xs
xsm
sm
md
lg

“เมนูอื่นโหดกว่าไก่หลุมเยอะ แต่ไม่ถูกนำเสนอ” หม่อมถนัดแดก ขอแจงดรามา เมนูเปิบพิสดาร-ทรมานสัตว์!!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เปิดใจ “หม่อมถนัดแดก” กับเมนูไก่หลุม ยอมรับผิดที่คิดน้อยไป ขอโทษทำให้หลายคนไม่พอใจไม่ได้มีเจตนาทารุณกรรมสัตว์ แต่ทำเพื่อให้เห็นวิถีการทำอาหารของชาวบ้านในอดีตที่มีมาช้านาน ย้ำถือเป็นบทเรียนให้รอบคอบมากขึ้น

วิถีชาวบ้าน ความเชื่อส่วนบุคคล


“พอเริ่มมีกระแสดรามา ผมก็ยอมรับผิด แล้วก็ลบคลิปก่อนอันดับแรกเลย แล้วก็ยอมรับ เพราะว่าหนึ่งผมไม่ได้พูดไปในคลิปว่ามันเป็นการสาธิต อันนี้ผมผิดเรื่องนี้แหละ ผมอาจจะละเลยตรงนี้ไป มันก็เลยทำให้ทุกคนมองว่ามันเป็นเรื่องจริง ซึ่งก็ยอมรับในข้อนี้ครับผม”

หม่อมถนัดแดก หรือ เสก-สหัสวรรษ ชอบชิงชัย วัย 46 ปี เปิดใจกับทีมข่าว MGR Live ถึงกระแสดรามา ของคลิปในช่องยูทูป “หม่อมถนัดแดก” ที่สาธิตทำเมนูไก่หลุม ที่ใช้ชื่อคลิปว่า “ตำนานเมนูซาดิสต์” คือการนำไก่มาฝังดินให้โผล่แต่หัว ฝังไว้สองสัปดาห์ ให้ตากแดด ให้อดข้าวอดน้ำ แต่ให้กินแต่น้ำกะทิที่ทยอยหยอดให้พอครบ 2 สัปดาห์ขุดขึ้นมาไก่จะขนร่วง และได้เนื้อไก่ที่ชุ่มกะทิ แล้วเอาไก่ไปย่าง

หม่อมถนัดแดกจึงชี้แจงเรื่องนี้ว่า การถ่ายทำเป็นการจำลองขึ้นมา ไม่ได้มีเจตนาในการกระทำเพื่อให้ไก่บาดเจ็บหรือได้รับอันตรายแต่อย่างใด แต่ทำเพื่อให้เห็นวิถีการทำอาหารของชาวบ้านในอดีตที่มีมาช้านาน ตามข้อมูลที่เคยอ่านมาหรือได้ทราบมา

ไก่ดังกล่าวทราบเบื้องต้นว่าเป็นสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน ที่เลี้ยงเพื่อมาทำอาหารกินในชีวิตตามวิถีชาวบ้านอยู่แล้วจึงทำให้สังคมเข้าใจไปว่าไก่ที่ถูกฝังในหลุม คือตัวที่กลายมาเป็นอาหาร ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าเป็นคนละตัวกัน ไก่ทั้ง 2 ตัวที่ใช้ถ่าย ยังอยู่ดีเป็นปกติ ส่วนไก่ที่นำมาทำอาหารเป็นไก่ที่ซื้อมาจากตลาด และยอมรับว่ารู้สึกไม่สบายใจกับการนำเสนอในครั้งนี้


“เรื่องที่เกิดขึ้นก็ ผมก็ได้รับการติดต่อมาจากกลุ่มชาวบ้านนะครับว่า เขาสามารถทำเมนูนี้ได้ แล้วเราก็เคยได้ยินเรื่องราวเหล่านี้มานานแล้ว อ้างอิงในอินเทอร์เน็ตก็ได้นะครับ เสิร์ชเข้าไปก็จะเจอไก่หลุม ไก่กะทิ ก็จะมีตำนานบอกกล่าวกันมา แต่ผมก็ยังไม่เคยเห็นว่ามันมีอยู่จริง

ผมก็เลยไปตั้งชื่อคลิปว่า ตำนานเมนูซาดิสต์ เพราะว่าเราก็เคยเห็นแต่ในอินเทอร์เน็ตในอะไรอย่างนี้ แล้วก็เห็นแต่รูปภาพ ยังไม่เห็นเป็นคลิปอะไรอย่างนี้ครับ

ผมก็เลยตัดสินใจที่จะไปถ่ายทำเมนูนี้ ก็ตอนไปถ่ายตอนออกคลิปเราก็มีคำเตือนบอกนะครับว่า เราไม่สนับสนุน วิธีการเหล่านี้อยู่แล้ว แล้วก็เด็กที่ดู ก็ให้มีผู้ใหญ่ดูด้วย

