xs
xsm
sm
md
lg

"ฉันไม่ใช่ไวรัส!!" เตือนสติคนไทย หยุดปิดป้ายร้านไล่-หนุนปิดประเทศจาก "ชาวจีน" [มีคลิป]

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



 
ชาวโลกผวาหนัก! “ไวรัสโคโรนา” รังเกียจ-กีดกันชาวจีน กระทั่งในไทยยังติดป้ายห้ามคนจีนเข้า! สังคมตั้งคำถาม “ทำถูกแล้ว หรือทำเกินไป” ล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ วิเคราะห์ ปิดประเทศ ยิ่งสร้างบาดแผลความสัมพันธ์อันดี ย้ำ เน้นความร่วมมือทางการแพทย์ดีที่สุด!


ทั่วโลกผวาไวรัส ไม่ต้อนรับคนจีน!

“ขออภัยไม่รับจีน และลูกค้าต่างชาติ ที่เราไม่สามารถให้บริการท่านได้ เนื่องจากปัญหาโคโรนาไวรัส ขอบคุณที่เข้าใจ”

ข้อความประกาศทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษถูกติดไว้ที่ด้านหน้าของร้านอาหาร ใน จ.เชียงใหม่ เนื่องจากหวาดระแวงเชื้อไวรัสโคโรนา จนต้องจำกัดลูกค้าแค่เฉพาะคนไทยเท่านั้นที่สามารถใช้บริการได้

เรื่องนี้กลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยว่าเป็นการกระทำที่กีดกัน หรือทำให้นักท่องเที่ยวเสียความรู้สึกหรือไม่ ขณะที่คนจำนวนมากก็มองว่าทางร้านทำถูกต้องแล้วที่ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย

ทว่า จากประเด็นเรื่องการห้ามคนจีนเข้าร้านอาหารไทยในเชียงใหม่ ล่าสุด สาวจีนรายหนึ่งได้เขียนข้อความขอโทษคนไทยต่อเรื่องที่เกิดขึ้นผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว พร้อมลงข้อความของชาวจีนคนอื่นๆ ที่ขอโทษคนไทยจำนวนหลายข้อความ

“ขอโทษนะคะ คนจีนส่วนใหญ่รู้สึกเสียใจมาก ขอโทษประเทศไทย ขอโทษคนไทย เคยมาเที่ยวไทยรู้สึกคนไทยมีน้ำใจ ใจดีและชอบช่วยคนอื่น ขอโทษจริงๆ นะคะ ขอให้ปลอดภัยค่ะ ผ่านไวรัสโคโรนานี้”

ไม่เพียงแต่คนไทยเท่านั้นที่กังวลเรื่องการติดเชื้อจากคนจีน คนจีนด้วยกันในประเทศจีนก็ยังต่อต้านกันเอง ขณะที่หลายประเทศทั่วโลกต่างก็มีมาตรการและการปฏิบัติที่ค่อนข้างเด็ดขาด หรือเลวร้ายสุดคือเกิดเป็นกระแสเหยียดคนเอเชียแบบเหมารวมไปด้วยเสียแล้ว


 
“กรกิจ ดิษฐาน” นักคอลัมนิสต์ท่านหนึ่งได้วิเคราะห์กระแสที่ทั่วโลกตื่นตระหนกไวรัสโคโรนา จนเริ่มรุนแรงถึงขั้นเหยียดชาวเอเชียทุกคนแม้จะไม่ใช่คนจีน เกิดเป็นปรากฎการณ์ คนอู๋ฮั่นถูกคนจีนด้วยกันเหยียด คนจีนถูกคนเอเชียด้วยกันเหยียด คนเอเชียถูกชาวโลกเหยียด

ยกตัวอย่าง ร้านค้าหรือร้านอาหารบางร้านที่ประเทศญี่ปุ่น และประเทศเกาหลีใต้มีการติดป้ายประกาศไม่ต้อนรับชาวจีน รวมถึงโรงแรมแห่งหนึ่งในประเทศเวียดนามก็ได้มีการติดแผ่นป้ายเอาไว้ด้วยว่า “ประเทศของคุณเริ่มที่จะแพร่เชื้อ เราจึงไม่ต้อนรับแขกจากประเทศจีน”

