xs
xsm
sm
md
lg

โชว์ห่ามตระการตา! เมื่อ “เสก” คืนความ “เสื่อม” ให้ประชาชน (มีคลิป)

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ดิบ! เถื่อน! ถ่อย! เต็มพื้นที่ราชมังคลาฯ... เสียงไมค์ขาดๆ หายๆ คอนเสิร์ตไร้มาตรฐานและความปลอดภัย แก้ปัญหาคนดูน้อยให้อบอุ่นโดยประกาศให้บัตร 200 ปีนรั้วเข้ามาเบียดเสียดบัตร 5,000 แถมยังโชว์ความเสื่อมด้วยการนัวเนียกับพริตตี้บนเวที สบถถ้อยคำหยาบคาย สูบบุหรี่โชว์ ทำแฟนเพลงจำนวนมากผิดหวัง หมดศรัทธาจนถึงกับตั้งกระทู้ขอทวงตังค์คืน
แต่ป๋าเสกยังคงมั่นใจในรสนิยม ประกาศแน่ชัด จะจัดเต็มแบบเดียวกันนี้ 2 รอบ และต่างจังหวัดอีก 10 รอบ ลั่นคอนเสิร์ตทุน 2,000 ล้าน ได้กำไรนิดหน่อย แถมได้แทะโลมพริตตี้จากทั่วทุกมุมโลก บอกเลย คุ้ม!!?





ศิลปินกำไร คนดูขาดทุน!!
"I'm a happy man เฮียลงทุนไป 1,800 ล้าน เฉพาะนางแบบนี้ บินตรงมาจากทั่วทุกมุมโลก คิดเป็นเงินเบ็ดเสร็จก็ 300 กว่าล้าน (เหมาเครื่องบินมา 7 ลำ) ได้หอมแก้มกับกอดเล็กน้อย ได้สปอนเซอร์กับค่าบัตรมารวมกันเป็นเงิน 2,000 ล้านกับอีก 20 บาท ได้กำไรนิดหน่อย ฮาๆๆ"


(ความฟินของเจ้าของคอนเสิร์ต)
“ผมจะจัดคอนเสิร์ต 40 ปีฯ นี้อีก 2 รอบ ที่อิมแพค เมืองทองธานี และอีก 10 รอบที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศไทยเร็วๆ นี้ จัดเต็มเหมือนเดิม!!”

นี่คือความสุขจากฝั่งศิลปินอย่าง “เสก-โลโซ” (เสกสรรค์ ศุขพิมาย) ซึ่งโพสต์ความรู้สึกเอาไว้ในแฟนเพจบนเฟซบุ๊ก “SEK LOSO” หลังคอนเสิร์ตใหญ่ “40 ปี เสก โลโซ {40 แต่รู้สึกเหมือน 14}” สนองความต้องการของตัวเองสิ้นสุดลง ซึ่งแตกต่างจากความรู้สึกรันทดปนเสื่อมศรัทธาของแฟนเพลงที่เดินออกจากคอนเสิร์ตนี้ราวฟ้ากับเหว ส่วนใหญ่รู้สึกไปในทิศทางเดียวกันว่า “ผิดหวัง”

บอกก่อนตรงนี้ว่ารู้สึก “ผิดหวัง” กับคอนเสิร์ตพี่เสพ โลโซอย่างมาก ที่ซื้อบัตรไว้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เพราะว่าผมชอบเพลงของพี่แก อยากไปเห็นแกร้องสดๆ บ้างซักครั้ง

แทบจะทุกอย่างในวันนี้มันออกมาดู “เละเทะ” โคตรๆ และมีโอกาสเป็นอันตรายต่อคนที่ไปดูมาวันนี้มากๆ ครับ โชคดีที่ไม่มีคนเป็นอะไร ผมจะเล่าความแย่ทีละข้อๆ เลยให้อ่านกันขำๆ ครับ” แล้ว “Attapol Bellrelease Kaithong” ก็ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวเริ่มสาธยายความรู้สึกแย่ๆ ที่ได้รับตลอดงาน

