xs
xsm
sm
md
lg

ขยายดรามา "บุฟเฟต์หมูกระทะ" สะท้อนปัญหา เตือนภัยนักกิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


กลายเป็นดรามาสนั่นโซเชียลฯ ระหว่างร้านหมูกระทะบุฟเฟต์ในเมืองเชียงใหม่กับลูกค้า 2 คนที่ถูกเจ้าของร้านโพสต์บ่นไม่พอใจเพราะนั่งกินยิงยาว 6 ชั่วโมงครึ่ง ด้านลูกค้าก็ออกมาชี้แจงถึงข้อกล่าวหา สุดท้ายทางร้านก็ยอมออกมาขอโทษ พร้อมให้สิทธิ์กินฟรี 1 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งดรามาที่แม้จะจบไปแล้ว แต่ก็สะท้อนปัญหาหลายๆ ด้านให้คนไทยได้ตระหนัก และเรียนรู้

เมื่อ "บุฟเฟต์" เป็นเหตุ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การรับประทานอาหารในรูปแบบ "บุฟเฟต์' (Buffet)" ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยความที่เป็นทางเลือกเอาใจลูกค้าให้สามารถรับประทานแบบไม่อั้นจึงกลายมาเป็นการตลาดดึงดูดใจของร้านอาหารต่างๆ ไล่ลงมาตั้งแต่ร้านอาหารในโรงแรม ร้านอาหารในศูนย์การค้า และร้านอาหารทั่วไป ปัจจุบันมีอาหารบุฟเฟต์ให้เลือกอิ่มอร่อยหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นบุฟเฟต์เค้ก บุฟเฟต์ไอศกรีม หรือแพงขึ้นมาอีกหน่อยก็บุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น บุฟเฟต์อาหารเกาหลี ไปจนกระทั่งระดับหรูหราอย่างพวกบุฟเฟต์นานาชาติ


เช่นเดียวกับร้านหมูกระทะที่ได้นำ "บุฟเฟต์" เข้ามาจนกลายเป็นวัฒนธรรมการบริโภคของกลุ่มคนส่วนใหญ่ ซึ่งมีมานานแล้ว บางร้านกำหนดเวลา ในขณะที่บางร้านไม่ได้กำหนดเวลา จนกระทั่งมีกระแสดรามาสนั่นโซเชียลฯ เมื่อร้านหมูกระทะบุฟเฟ่ต์ในจ.เชียงใหม่ ออกมาโพสต์บ่นผ่านเฟซบุ๊กหลังไม่พอใจลูกค้า 2 คน ฝากท้องตั้งแต่บ่ายยันเย็น ยิงยาว 6 ชั่วโมงครึ่ง แถมยังผลัดกันเฝ้าโต๊ะ ออกไปทำธุระ และกลับมากินต่อ นอกจากนี้ ยังกินไอศกรีมกล่องขนาดใหญ่จนหมดด้วย


ด้านลูกค้าก็ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงต่อสังคมว่า ไม่ได้กินตลอดเวลา แต่เป็นการนั่งจิบเบียร์ และกินไอศกรีมไปเพียงถ้วยเดียวเท่านั้น ล่าสุดทางร้านจะออกโพสต์ข้อความขอโทษลูกค้า และมอบสิทธิ์กินฟรี 1 ปีแก่ลูกค้าคู่กรณี ถือเป็นบทเรียนที่แม้จะไม่สามารถตอบได้ชัดเจนว่าใครผิด ใครถูก


อย่างน้อยๆ ก็ถือเป็นกรณีตัวอย่างให้ร้านอื่นๆ ได้กลับไปทบทวนการทำร้านอาหารบุฟเฟต์ของตัวเอง โดยเฉพาะการตั้งกฎด้วยการกำหนดเวลาให้ชัดเจน รวมไปถึงความเหมาะสม และมารยาทในการรับประทานอาหารบุฟเฟต์เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอย่างเช่นกรณีนี้ขึ้นอีก

ย้อนดูวัฒนธรรมการกิน "บุฟเฟต์"