ขณะที่ประเทศโซนยุโรปก็มีปฏิบัติต่อคนจีนและคนเอเชียไปในทิศทางเดียวกัน อย่างในประเทศฝรั่งเศสได้มีการพูดถึงสาวรายหนึ่งบนรถโดยสารประจำทางว่า “มีผู้หญิงจีน เธอกำลังแพร่เชื้อใส่เรา”
ซึ่งความจริงแล้วเธอคือชาวปารีสเชื้อสายเวียดนาม จนเกิดเป็นกระแสตอบโต้ในฝรั่งเศส พร้อมแฮชแท็ก #JeNeSuisPasUnVirus หรือ ฉันไม่ใช่ไวรัส

ท่ามกลางวิกฤติทั่วโลกที่แสดงทีท่าต่อจีนอย่างร้อนระอุ เช่นกันว่าในประเทศไทย “มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคไทยศรีวิไลย์ ก็ได้มีการเสนอทางออกโดยมีความเห็นว่าไทยควรปิดประเทศชั่วคราว ไม่ให้คนจีนเดินทางเข้าประเทศไทยทุกช่องทาง เพื่อสกัดไวรัสโคโรนา

"ตัดสินใจเถอะครับ ปิดประเทศเป็นการชั่วคราว เพื่อสแกนให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยเปิดใหม่ รายได้จะสูญเสียก็สูญเสียไป เพราะฉะนั้นให้ตัดสินใจ ไม่ว่าจะถูกจะผิดไม่มีใครว่าอะไร ขอให้รีบตัดสินใจ อย่าปล่อยให้มันค้างๆ คาๆ อย่างนี้แล้วความเสียหายจะเกิดเป็นวงกว้าง"




 
ใจเขา ใจเรา “ปิดประเทศ” เป็นตัวเลือกสุดท้าย!

“เรื่องติดป้ายห้ามคนจีนเข้า ผมมองว่าถ้าร้านค้ากลัวก็ทำได้ ในหลายประเทศเขาก็ทำกัน กักบริเวณ ห้ามเดินทาง ตอนนี้มันเป็นภัยพิบัติแล้ว ถือว่ามีเหตุผลเพียงพอที่จะดำเนินการในขั้นเด็ดขาดได้ มันเป็นสิทธิ์ของร้านเหมือนกัน มีสิทธิ์ครับ เพราะไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่อาจจะผิดทางด้านจริยธรรมเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน”

“ผศ.ดร.ทวี สุรฤทธิกุล” อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เปิดใจกับทีมข่าว MGR Live หลังต่อสายตรงสอบถามถึงประเด็นการติดป้ายประกาศของร้านอาหารใน จ.เชียงใหม่ ท่ามกลางกระแสด้านบวกและลบที่ตามมาหลังจากถูกเผยแพร่ออกไป

สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มองเรื่องนี้ว่าร้านค้าหรือร้านอาหารมีสิทธิ์และสามารถทำได้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา
ขณะที่ประเด็นจากต่างประเทศที่รังเกียจคนจีน และเหมารวมคนเอเชียว่าเป็นผู้ติดเชื้อเหมือนกันหมดนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลแต่ละประเทศควรประชาสัมพันธ์และประสานงานให้ชัดเจน

“มันก็จะโดนกันไปทั่ว ทำไมเราไม่ด่าฝรั่ง แต่มาด่าคนไทยด้วยกันเอง อันนี้ผมมองด้วยความเป็นธรรมนะ ได้ยินว่าออสเตรเลียก็แรงมาก ยุโรปบางประเทศ อเมริกาก็ถือว่าเข้มงวดมากเลย เพราะยอดคนติดเชื้อเขาเพิ่ม