ตั้งแต่เหตุยิงกันที่หน้างานก่อนเริ่ม คนดูน้อยจนเหลือที่ว่างมากกว่าจำนวนคนดู ยิ่งริจัดที่สนามราชมังคลากีฬาสถานยิ่งทำให้บรรยากาศชวนวังเวง มาจนถึงระบบเสียงที่ผู้โพสต์เปรียบเทียบไว้ว่า “ชาติหมาพาปวดตับแบบสุดๆ” หลายจังหวะเสียงเบสขาดๆ หายๆ กีตาร์ดังบ้างไม่ดังบ้าง โดยเฉพาะช่วงที่ “หนุ่ย-อำพล ลำพูน” และ “กบ-ไมโคร” ออกมาเล่น ไมค์ดันไม่ทำงานตั้งแต่ต้นเพลงยันท่อนฮุค ส่วนท่อนที่ควรได้ยินโซโลกีตาร์ก็กลายเป็นเงียบฉี่

ที่หนักว่านั้นคือเมื่อศิลปินรับเชิญเดินออกห่างจากเวทีเพื่อมาหาคนดูบริเวณทางเดิน ปรากฏว่าเสียงร้องดันไม่ตรงกับจังหวะดนตรี เสียงดีเลย์เพราะระบบเสียงไม่ได้มาตรฐาน แสดงให้เห็นว่ายังไม่มีความเป็น “มืออาชีพ” เพียงพอ โดยเฉพาะเจ้าของคอนเสิร์ตที่ถูกคอเพลงหลายรายรับไม่ได้กับความดิบเถื่อนถ่อย ใช้เวทีคอนเสิร์ตเป็นที่สนองสัญชาตญาณสัตว์ป่าของตัวเอง



(เชิญคนดูสาวๆ ขึ้นไปนัวเนีย)
“ความไม่เป็นมืออาชีพในการทำงานคอนเสิร์ตของพี่เสก เมื่อถึงกลางงาน แกคงเห็นว่าคนดูอยู่ข้างหลัง เยอะกว่าข้างหน้ามากๆ แกเลยตะโกนออกไมค์ว่า “Security มึงช่วยยกรั้วออกให้คนบัตร 200, 500, 700, 1,000 มาข้างหน้าให้หมด” เมื่อสิ้นเสียงนั้น ความวุ่นวายก็เข้ามาทันที คนที่อยู่ข้างหลังวิ่งกรูกันปีนข้ามรั้วไปซะดื้อๆ ผมล่ะกลัวคนจะเหยียบจะบาดเจ็บจากจังหวะนี้มากๆ คนเยอะแยะขนาดนี้ยากมากๆ ที่จะคุมได้ ตอนสุดท้ายอีกรอบ ให้สาวๆ คนดูที่หน้าตาน่ารัก 20-30 คนขึ้นมาเต้นด้วยกันกับเพลงของแก แต่เอาเข้าจริงๆ ผู้หญิงเป็นร้อยๆ ฝ่าขึ้นไปเข้าถึงตัวพี่เสก ทั้งกอด ทั้งหอม ทั้งจูบปาก กันมั่วไปหมด แหม่ ราชาแห่ง Sex จริงๆ นะพี่เสพ

ความถ่อยดิบเถื่อนแกปล่อยมาเต็มไปหมด คำหยาบ คำทะลึ่ง ท่าทาง เล่นไปดื่มไป นึกจะดูดบุหรี่ก็จุดดูด นึกจะพูด “ค-ย” ดังๆ แกก็พูด... จะไม่แปลกใจถ้ามันเล่นในผับ แต่นี่เห้ยพี่ คอนเสิร์ตใหญ่นะครับ... ความสุขเดียวที่ได้มาจากคอนเสิร์ตนี้คือการได้ยืนร้องเพลงที่แกเคยเขียนไว้เมื่อหลายปีก่อนเท่านั้นจริงๆ ครับ