เขียนถึงเรื่องนี้ ก็ชวนให้ ทีมข่าว ASTVผู้จัดการ Live อยากย้อนกลับไปถึงต้นกำเนิดของอาหารบุฟเฟต์ เรื่องนี้ เชฟสุริยัน ศรีอำไพ รองนายกสมาคมเชฟประเทศไทย เคยให้ความรู้ว่า บุฟเฟต์มีวิวัฒนาการมาจากแถบยุโรป แต่เดิมนิยมในงานจัดเลี้ยง เพราะสามารถเลือกรับประทานได้หลากหลาย และตามชอบใจ กระทั่งเริ่มแพร่หลายสู่อาหารตามโรงแรม และร้านอาหารทั่วไปจนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย


เมื่อลงลึกไปถึงวัฒนธรรมการรับประทานอาหารบุฟเฟต์ เชฟท่านนี้ได้เปรียบเทียบความแตกต่างของพฤติกรรมการบริโภคบุฟเฟต์ในไทย และต่างประเทศไว้อย่างเห็นภาพ โดยต่างชาตินั้น ถูกฝึกให้รับประทานแบบค่อยๆ กิน และกินได้หลายๆ อย่าง ผิดกับคนไทยที่จะตักเฉพาะอาหารที่ชอบ อะไรใกล้มือก็ตักไว้ก่อน และคิดอยู่อย่างเดียวคือ ถ้าไปใช้บริการอาหารในรูปแบบนี้แล้วต้องไม่ขาดทุน

"ฝรั่งเขาไม่ใช่แบบนี้ เขาเริ่มจากการเดินรอบหรือสองรอบก่อน เพื่อมั่นใจว่าเดี๋ยวจะมากินอะไรบ้าง แล้วอะไรที่จะไม่กิน เพราะฉะนั้นฝรั่งชิม ถ้าอร่อยไปเพิ่มอีก ไม่อร่อยหากินอย่างอื่นไปเรื่อยๆ ได้อรรถรสในการกินจริงๆ เป็นวัฒนธรรมที่สั่งสมสอนกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษแล้ว ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ดี มีระเบียบ มีระบบ มากกว่าของเรา" เชฟสุริยัน ขยายความ


นอกจากนั้น การรับประทานอาหารบุฟเฟต์ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อความอิ่มอร่อย หรือคุ้มค่าเพียงอย่างเดียว ซึ่งต่างชาติเองบางครั้งก็มีนัย ที่ต้องการไปนั่งคุยกันได้นานๆ เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจหรืออะไรก็ตามแต่ ซึ่งบุฟเฟต์จะนั่งได้ตลอดยาวจึงได้รับความนิยม


บุฟเฟต์หมูกระทะ ภัยใกล้ตัว!


อาจกล่าวได้ว่า ความตั้งใจในการไปรับประทานอาหารบุฟเฟต์นั้น "ความคุ้มค่า" ถือเป็นหัวใจหลักของใครหลายคน แต่วัฒนธรรมการบริโภคอาหารรูปแบบดังกล่าว ดูเหมือนว่าความคุ้มค่าของปริมาณจะสำคัญกว่าความปลอดภัยของชีวิตไปแล้ว โดยเฉพาะบุฟเฟต์หมูกระทะที่เคยแผลงฤทธิ์สร้างความตื่นตระหนกในปี 2555 หลังมีนักศึกษาปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยชื่อดังที่จังหวัดเชียงใหม่ต้องเสียชีวิตจากการติดเชื้อ


เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทีมข่าวได้เคยรวบรวมภัยอันตรายในร้านหมูกระทะผ่านสกู๊ปข่าว "หมูกระทะ มรณะ! พิษร้าย...ภัยใกล้ตัว" โดยมีอยู่ 4 ภัยเสี่ยงที่ผู้บริโภคควรระวัง ดังนี้


1. เนื้อปลาปักเป้า

หากใครได้ติดตามข่าว หลายปีก่อนเคยมีร้านหมูกระทะหลายร้านนำเนื้อปลาปักเป้ามาใช้แทนเนื้อไก่ จากปกติที่สาธารณสุขมีมาตรการห้ามจำหน่ายเนื้อปลาปักเป้าทุกชนิด และอาหารที่มีเนื้อปลาปักเป้าเป็นส่วนผสม ดร.พูลทรัพย์ วิรุฬหกุล ผู้เชี่ยวชาญจากกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยว่า เนื้อปลาชนิดนี้มีสารพิษที่ทนความร้อนได้สูงมาก จนทำให้ไม่ถูกทำลายโดยความร้อน หากรับประทานไปแล้วจะเข้าไปทำลายระบบกล้ามเนื้อประสาท ทำให้ลิ้นชา อาเจียน หายใจลำบาก และอาจถึงตายได้


