xs
xsm
sm
md
lg

โกยเกลี้ยงตู้-คุกคามคนให้!! ถอดบทเรียน “ตู้ปันสุข” อย่าเสียกำลังใจ เพราะคนเห็นแก่ตัวหยิบมือเดียว [มีคลิป]

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“วันนี้คุณกวาดไปได้ พรุ่งนี้อาจจะไม่มีแล้วก็ได้” เปิดใจคนต้นคิด “ตู้ปันสุข” ถึงเหตุดรามา “คนโกยของจนเกลี้ยงตู้-ผู้ให้ถูกคุกคาม” แนะใส่ของแต่น้อยและหลากหลาย ป้องกันคนกวาดไปขาย พร้อมฝากถึงผู้ให้ “อย่าเสียกำลังใจในการทำความดี เพราะภาพไม่ดีแค่ไม่กี่ภาพ”

ภาพของตู้กับข้าวใบย่อม ที่ภายในเต็มไปด้วยอาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไข่ไก่ ขนมขบเคี้ยว ถูกตั้งไว้ในที่ตามชุมชนต่างๆ ให้ใครต่อใครมาหยิบไป กลายเป็นไวรัลที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมากในตอนนี้ โดยจุดเริ่มต้นนั้นมาจาก แบงค์-สุภกฤษ กุลชาติวิจิตร ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “รู้รอบตอบโจทย์ธุรกิจ” ที่มีผู้ติดตามกว่า 1.2 ล้านคน

เขาและกลุ่มเพื่อนเป็นผู้ริเริ่ม “ตู้ปันสุข” โครงการที่ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือคนในสังคมจากวิกฤตโควิด-19 ด้วยการแบ่งปันของกินของใช้แก่ผู้ยากไร้ผ่านตู้กับข้าว และขณะนี้ก็มีหลายชุมชนทั่วประเทศนำไปทำตาม ส่งผลให้โครงการดังกล่าวได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้มหลาม
[ แบงค์ - สุภกฤษ กุลชาติวิจิตร ]ทว่า… ดรามาก็เกิดขึ้นจนได้ เมื่อโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อภาพและเรื่องราวในหลายพื้นที่ ที่มีบางคนขนข้าวสาร อาหารแห้งจาก “ตู้ปันสุข” มามากเกินความจำเป็น ไม่เหลือไว้ให้คนอื่นๆ แถมยังไม่มีการเว้นระยะห่างทางสังคมอีกด้วย

ล่าสุด มีเหตุการณ์ที่เจ้าของตู้ปันสุขรายหนึ่ง จำเป็นต้องเก็บตู้เข้าบ้านเนื่องจากของหมดและฝนตกหนัก แต่กลับพบว่ามีคนวนเวียนมารอหยิบของจำนวนมาก ซ้ำร้ายคนเหล่านั้นถึงขั้นกดกริ่งทวงของ เกาะรั้วบ้าน พร้อมตะโกนด่าทอเจ้าของตู้ด้วยถ้อยคำหยาบคาย เหตุเพราะทำให้พวกเขามาเสียเที่ยว
ทันทีที่เรื่องราวดังกล่าวถูกส่งต่อกันไปบนโลกโซเชียล ก็นำมาซึ่งความคิดเห็นมากมาย ส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ ตำหนิกลุ่มคนเห็นแก่ตัวเหล่านั้น พร้อมแสดงความเป็นห่วงถึงความปลอดภัยของเจ้าของตู้ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว นำมาสู่การตั้งคำถามจากคนในสังคมว่า ตู้ปันสุขควรจะแบ่งปันต่อ หรือพอแค่นี้?