ผมรู้สึกได้ว่าพี่เสกไม่ได้อยู่จุดสูงสุดอีกต่อไปแล้ว มันแสดงได้จากคนดูที่มาดูวันนี้ มันน้อยมากครับถ้าเทียบกับสถานที่ที่แกจัด จริงครับ Rock And Roll มันต้องดิบต้องเถื่อน แต่นี่มันประเทศไทย คนไทยส่วนใหญ่รับไม่ได้กับการกระทำของพี่เสก ผิดหวังมั่ง เกลียดมั่ง นับวันมันก็ยิ่งน้อยลง

โอกาสกลับมายิ่งใหญ่ของพี่มันอาจหมดลงแน่ๆ ถ้าหากพี่ยังดิบเถื่อนแบบนี้ต่อไปไม่ปรับเปลี่ยนแทรกความอ่อนโยนลงไปบ้าง คนดูอาจน้อยลงกว่านี้อีกถ้าพี่จัดอีกครั้งหน้า จากความรู้สึกแฟนคลับที่ฟังเพลงของพี่ตั้งแต่อายุ 8 ขวบครับ



(ความทุกข์ของคนดู)
“ขอทวงเงิน นายเสก โลโซ คืน 4,800 บาท หลังจากที่ให้คนซื้อบัตร 200 บาท มานั่งรวมกับบัตร 5,000 บาท เพียงเพราะกลัวเก้าอี้ว่าง เสียความรู้สึกครับ เอาพวกบัตร 200 มานั่งรวมกับบัตร 5,000 และ 3,000 บาท (ผมซื้อบัตร 5000) จะมาอ้างว่าให้พวกผมใจนักเลง แล้วทำไมคุณเสกไม่เก็บค่าบัตร 200 ทุกโซนที่นั่ง ไอ้ชั่ว” สมาชิกหมายเลข 1830773 จากเว็บบอร์ดพันทิป

ถ้าอยากรู้ว่าทั้งมืออาชีพและตำนานเป็นยังไง อัสนี วสันต์ ครับ ไม่ได้ออกชุดใหม่มากี่ปีแล้ว งานดังๆ ก็อยู่ในยุคก่อน แต่จัดคอนหลายรอบ คนเยอะชนิดที่ว่า สนามกีฬา สนามไหนๆ เล็กไปถนัดตา เป็นคอนเสิร์ตที่อาจบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์เลยยังได้ว่า มีดารา ศิลปิน แห่กันมาดูมากที่สุดอย่างไม่เคยมีมาก่อน

ในยุคนี้ คงหาไม่ได้อีกแล้ว ใส่เสื้อยืดสีขาว เล่นคอนเสิร์ตแทบไม่ได้ยินเสียงพูด หน้าตาธรรมดา ไม่ออกทีวี ไม่เคยโปรโมตตัวเอง แต่งานเพลงดังระดับประเทศ ชีวิตส่วนตัวของอัสนี วสันต์ แทบไม่มีใครได้รู้อะไรเลย ขายงานตัวเองล้วนๆ คุณภาพและชื่อเสียงมาจากผลงานชนิดมาเต็ม” สมาชิกหมายเลข 1548702 จากเว็บบอร์ดพันทิป




เถื่อนครบวงจร “LOSO Entertainment”!!?
"I'M READY TO ROCK!! ผมจะทำ บริษัท โลโซเอ็นเทอร์เทนเม้นท์ ให้เป็นบริษัทบันเทิงครบวงจรอันดับ 1 ของประเทศไทย ในเวลาอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ขอบคุณที่สนับสนุนครับ” S.LOSO


(LOSO Entertainment เร็วๆ นี้)
แค่เห็นโพสต์นี้ก็ขนลุกขนพอง ปฏิเสธไม่ได้ว่าช่างเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าติดตาม ในเมื่อภาพเละของคอนเสิร์ตล่าสุดออกมาไม่เหลือชิ้นดี แล้วถ้ามาตั้งตัวเป็นผู้จัดคอนเสิร์ต ศูนย์รวมความบันเทิงครบวงจรอย่างที่ประกาศตัวเอาไว้แบบนี้ ความบันเทิงในนิยามของ “LOSO Entertainment” จะหลงเหลือความน่าไว้วางใจต่ำเตี้ยติดดินแค่ไหน?