มันเป็นความเชื่อส่วนบุคคล เราก็ไม่ได้สนับสนุนตั้งแต่ต้น ในคลิปก็มีการอธิบายว่าเมนูซาดิสต์นี้เขาก็มีกันในต่างประเทศ เขามีอะไรบ้าง มีการกินสมองลิง ของญี่ปุ่นเขาก็มีการเอาเต้าหู้ไปต้มกับลูกปลา ให้ลูกปลาไปตายในเต้าหู้ อะไรอย่างนี้ก็จะมีอธิบายไป

แล้วก็มาเล่าถึงเมนูซาดิสต์ในเมืองไทยบ้าง ก็จะไล่ตั้งแต่กุ้งเต้น ปลาไหลต้มเปรต เหล่านี้ก็เล่าไป แล้วมันก็มีการ ชาวบ้านเขาก็ มันก็มีการพูดถึงเมนูไกล่หลุมขึ้นมา กับไก่กะทิ เขาก็ไปทำให้ผมดู ซึ่งผมไม่ได้ทำเองนะครับ

เราก็ไปดูวิธีการทำของเขา แล้วก็ไก่ที่ฝัง ก็ไม่ได้ฝัง 14 วันจริง เขาก็แค่ฝังก่อนที่จะถ่าย แล้วก็เอาขึ้นมา ไม่เกิน 5 นาที”


สังคมตั้งคำถามกรณีนี้อาจเข้าข่ายข้อหาทารุณกรรมสัตว์ เนื่องจากไม่ใช่การเลี้ยงไก่เพื่อเชือดกินโดยปกติ แต่เป็นการทรมานสัตว์ถ่ายทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนจากค่าโฆษณา

“อันนี้ผมไม่รู้นะครับ ผมไม่ได้เป็นคนคิดที่จะเริ่มต้นขึ้นมาทำ อันนี้มันเป็นเมนูที่อยู่ในตำนานจริงๆ เสิร์ชเข้าไปในอินเทอร์เน็ตก็มีครับ คำว่า ไก่หลุม ไก่กะทิ แล้วก็จะเห็นวิธีการทำเขาเลย แล้วถ้าไก่จริงๆ ถ้า 14 วัน เท่าที่ผมเห็นในข้อมูล ถ้าฝังจริงๆ เอาขึ้นมาขนไม่เหลือแล้วนะครับ ขนเกลี้ยงเลย ขนมันจะเกลี้ยงไปเลย”


นอกจากนี้หม่อมถนัดแดก ก็ยอมรับว่าที่หลายคนมองว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์นั้น ตนเองก็ไม่ได้ปฏิเสธในเรื่องนี้ ยืนยันว่าไม่ได้สนับสนุน และไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดี เพราะเป็นวิถีชาวบ้านที่เกิดขึ้นจริง

“ผมไปห้ามความคิดใครไม่ได้ ถามว่าในภาพมันก็อาจจะมองว่าเป็นการทารุณสัตว์นั่นแหละ ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะผมเองก็พูดในคลิปว่ามันเหมือนเป็นการทารุณนะ ผมก็ยืนยันว่าผมก็ไม่ได้สนับสนุน แล้วก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะไปสนับสนุนอยู่แล้ว

เรานำเสนอในสิ่งที่มันเกิดขึ้น แล้วก็ชาวบ้านเขาเป็นคนทำ เราก็ไม่ได้เป็นคนทำ พอมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราก็รับผิดชอบเบื้องต้น ก็คือลบคลิปก่อน แล้วผมก็บอกในคลิปว่า ลองเปรียบเทียบว่าดูระหว่างแบบนี้ที่เป็นระดับชาวบ้าน กับพวกฟัวกราส์ ที่เป็นตับห่าน ซึ่งมันเป็นอุตสาหกรรม หรือแม้กระทั่งพวกไก่ไข่ ที่เขาต้องถูกขัง อันนั้นตลอดชีวิตไม่ต้องขยับเขยื้อน แล้วก็ไข่อย่างเดียว

ต้องมองว่าอยู่ที่ใครมอง ใครหวั่นไหวมากกว่ากัน คือบางอย่างก็เข้าใจว่ามันมีอะไรที่โหดร้ายมากกว่านี้เยอะแยะ เพียงแต่ว่า มันไม่ได้ถูกนำเสนอออกมา คนก็เลยไม่รู้ อย่างเช่น ปู ถูกมัดตั้งแต่จับขึ้นมาเลย ไม่ได้ขยับเขยื้อนเลย ก็เป็นการทรมานไหม

มันก็มองได้หลายมุม แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน บางคนก็มองเป็นเรื่องปกติ เหมือนกุ้งเต้นอย่างนี้ ผมถามว่า มันก็เป็นซาดิสต์นะ แต่เราก็ไม่ได้เกิดประเด็นดรามาไง ผมก็ยอมรับผิดว่าผมเผยแพร่ไปโดยที่ผมไม่ได้พูดคำว่าสาธิต อันนี้ผมผิดแน่นอน ผมก็ยอมรับนะ”

