะต่างๆ อาจจะเป็นที่ไหนก็ได้ ลำไส้ เยื่อบุช่องท้อง สมอง กระดูก อาการของวัณโรคก็แล้วแต่ว่าไปอยู่ที่อวัยวะไหน ที่น่ากลัวคือที่สมอง เป็นแล้วความสูญเสียมันเยอะ บางคนเป็นที่ไขสันหลัง ทำให้เป็นอัมพาต มันเป็นไปได้ทุกส่วน ยกเว้นที่ผมกับเล็บเท่านั้น

สมมติถ้าเราไปรับเชื้อมา หมอก็จะเอกซเรย์ปอดดูว่ามีอะไรผิดปกติมั้ย ส่วนใหญ่ก็จะไม่มีอะไรผิดปกติ ก็ต้องมีการทำ Tuberculin skin test คือฉีดยาเข้าไปใต้ผิวหนังแล้วดูปฏิกิริยา บ้านเราก็มีปัญหา เด็กทุกคนที่เกิดมาจะฉีดวัคซีน BCG ป้องกันวัณโรค มันก็จะรบกวนกับการตรวจรับเชื้อ เพราะมันจะบอกไม่ได้ว่าปฏิกิริยามาจากการฉีดวัคซีนตอนเกิดหรือว่าไปรับเชื้อมา ปัจจุบันก็มีการตรวจใช้เลือดตรวจ แต่ก็เสียเงินหลายพันบาท ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยตรวจกัน"


สุดท้าย คุณหมอมนุญได้ฝากไว้ว่า วัณโรคมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้ หากใครมีความเสี่ยงก็อย่าลืมสังเกตอาการตัวเอง และที่สำคัญ การสวมหน้ากากอนามัยยังช่วยป้องกันวัณโรคและโรคในระบบทางเดินหายใจอื่นๆ ได้

“หายขาดได้ ต้องแน่ใจว่าได้รับยาที่ถูกต้อง สมมติเราให้ยาวัณโรคแต่ไม่รู้เลยว่าเขาเป็นวัณโรคชนิดไหน ดื้อยารึเปล่า ดื้อยาตัวไหน ถ้าเราให้ยาแบบนั้น ก็มีโอกาสรักษาไม่ถูกและเสียชีวิตได้ สำคัญที่สุดเลย คนไข้ที่เป็นวัณโรคบางคนเป็นวัณโรคดื้อยา ซึ่งยาธรรมดารักษาไม่หาย ต้องใช้ยาราคาแพงที่มีผลข้างเคียง แต่บางคนก็ไม่สามารถจะเข้าถึงยานั้นได้ อย่างพวกบัตรทอง ประกันสังคมก็อาจจะเข้าถึงยากพวกนั้นไม่ได้เพราะราคาแพง

ก็ต้องฝากไว้ว่า คนไหนที่ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ ไอ จาม มีไข้ ขอให้ใส่หน้ากากเพื่อป้องกันคนอื่นไม่ให้ป่วยตาม มันจะช่วยทุกโรคทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะเป็นวัณโรค โควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ ไวรัสต่างๆ คนไหนที่รู้ตัวว่าไอ จาม มีไข้ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ขอให้ใส่หน้ากากเพื่อป้องกันคนอื่น แล้วไปหาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องครับ”



ข่าวโดย : ทีมข่าว MGR Live
ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ก "บอล เชิญยิ้ม"




** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **




กำลังโหลดความคิดเห็น...