เกี่ยวกับเรื่องนี้ “ทัช-ปิโยรส หลักคำ” อดีตบรรณาธิการนิตยสาร “Music Express” นิตยสารเพลงในตำนาน นักเขียนนักวิจารณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีและคอนเสิร์ตทั้งไทยและต่างประเทศ ไม่ขอตัดสินอะไร แต่ขอวิเคราะห์จากมุมธุรกิจว่าพอมีความเป็นไปได้

“ผมมองว่าที่ภาพออกมาตอนนี้ อาจเป็นเพราะคุณเสกขาดที่ปรึกษา เป็นมือขวาที่จะสามารถช่วยเหลือในลักษณะการบริหารงานจัดการต่างๆ หรือเขาอาจจะมีคนช่วยคิดก็ได้ครับ แต่เขาอาจจะไม่เอา อยากจะทำตามใจตัวเองต่อไป เลยเป็นแบบนี้

ตอนทำเพลง มันจะคล้ายๆ กับการทำคอนเสิร์ตนั่นแหละครับ ถ้าตอนที่ทำเสร็จ คิดว่าทำยังไงให้ขายได้เยอะๆ ให้คนฟังกันได้เยอะๆ หรือจะสนอง Need ตัวเองโดยที่ไม่สนยอดขายบัตรหรือยอดขายเพลง อยู่ที่ว่าศิลปินเขาตั้งเป้าไว้ยังไง ถ้าเขาตั้งเป้าว่าจะสนองความต้องการของตัวเอง ก็ไม่ใช่เรื่องผิดนะครับ แต่อยู่ที่ผลออกมามันจะตรงกับที่ตั้งเป้ามั้ย สมมติว่าอยากให้บัตรขายหมด แต่ทำตามใจตัวเองโดยที่ไม่ฟังว่าใครอยากได้อะไร มันก็จะผิดรูปแบบไป

คือถ้าเขาอยากสนอง Need ตัวเอง แล้วดันไปตรงกับกลุ่มเป้าหมาย มันก็เป็นเรื่องที่ Win-Win ทั้งสองฝ่าย แต่ในลักษณะของคุณเสก-โลโซ เขาเป็นคนมีอารมณ์ศิลปินสูงอย่างที่เราทราบกัน มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก ซึ่งที่ผ่านมาก็อยู่ในระดับที่แฟนเพลงก็ชื่นชมเป็นส่วนมากเหมือนกัน แต่ถ้ามันถึงจุดหนึ่งที่อาจจะเกินเลยความต้องการของแฟนเพลงไปแล้วมันก็อีกเรื่องนึง

ถ้าเกิดกลุ่มเป้าหมายของเขาต้องการคอนเสิร์ตที่มันดิบ พูดหยาบๆ กันหรือขว้างกีตาร์ เขวี้ยงไมค์ ก็ถือว่าเขาสามารถสื่อได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายของเขา แต่ถ้ากลุ่มเป้าหมายที่ไปดูรู้สึกว่าไม่ใช่ไม่สนุก แสดงว่าคุณไป Entertain ผิดกลุ่มเป้าหมาย ผิดจุดประสงค์แล้วล่ะครับ อยู่ที่ว่ากลุ่มคนฟังต้องการอะไร และสุดท้ายแล้ว คงขึ้นอยู่กับศิลปินน่ะครับ ถ้าเขาพึงพอใจว่าจะขอทำตามใจตัวเอง มีฐานะอยู่แล้ว ไม่ได้สนอะไร ฉันอยากทำก็ทำ ก็คงแล้วแต่เขา ตราบใดที่ไม่ผิดศีลธรรม ผิดกฎหมาย ก็ไม่เป็นไร อย่างตอนมีข่าวเรื่องเสพยา มันผิดกฎหมาย อันนั้นไม่โอเคละ เงินเขา บริษัทเขา ก็คงแล้วแต่ว่าเขาอยากทำลักษณะไหนครับ”


(โหรงเหรง จนต้องเรียกบัตร 200 มาปีนปะปนอยู่กับบัตร 5,000)