ไม่เพียงเท่านี้ หลังจากเจ้าตัวออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่าไม่ใช่ไก่ตัวเดียวกัน คนในสังคมก็ตั้งคำถามอีกว่า เป็นการหลอกลวงผู้บริโภค หรืออาจจะเป็นข้อแก้ตัวกันแน่




บทเรียนราคาแพง ไม่รอบคอบพอ

หม่อมถนัดแดกพร้อมจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นบทเรียนในการทำคลิปครั้งต่อไป ถือว่าเป็นบทเรียนให้รู้ว่าต้องมีความรอบคอบมากกว่านี้ในการนำเสนอหรือเผยแพร่คลิปอะไรออกไปสู่สาธารณะ

“แน่นอน มันต้องเป็นบทเรียน และเราก็ต้องรอบคอบขึ้นมากกว่านี้ในการนำเสนอ มันสอนว่าความอ่อนไหวของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน เราก็ต้องมองในความอ่อนไหวตรงนี้ให้กับหลายๆ คนด้วย ที่เราอาจจะไม่ได้คิดถึงตรงนี้”

ทั้งนี้ยังยอมรับอีกว่า การนำเสนอในครั้งนี้ เพียงแค่อยากนำเสนอภูมิปัญญา หรือวิถีของชาวบ้านเท่านั้น เพราะตนเองก็มองว่ามันเป็นตำนาน และวิถีของชาวบ้านที่มีมาอย่างยาวนาน และเมนูนี้ก็มีคนทำมาตั้งนานแล้ว

“มันเป็นวิถีของชาวบ้านเขา ที่เขาทำ แต่ว่าเราก็ไม่รู้หรอก ว่าเขาจะทำกันจริงกันอะไร เพราะว่าเราไปถ่ายทำเราก็ไปแค่วันเดียว เราก็ไปแค่ช่วงเช้า ถ่ายเสร็จเราก็กลับ เราไม่นั่งเฝ้าไก่ถึง14 วัน

เท่าที่รู้นะ เขาก็ทำกันมาก็หลายพื้นที่ด้วย ไม่ใช่แค่พื้นที่นี้พื้นที่เดียว อาจารย์ยิ่งศักดิ์ แกยังบอกเลย ว่ามันเป็นเมนูพื้นบ้านที่เขาก็ทำกันมานานแล้ว แต่ว่าผมผิดตรงที่ผมไม่ควรจะนำเสนออกมา อันนี้ก็ยอมรับครับไม่เป็นไร ผิดก็คือผิด

ก่อนหน้านี้ผมก็ทำคลิปแนวนี้มาอยู่แล้ว คือวัฒนธรรมการกิน วิถีการกินแต่ละชุมชน แต่ละพื้นที่ ผมก็ทำแนวนี้มาอยู่แล้ว”


ส่วนเรื่องกระแสที่ถูกโจมตี ตนยอมรับว่ามีทั้งสองมุม ที่มองว่าเป็นวิถีชาวบ้าน และเป็นการทารุณกรรมสัตว์ ย้ำว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงตามวิถีชาวบ้านที่มีมาอย่างยาวนานแล้ว ส่วนในความผิดในเรื่องข้อกฎหมายหากทำผิดก็ยินดีให้ความร่วมมือ

“มันก็มีสองมุม สองข้างนะครับ มันไม่ได้มีแค่ข้างเดียว คือบางข้างเขาก็มองว่ามันเป็นเรื่องของวิถีชาวบ้าน มันเป็นเรื่องจริง ผมก็เชื่อว่าผมนำเสนอในเรื่องที่มันเกิดขึ้นจริง แต่ไม่ได้อุปโลกน์มันขึ้นมา ใครจะมองยังไงก็ห้ามเขาไม่ได้หรอกครับ ก็ไม่เป็นไร

ถามว่าถ้ามันผิดในเรื่องทางกฎหมายหรืออะไร ผมก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ แต่ผมก็ยืนยันว่าผมไม่ได้เป็นคนทำ ไม่ได้เป็นคนคิดเรื่องนี้”


ท้ายนี้ยังฝากบอกอีกว่า ไม่ได้เป็นคนใจร้ายขนาดนั้นอาจจะคิดน้อยเกินไปในการนำเสนอ และยืนยันไม่ได้สนับสนุนให้ทุกคนทำเมนูนี้

“ผมก็เหมือนคนทั่วไปนั่นแหละ ผมก็คงไม่ได้ใจร้ายอะไรขนาดนั้น ก็ยังยืนยันอยู่นะครับว่า ไม่ได้สนับสนุน เพียงแต่แค่เราอยากให้เห็นว่ามันมีการทำเมนูอย่างนี้อยู่จริง แล้วก็มีวิธีการทำยังไง คืออาจจะพลาดในตรงที่ไม่ได้คิดมากเกินไป อาจจะคิดน้อยไปหน่อย ก็คงต้องปรับปรุง แก้ไขต่อไปครับ”

ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ก “หม่อมถนัดแดก”, “กรีน ฮันเตอร์ Green Hunter”
ข่าว : MGR Live


** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **





กำลังโหลดความคิดเห็น...