ทางด้านเจ้าของไอเดียตู้ปันสุข ได้เปิดใจกับทีมข่าว MGR Live ถึงประเด็นร้อนที่เกิดขึ้น เขากล่าวว่า เป็นสิ่งที่คิดไว้อยู่แล้วว่าต้องเกิด พร้อมแนะนำถึงมาตรการในการจัดการที่ไม่ใช่เพียงแค่เจ้าของตู้ต้องดูแลเท่านั้น แต่คนในชุมชนต้องคอยเป็นหูเป็นตาซึ่งกันและกันด้วย
“เป็นเรื่องที่เราคาดการณ์ไว้อยู่แล้วครับ ปัญหาคือตัวคอนเซ็ปต์ที่ใช้ ตัวตู้ออริจินอลที่มันอยู่ได้เพราะมันเป็นตู้ชุมชน ใส่ของแค่เล็กๆ น้อยๆ คละกัน มันก็จะป้องกันปัญหาตรงนี้ได้ แต่ว่าพอมาทำลักษณะตู้โรงทานขนาดย่อม ใส่ของแบบเดียวกันเยอะๆ มันก็เลยอาจจะมีโอกาสที่จะให้คนกวาดของในตู้เพื่อไปขายครับ ถ้าจะทำลักษณะเป็นโรงทาน จำเป็นที่จะต้องมีคนดูแลและมีเวลาเปิด-ปิดที่ชัดเจน

อย่าง 5 ตู้แรกที่เราตั้ง ตู้ที่เพชรเกษม 54 ตั้งปั๊บมีเด็กขับจักรยานมากวาดลงถุงเลย ผู้ใหญ่เขาเห็นเขาบอก ‘หนูทำอย่างนี้ไม่ได้นะ ถ้าอยากกินนานๆ ต้องเอาไปเฉพาะที่พอกินสำหรับวันนี้’ สุดท้ายเด็กฟัง ก็หยิบเฉพาะนมขวดนึง ขนมถุงนึง ชุมชนต้องสอน มีการเตือน มีการดูแลกัน”
จาก 5 สู่ 618 ตู้ กระจายครบ 77 จังหวัด

“กลุ่มเราชื่อกลุ่มอิฐน้อย รวมกันประมาณ 20 คน โปรเจกต์แรกเราหาหน้ากาก N95 ให้หมอ พอมาโปรเจกต์นี้เราเห็นต่างประเทศทำ มันน่าจะเป็นประโยชน์นะ เราก็เลยริเริ่มทำ เลือก 5 โลเกชัน แล้วก็ขออนุญาตตั้งตู้ครับ ตั้งตู้วันแรก 27 เมษาครับ ผมให้คนตามแฮชแท็ก #ตู้ปันสุข ในเฟซบุ๊ก เท่าที่นับได้ประมาณ 250 ตู้ 51 จังหวัดครับ”

ตัวแทนของกลุ่มอิฐน้อย ได้ย้อนเล่าถึงจุดเริ่มกว่าจะมาเป็น “ตู้ปันสุข” โครงการดีๆ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำใจ จากผู้ให้ทั่วทุกสารทิศ สำหรับ 5 ตู้ปันสุขต้นแบบนั้น ตู้ที่ 1 อยู่ที่ซอยสุขุมวิท 71 ตู้ที่ 2 อยู่ที่ซอยเพชรเกษม 54 ตู้ที่ 3 อยู่ที่ซอยวิภาวดี 60 ตู้ที่ 4 อยู่ที่ตลาดบางคอแหลม และตู้ที่ 5 อยู่ที่บริเวณหน้าโครงการ Sky Ville จ.ระยอง และตัวเลขล่าสุดของตู้ปันสุข อยู่ที่ 618 ตู้ ครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ


เมื่อถามว่า หากวันหนึ่งวิกฤตโควิด-19 จะหายไป ในฐานะผู้ริเริ่มยังอยากให้มีตู้นี้ต่อไปหรือไม่ เขากล่าวว่า ยังอยากให้แต่ละชุมชนดำเนินต่อ เพราะตู้นี้สามารถต่อชีวิตให้คนอีกเป็นจำนวนมาก

“ลึกๆ ผมอยากให้ตู้แบบนี้มันดำเนินการต่อไปเรื่อยๆ บางตู้อาจจะได้ แต่บางตู้อาจจะไม่ได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผมแต่ขึ้นอยู่กับคนในชุมชนนั้น ว่าจะคอยดูแลกวดขันรึเปล่า หรือคนในชุมชนนั้นยังศรัทธาเรื่องของการให้ การบริจาค และการรับอย่างพอดีรึเปล่า ตรงนี้เป็นตัวกำหนดว่าตู้ในชุมชนจะอยู่หรือไม่อยู่