แต่ถ้าจะให้ดี นักวิจารณ์ด้านเพลงผู้ดูคอนเสิร์ตทั้งไทยและเทศมานับไม่ถ้วนแล้วแนะนำว่าถ้าอยากจัดคอนเสิร์ตหรือทำบริษัทอย่างที่ว่า ก็ควรรักษามาตรฐานต่างๆ ให้ได้เสียก่อน

“ขอให้ทำได้ครบตามที่ควรจะเป็นครับ คงจะต้องมีภาพและเสียงที่ดีตามมาตรฐาน มีเรื่องการจัดการ ความปลอดภัย การดูแลสิทธิที่แฟนเพลงควรจะได้ครับ ถ้าเราซื้อบัตรเข้าไปแล้วมีที่ยืนของเรา มีที่นั่งของเรา มีความปลอดภัย ภาพและเสียงโอเค คอนเสิร์ตเล่นตามเวลา แต่กรณีคอนเสิร์ตคุณเสกคนส่วนหนึ่งสื่อประเด็นว่าระบบเสียงไม่ค่อยดี ผมมองว่าคงเป็นเพราะสถานที่มันใหญ่ด้วย บอกตรงๆ ว่าสถานที่ระดับนี้ คนที่จะจัดได้ต้องเป็นมืออาชีพของมืออาชีพจริงๆ นะ อาจจะต้องดูเรื่องทีมที่จะมาทำในคราวต่อๆ ไป ทั้งระบบเสียง การซิงก์ภาพ ตัดต่อบนเวที ไมค์ไม่ค่อยติด ตรงนี้อาจจะต้องทำการบ้านหนักหน่อย

ส่วนเรื่องบัตรที่เป็นปัญหากัน เอาจริงๆ นะ ผมว่าการให้บัตรต่างราคามาอยู่ที่เดียวกัน มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ ไม่ว่าคอนเสิร์ตของเมืองไทยหรือเมืองนอก เพราะปกติ ทางผู้จัดฯ เขาจะมี Plan อยู่แล้วนะครับว่า บัตรมีราคาเท่าไหร่บ้าง บัตร 200, 1,000 ไล่ไปจนถึง 5,000 ตอนนี้ยอดขายไปถึงไหนแล้ว เหลืออีก 3 วัน บัตรเป็นยังไงบ้าง อีก 1 วัน ขายได้ถึงไหนแล้ว ทำให้พอจะคิดคร่าวๆ ได้แล้วว่าถ้าคนจะซื้อเพิ่มจะซื้อเพิ่มประมาณกี่ที่ ถ้าเห็นว่าคนซื้อน้อย ผู้จัดฯ ก็สามารถขยับแถวให้เหลือน้อยลงได้ครับ สมมติจากเดิม แต่ละโซนแบ่งไว้ว่ามี 50 แถว อาจจะปล่อยให้เหลือแค่ 30 แถวหรือกี่แถวก็ว่าไป เพื่อทำให้มันดูไม่โล่งเกินไปนัก

แต่ถ้ามาปล่อยให้คนที่ซื้อบัตรถูกมาย้ายที่อยู่กับบัตรแพง มันก็ไม่ค่อยแฟร์กับคนดูเท่าไหร่ครับ ตามที่เขาบ่นๆ กัน ซึ่งส่วนใหญ่ถ้าจะทำแบบนี้ ทั้งเมืองนอกและเมืองไทย เขาจะนิยมปล่อยกันตอนอังกอร์ (Encore) หรือเพลงสุดท้าย เปิดให้คนเข้ามาเลย ลุยให้คนได้เข้ามาใกล้ชิดกัน อันนั้นก็จะไม่น่าเกลียดเท่าไหร่ แต่ถ้าปล่อยให้อยู่รวมกันแบบไม่แบ่งโซนบัตรตั้งแต่ครึ่งแรก มันก็ไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่ครับ



และจริงๆ แล้วที่คนพูดกันว่าร็อกแล้วต้องรุนแรง ผมว่าก็อาจจะมีบ้าง ถ้าเป็นวงร็อกเมทัล จะแรงไปในทางเอาเลือดปลอมมาทาตัว เสียบหัวแพะไว้บนเวที ถ้าเป็นวงต่างประเทศมันก็มีความเป็นไปได้ครับ แต่ถามว่าต้องดิบต้องเถื่อนเสมอไปมั้ย มันไม่จำเป็นนะ อยู่ที่ว่าร็อกแบบไหนมากกว่า

