xs
xsm
sm
md
lg

วงนี้..ใจบุญ-ติดยศ!! "ปลัด-นายอำเภอ-นักข่าว-ดีเจ" รวมตัวเล่นดนตรี เพื่อผู้ป่วยติดเตียง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พ่อพระเสียงเพราะ “วงขุนดัน” วงดนตรีจิตอาสา จากการรวมตัวของปลัด - นายอำเภอ - นักข่าว - ดีเจ บรรเลงดนตรีเปิดหมวกรับบริจาค นำเงินเปลี่ยนเป็นสิ่งของจำเป็นมอบแด่ผู้ป่วยยากไร้ ไม่ถึง 3 เดือนช่วยเหลือไปแล้วกว่า 30 เคส “ช่วยเหลือมนุษย์ด้วยกันผมว่าประเสริฐสุดแล้ว”

เพียง 3 เดือนช่วยผู้ป่วยกว่า 30 ราย!!

“เริ่มมาจากผมแม่ไปผ่าตัดสมอง ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ แล้วก็กลับมาติดเตียง ท่านปลัด คุณพ่อเขาก็ป่วยติดเตียงแล้วก็เสียชีวิต อย่างตัวท่านนายกสื่อพระร่วง แม่แกก็เพิ่งจะเดินได้ เราก็มานั่งคุยกัน มันเลยเกิดไอเดียขึ้นมาว่า เราอยากจะทำอะไรสักอย่างที่ได้ช่วยผู้ป่วยติดเตียง ผู้ยากไร้ เพราะอย่างเราๆ ยังพอมี แล้วเราไปเห็นเคสที่ไม่มีอะไรเลย นอนเจ็บป่วย ต้องมีคนเฝ้า ก็เลยเริ่มขึ้นมา ชวนกันจับเครื่องดนตรีขึ้นมา เราก็เลยเริ่มตั้งแต่ประมาณ 2-3 เดือนมาได้”



กิตติ พรดวงจันทร์ ชายผู้ประกอบอาชีพค้าขายและสื่อมวลชนวัย 54 ปี เปิดเผยกับทีมข่าว MGR Live หลังจากที่โลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อเรื่องราวของ “วงขุนดัน” ที่มีสมาชิกทั้ง ปลัด อบต. นายอำเภอ ผู้สื่อข่าว และนักจัดรายการวิทยุ ที่ใช้ความสามารถด้านดนตรีของแต่ละคน รวมเป็นวงขึ้นมาเฉพาะกิจ เพื่อเล่นดนตรีเปิดหมวก นำรายได้ทั้งหมดเปลี่ยนเป็นสิ่งของจำเป็น มอบแก่ผู้ป่วยติดเตียงที่ยากไร้ โดยระยะเวลาไม่ถึง 3 เดือน พวกเขาสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยใน จ.สุโขทัย ได้กว่า 30 ราย!!

“หลักๆ ในพื้นที่สุโขทัย เราก็กะลุยพื้นที่ทางเหนือของสุโขทัยก่อน พอตรงนี้หมดเราก็จะลงไปทางทิศใต้ของสุโขทัย จะตระเวนไปทั่วให้ได้ทุกอำเภอ ครั้งแรกคนเขาไม่ค่อยเข้าใจ ได้ประมาณ 3 - 400 มั้ง (หัวเราะ) พอเราได้จากสมาคมไร่อ้อยแล้วเขาสนับสนุนทำแผ่นไวนิลให้ เอารูปพวกเราเวลาไปมอบ มาขึ้นป้าย ตอนหลังไปเล่นก็ดูดีขึ้นมา ยอดสูงสุดเราเล่นได้มารู้สึกจะ 6,000 กว่าบาท วันเดียวเราเล่น 2 เวลา ตลาดกลางวันกับตลาดกลางคืน”



สำหรับตำแหน่งในวงนั้น นอกจาก กิตติ ที่เป็นผู้สื่อข่าว รับหน้าที่มือเบสแล้ว ยังมี ชูชาติ อุทัยชิต นายกสมาคมเครือข่ายสื่อท้องถิ่นเมืองพระร่วง และมีสถานีวิทยุเป็นของตัวเอง เล่นกีตาร์/ร้องนำ , เทวินทร์ มงคลพันธุ์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกลับ ตำแหน่งมือกลอง , เนตร แร่เพชร นักจัดรายการวิทยุ มือกีตาร์ และ สาโรช ภัทรชานนท์ นายอำเภอทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ ก็มาช่วยเล่นกีตาร์และร้องนำ โดยแต่ละคนมีอายุตั้งแต่ 49 - 61 ปี