2. ปลาหมึกโซดาไฟ


หลังจากมีกระแสใช้เนื้อปลาปักเป้าแทนเนื้อไก่ อดีตพนักงานร้านหมูกระทะแห่งหนึ่งก็ออกมาเปิดเผยถึงเบื้องหลังร้านหมูกระทะว่า ผู้ประกอบการบางรายมีการใช้น้ำยาล้างห้องน้ำที่มีส่วนผสมของโซดาไฟในการแช่เนื้อปลาหมึก เพื่อให้เนื้อมีสีขาวน่ารับประทาน แต่แน่นอนว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค


3. กระทะน้ำยาล้างห้องน้ำ


ปัญหาหนึ่งในร้านหมูกระทะคือการทำความสะอาดกระทะที่เป็นรอยดำจากเศษเนื้อไหม้ที่ติดฝังแน่นบนกระทะ การทำความสะอาดจำเป็นต้องใช้เวลานาน ทำให้ร้านหมูกระทะบางแห่งใช้น้ำยาล้างห้องน้ำมาแช่กระทะเพื่อประหยัดเวลา และต้นทุนในการทำความสะอาด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาบำบัดเผยว่า แม้จะระบุไม่ได้ว่ามีการใช้สารเคมีชนิดใดทำให้ไม่สามารถระบุถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่สารเคมีเหล่านั้นย่อมส่งผลเสียต่ออวัยวะภายในแน่นอน


4. ย่างไม่สุกเสี่ยงติดเชื้อ


จากกรณีข่าวของนักศึกษาปริญญาโทที่ล้มป่วยจนเสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสเลือดหลังไปรับประทานหมูกระทะที่ร้านแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่า ผู้ตายอาจได้รับเชื้อมาจากการกินเนื้อสัตว์ไม่สุก เมื่อเจาะน้ำไขสันหลังมาตรวจก็พบว่า มีเชื้อแบคทีเรียจำนวนมาก โดยเบื้องต้นพบว่าเป็นสารปนเปื้อนที่อยู่ในเนื้อปลา


แม้ในตอนนั้น กลุ่มเพื่อนที่ไปรับประทานด้วยไม่ได้มีอาการใดๆ แต่ทาง ดร.สุรสิงค์ วิศรุตรัตน์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ได้เคยเผยว่า การติดเชื้อนั้นอาจมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน ซึ่งผู้บริโภคควรงดรับประทานอาหารดิบซึ่งอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย


ทุกวันนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ร้านหมูกระทะทั่วไปตามริมทางผุดให้เห็นกันมากมาย ซึ่งบางร้านก็ไม่สามารถทราบได้ถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัย หรือมาตรฐานของวัตถุดิบอย่างที่เชฟสุริยันเคยบอกเอาไว้ เพราะในประเทศไทยมีการตรวจสอบน้อยมาก ทางที่ดีตัวผู้บริโภคเองควรใส่ใจเรื่องความปลอดภัยด้วย โดยเฉพาะการปรุงอาหารให้สุก และพยายามมองหาร้านอาหารที่มีมาตรฐานและมีความน่าเชื่อถือระดับหนึ่ง

ส่วนอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ การใช้ตะเกียบที่ใครหลายคนมักจะใช้คีบเนื้อสัตว์ดิบมาปิ้งบนกระทะ และใช้ตะเกียบอันเดียวกันคีบเนื้อสัตว์นั้นรับประทาน ซึ่งตรงนี้ถือว่าเสี่ยงมากที่เชื้อจากเนื้อดิบจะเข้าสู่ร่างกาย




มาสร้างแรงบันดาลใจไปด้วยกัน!!ตัวอย่างงานในเซ็กชั่นทั้งหมด>>>...

Posted by ASTV ผู้จัดการ Live on Friday, August 21, 2015

รายละเอียดเพิ่มเติม (คลิก)>>> ตัวอย่างงานในเซ็กชั่น "ASTVผู้จัดการ Live"



มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram

"ASTVผู้จัดการ Live" และ "@manager_live" กันได้ที่นี่!!


และสามารถส่งข่าวสารมาได้ที่: astvmanager.live.lite@gmail.com
หรือ Fax 0-2629-4754