สิ่งที่สะท้อนกลับมา ต่อให้มีมุมที่อาจจะเป็นลบบ้าง แต่ผมเชื่อว่ามุมบวกเยอะมาก ผมก็รู้สึกดีใจที่คนไทยยังรู้จักการให้ แม้ในจริงๆ ตู้เป็นของชุมชนแล้ว แต่ผมมีขับไปดูบ้าง เพราะว่าคนเริ่มเยอะ ผมเลยเป็นกังวลเรื่องของ Social distancing กลัวคนไปยืนออกัน ผมอยู่หน้าตู้วิภาวดี 60 ก็เห็นว่าคนมาให้ไม่ขาดสายจริงๆ

มันมีสมุด คนให้ก็เขียน คนรับก็เขียน ปรากฏว่า ทุกคนต่างขอบคุณ ทุกคนต่างมีความสุข แม้กระทั่งคนตาบอดเขาก็ยังมาบริจาค หน้าตาเขายิ้มมาก บอกได้เลยว่าเขามีความสุขกับการเป็นผู้ให้จริงๆ เมื่อวันก่อนมีคุณป้าคนนึงที่ลูกเสียไปแล้ว หลานพิการเขาบอกเขาอยู่ได้ด้วยตู้นี้ มีแท็กซี่มาจอด เขาวิ่งไม่ได้งานทั้งวัน เขามาหยิบของในตู้ไปกิน มันประทังชีวิตเขาไปได้”



สุดท้าย เขาย้ำว่า ไม่ท้อ แม้มีดรามามากมายเกิดขึ้น และขอเป็นกำลังใจแก่ผู้ให้ทุกท่าน สำหรับน้ำใจที่มอบให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกันในวิกฤตครั้งนี้

“ผมไม่ท้อ ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับคนที่มารับ คนที่ได้ประโยชน์มีเยอะ ในขณะที่มันมีบางภาพที่เห็นแล้วสะเทือนใจ แต่เชื่อเถอะครับ คนส่วนใหญ่ 99 เปอร์เซ็นต์เลยก็ได้ ยังได้ประโยชน์จากตู้นี้อยู่ครับ อย่าเสียกำลังใจในการทำความดีเพราะภาพไม่ดีแค่ไม่กี่ภาพ

สำหรับคนที่ให้ ในเมื่อเราอยากที่จะให้แล้ว อาจจะปรับนิดนึง เป็นตู้ของชุมชน ไม่จำเป็นที่จะต้องใส่เยอะ อย่าใส่ของแบบเดียวกันซ้ำเยอะๆ เพราะมีโอกาสที่มันจะล่อตาล่อใจคนกวาดไปขายได้ แล้วก็อยากจะฝากไปถึงคนที่รับด้วย ตู้นี้เขาไม่ได้มีหน้าที่ให้ เขาไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อที่ต้องมาเติมทุกวัน เขาให้เพราะเขาศรัทธาในการให้และการรับอย่างเหมาะสม เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณทำให้ศรัทธาเขาหายไป วันนี้คุณกวาดไปได้ พรุ่งนี้อาจจะไม่มีแล้วก็ได้

ตู้นี้มันชื่อตู้ปันสุข มันไม่ใช่แค่ปันอาหารอย่างเดียวนะครับ มันปันความสุขด้วย ในนาทีที่เราให้เราก็มีความสุข แล้วคนรับเขาได้ของไป เขาอิ่มท้องเขาก็มีความสุขเช่นเดียวกัน ผมเชื่อว่าถ้าเกิดดูแลดีๆ ตู้นี้จะนำความสุขมาสู่เราและชุมชนได้อีกนาน”






ข่าวโดย : ทีมข่าว MGR Live
คลิป : อิสสริยา อาชวานันทกุล
ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ก “Supakit Bank Kulchartvijit” , “Naruebess Santideja”, “มีน้ำยา บุฟเฟต์ ข้าวแกงและขนมจีน 58 บาท” และเพจ “ตู้ปันสุข”





** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **




กำลังโหลดความคิดเห็น...