แม้จะเป็นการทำบุญให้ผู้ยากไร้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน แต่ทางวงเองก็ได้กำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ในการเลือกแต่ละเคสไว้ด้วย เพื่อที่การทำงานจะได้เป็นไปด้วยความสบายใจทั้งผู้รับและผู้ให้ โดยจะตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนว่าผู้ป่วยแต่ละรายคือคนยากไร้จริงๆ และจะไม่ได้ทำโดยพลการ เพราะมีการสอบถามข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ทั้งฝ่ายปกครองและงานอนามัย



“เราไม่ได้ข้ามหน้าข้ามตาผู้นำชุมชน เขาเข้าไปดูแลอยู่ แต่เราไปเสริม บางทีเราเข้าไปจุดประกายปุ๊บ หน่วยงานรัฐก็เข้ามาอุ้ม เราจะเข้าไปหาผู้นำชุมชน หา รพ.สต. (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล) ผู้นำหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายก อบต. นายกเทศบาล ไปถามว่าที่นี่มีผู้ป่วยติดเตียงผู้ยากไร้มั้ย เขาจะให้ข้อมูล พวกผมผลัดกันไปดูว่าจริงมั้ย ยกเคสมาปรึกษากันตามเงื่อนไขที่เราวางไว้คือยากไร้จริงๆ เราจะไปเล่นตรงไหนเราก็จะช่วยที่นั่น เล่นเสร็จเราก็ไปซื้อของแล้วก็ไปมอบเลย

เงินจากกล่อง เราก็จะไปซื้อพวกแพมเพอร์ส ผ้าทำแผล สายยางดูดเสมหะ อาหารทางการแพทย์ เอนชัวร์ แล้วก็ข้าวสาร อาหารแห้ง เวลาเราเอาของไปให้ แทบจะทุกเคสที่เขาร้องไห้ เหมือนเขาไม่โดนทอดทิ้งไง เห็นของปุ๊บน้ำตาไหลเลย คือเขาอยากจะสื่อสารกับเรา เขาพูดไม่ได้ ยังมีน้ำใจมาให้ เขาไม่ใช่คนไร้ค่า สังคมเราไม่ทิ้งกัน”


“ทำจนกว่าจะไม่มีแรงทำ”

“เราก็อยากจะทำอะไรเพื่อสังคมให้ดีขึ้นมา มีความสามารถเรื่องดนตรี เพราะเราไปเห็นแล้วอย่างบางเคส ทางหน่วยงานเขาช่วยก็จริง แต่เจตนาเราอยากจะช่วยผู้ดูแลคนป่วยด้วยไง อย่างคนป่วยเขาได้เงินพิการ แต่คนที่เฝ้า บางทีเขาแย่เหมือนกันนะ พอมาดูรูปมั่ง นึกออกมั่ง มานั่งทบทวนกัน 30 กว่าคนแล้วที่เราเข้าไป

เวลามันไว อย่างเคสนึงตีประมาณ 1,000 เราทำได้ขนาดนี้เกือบครึ่งแสนแล้ว ไม่น่าเชื่อ เวลาแค่ 2-3 เดือน ทำไมไว นั่งคุยกันก็หัวเราะกันไป มันอิ่มบุญเนอะ เหมือนใจเราสบาย เราได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เราทำด้วยใจไง เราตั้งปณิธานกันแล้วว่าต่อไปรับงานนอกงานอะไร เราจะแบ่งเงินตรงนั้นมาให้เขา เหมือนเราได้ทำบุญ อิ่มบุญอิ่มใจ เพราะเราทำกันด้วยใจ”



ไม่เพียงแค่การเป็นจิตอาสา เล่นดนตรีเปิดหมวก นำเงินไปซื้อของเพื่อมอบให้ผู้ป่วยในจังหวัดบ้านเกิดของตนเอง “วงขุนดัน” ยังรับหน้าที่ “สะพานบุญ” ผลักดันน้ำใจจากผู้ที่ต้องการร่วมบุญ ส่งต่อไปยังผู้รอรับความช่วยเหลืออีกด้วย