เรียกง่ายๆ ผมใช้คำในพุทธศาสนาก็คือเป็นคราวเคราะห์ เวรกรรม ที่มนุษยชาติเกิดมาต้องเจอ มันก็กระทบคนที่อยู่ในเชื้อสายทางผิวสีเดียวกัน ผมก็คิดว่าเป็นคราวเคราะห์แหละครับ ถ้าถามว่าจะแก้ไขวิกฤติตรงนี้ยังไง มันเป็นหน้าที่การประสานงานกัน เช่น รัฐบาล หน่วยงานที่ดูแลต้องมีการรับรองให้แข็งขัน


 
อาจต้องสแกนกันตั้งแต่ออกประเทศไทยไป ยืนยันในการแสดงตัวตนให้ชัดเจน ให้เจ้าหน้าที่คนไทยไปแก้ปัญหาที่สนามบินแต่ละประเทศ ซึ่งก็เป็นเรื่องใหญ่มาก กำลังคนก็คงไม่พอ อันนี้คิดง่ายๆ แต่ในหลักการแล้วก็ควรมีอะไรแสดงตนให้ชัดเจนว่าเราไม่ได้เป็นผู้ติดเชื้อ หรือมีความเกี่ยวข้อง”

อย่างไรก็ดี เมื่อถามถึงเรื่องที่คนส่วนมากเห็นด้วยกับการปิดประเทศ อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ กลับมองว่าเป็นเรื่องที่อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประเทศไทย ไม่เพียงแต่ด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ แต่ในฐานะประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาเป็นเวลานาน

“ถ้าแบบนั้นแย่เลย ผมว่าสถานการณ์ตอนนี้คือเป็นโรคที่ควบคุมได้นะ จีนเขาก็จัดการของเขาแล้ว คนจากอู่ฮั่นก็ไม่ให้ไปไหน มาไหนแล้ว ผมมองว่าถ้าเราปิดประเทศไม่รับคนจีนเลย เสียหายร้ายแรงนะ ผมไม่ได้หมายถึงการค้า เศรษฐกิจนะครับ แต่ผมนึกถึงใจเขา ใจเรา

มองทางด้านรัฐศาสตร์ที่ผมสอนอยู่เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่จะเสียหายมาก เป็นการดูหมิ่น เหยียดหยามกันอย่างรุนแรงมากเลย ผมคิดว่าอันนี้ไม่ควรทำครับ

ภาพ : AFP
 
ที่บอกว่าร้ายแรงคือจีนก็จะเคืองว่าเราดูหมิ่นเหยียดหยามเขา ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอาจจะเสียหาย ผมไม่รู้ จีนเขาอาจจะไม่ลงโทษอะไรเรารุนแรงหรอก แต่มันเป็นความฝังใจ คือจีนเขาถือมากเรื่องของบุญคุณ ซึ่งบุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ 20 ปีก็ไม่ลืม
 
ประเด็นนี้แหละ เราอย่าไปสร้างความฝังใจให้เกิดความเสียหายขึ้นมา ผมว่าทำเรื่องของการรักษา การคัดกรอง การดูแล และสร้างความร่วมมือของเครือข่ายแพทย์ การค้นคว้าวิจัย การผลิตวัคซีน การหาอุปกรณ์ป้องกัน ให้เป็นเรื่องของความร่วมมือกัน เป็นภาพของความสัมพันธ์อันดี ไม่ใช่รังเกียจ กีดกันดีกว่าครับ
 
สุดท้ายผมก็อยากฝากว่าให้เห็นอกเห็นใจคนจีน จริงๆ ก็คนทั้งโลกนี่แหละ เราเป็นพลเมืองร่วมโลก ปัญหานี้ถ้าต่อไปเกิดกับประเทศเราบ้าง อย่างตอนนั้นที่เกิดไข้หวัดนก เราก็แย่เลยนะ

แต่เราก็ยังไม่ได้เกิดการต่อต้านต่างชาติมากเท่านี้ แต่ครั้งนี้รู้สึกว่ากระแสดราม่าเยอะ อาจจะเป็นสิ่งที่น่ากังวล แต่ผมเชื่อว่าที่สุดแล้วทั้งโลกต้องช่วยกัน และจะผ่านไปได้”







ข่าวโดย MGR Live



** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...