“ผู้ป่วยติดเตียงไม่เหมือนคนธรรมดา คือเขาเดินไม่ได้ บางเคสเราก็ติดต่อผู้มีอุปการคุณ มีห้าง ร้านค้า บริษัทที่เขาพอจะมี เขาเห็นเราก็จะขอยื่นมือเข้ามาช่วย อย่างล่าสุด น้องพิการตั้งแต่เกิด ต้องการองเท้าทางการแพทย์ ถ้าไม่ใส่รองเท้านี้แล้วไม่หัดเดิน เส้นเขาก็จะยึด พอดีเจ้าของบริษัทที่ขายรถแทร็กเตอร์มาช่วยน้อง ซื้อรองเท้าให้

น้องต้องไปตัดรองเท้าที่เชียงใหม่ ค่าเดินทางก็ยังไม่มีเลย รองเท้าน้องต้องเสียค่าส่วนต่างอีกข้าง 1,000 บาท เจ้าของบริษัทก็ได้ช่วยเอาเงินไปสมทบกับเรา มอบต่างหาก 4,000 กว่าบาท ค่าเดินทางด้วย มันก็จะมีอย่างนี้เข้ามา ขอไปมอบด้วย เขาก็จะเอาของไปเสริมพวกเรา”



ส่วนที่มาของชื่อนั้น มือเบสของวงเปิดเผยว่า “ดันคำนี้ เราเลียนแบบจากดันดารา ก็คืออยากผลักดันให้สังคมรับรู้ว่ายังมีคนที่แย่กว่าเราอีกเยอะ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ยากไร้ แล้วที่บ้านเป็นเมืองเก่า มีขุนเดชขุนอะไร กลายเป็น ขุนดัน”

สุดท้าย เมื่อถามว่า จะช่วยเหลือผู้คนแบบนี้ไปถึงเมื่อไร ตัวแทนจากวงดนตรีจิตอาสาก็ตอบว่า จะทำไปจนกว่าจะไม่มีแรง พร้อมกับทิ้งท้ายถึงการทำความดีไว้ว่า การทำบุญกับมนุษย์ด้วยกัน คือสิ่งที่ประเสริฐที่สุดแล้ว

“ทำจนกว่าจะไม่มีแรงทำ เพราะทำแล้วมันสบายใจ เราได้บุญ มันอิ่มใจ เราได้ทดแทนสังคม เราได้เอาอะไรที่มีอยู่ในตัว ไม่ต้องลงทุน เรามีต้นทุนของเราคือเรื่องดนตรี เราเอาวิชาที่มีอยู่ในตัวไปแลกกับเงินของคุณ คุณก็ได้ 2 อย่างคือได้ฟังเพลงที่พวกเราเล่นในขณะที่คุณจับจ่ายใช้สอย บางคนซื้ออาหารมานั่งฟังเรา แถมคุณยังได้บุญอีก เงินที่เราเอาไปเราทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ เรามอบให้คุณเห็น



ถ้าเรามีต้นทุนอะไร เหมือนอย่างพวกเรา 5 คน มีต้นทุนเรื่องการเล่นดนตรี เราก็เอาตรงนี้ออกมาช่วยเหลือสังคม แลกเปลี่ยนกับน้ำใจใส่กล่อง แล้วเราก็เอาเงินของคุณไปเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ให้แก่ผู้ป่วยติดเตียงที่ยากไร้ ข้าวสารอาหารแห้ง แพมเพอร์ส สายยางดูดเสลด ก็เหมือนกับว่าเราได้ทำความดีในสังคม คนไทยไม่ทิ้งกัน ทำบุญกับคนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมในสังคม คนที่ยากไร้จริงๆ ที่ป่วยจริงๆ มีอีกเยอะมาก

มาร่วมด้วยช่วยกัน ดันสังคมให้มันดี ไม่ให้คนไทยทิ้งคนไทย พูดกันตรงๆ บางคนที่มาทำอย่างนี้ อย่างสร้างวัดวาอารามเยอะแยะไปหมด ถาวรวัตถุ ใหญ่โตพอสมควร พระ เณร ก็ดูแลไม่ค่อยทั่วถึง เราก็เลยแนะนำมาช่วยเหลือคนด้วยกันมั่ง ทำบุญกับคนด้วยกันมั่ง เอาเงินส่วนนั้นมาช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มันเห็นคุณค่า ผมคิดของผมนะ การทำบุญกับคนด้วยกัน ช่วยเหลือมนุษย์ด้วยกันผมว่าประเสริฐแล้ว”

ข่าวโดย : ทีมข่าว MGR Live
ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ก “Tha Vornnews”




** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...