ถ้าเป็นคอนเสิร์ตของเมืองนอก ก็จะมีบางเวทีที่ศิลปินโชว์แม้กระทั่งกินอุจจาระของตัวเอง หรืออุจจาระใส่คนดูก็มีเหมือนกัน (หัวเราะ) แต่นั่นก็จะเป็นการสนอง Target ของเขา มันอยู่ที่ว่ากลุ่มคนฟังของศิลปินคนนั้นเป็นแบบไหนครับ ถ้าทำแล้วคนดูบอกไม่ใช่ละ รับไม่ได้ ก็ไม่น่าจะใช่แล้วครับ มันอยู่ที่กลุ่มเป้าหมายว่าเขาต้องการมั้ย อารมณ์ประมาณว่าเราไปดูคอนเสิร์ตคอนเสิร์ตนึง เราก็คาดหวังว่าจะได้รับอะไรบ้าง แต่ถ้าไม่ได้รับอะไรที่เราคาดหวังไว้ ศิลปินอาจจะต้องกลับไปคิดอะไรบ้าง อาจจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการ”




บอยคอตความถ่อย หมดยุคของตำนาน!!

ที่ทำให้เจ้าของคอนเสิร์ตยังประกาศด้วยท่าทีฮึกเหิมอยู่ว่าจะทำในสิ่งที่เชื่อต่อไปแบบเดิม โดยไม่สนต่อกระแสสังคม ไม่แคร์ต่อคำก่นด่าเรื่องพฤติกรรมห่ามๆ บนคอนเสิร์ตแค่ไหนนั้น สำหรับ "ทวิษย์ชญะ ตั้งสหะรังษี" หรือเจ้าของนามปากกา "Jack Russell.th" เจ้าของค่ายเพลง Classy (Classy Records) แล้ว มองว่าเป็นเพราะศิลปินยังมีคนหนุนหลังอยู่จึงทำให้ได้ใจและไม่แยแสอะไรทั้งนั้น

“ถ้ายังมีคน Enjoy อยู่ เขาก็ยังทำได้ไงครับ ไม่เป็นไร คนที่ไปในงานก็คือคนแบบเดียวกับเขาแหละ และที่เขาประกาศว่าจะทำเหมือนเดิมไม่ปรับอะไรเลย อาจจะเพราะตัวเขาเองคงรับได้แล้วมั้งครับกับการที่ภาพของตัวเองจะออกมาเป็นแบบนี้ แต่ผมมองว่าคนปกติที่ดีๆ เขาจะไม่ทำกันนะ จะบอกว่าเขาไม่แคร์สังคมเลย เขาแค่ต้องการเอาชนะ กูมีเงินแล้ว ยังไงกูก็มีแฟนเพลงติดตามหรือเปล่า ผมว่าเขายังไม่รู้มากกว่าว่าในวันที่มันไม่มีอะไรแล้วจริงๆ มันเป็นยังไง เพราะยังมีคนแบบนี้อยู่ที่ยัง Support ยังมีคนคอยเป็นพวกเขาอยู่ เขาถึงกล้าที่จะทำอะไรแบบนี้

ภาพคอนเสิร์ตครั้งนี้ที่ออกมา แสดงว่าคอนเสิร์ตนี้ “เสกอยู่เหนือทุกอย่าง” หนำซ้ำ ถ้ายังบอกอีกว่าจะทำแบบนี้อีกในรอบหน้าและในทุกที่ นั่นก็หมายความว่าเขาอาจจะเป็นนายของทุกอย่างจริงๆ ก็คงไปทำอะไรไม่ได้ ทีนี้เราก็ต้องมาพึ่งที่สังคมคนดูคนฟัง ถ้ามองว่าไม่เป็นแบบที่ดี ไม่สร้างสรรค์อะไรต่อสังคมเพลงไทยเลยหรือแม้แต่สังคมโดยรวมทั้งหมด กระทบต่อเยาวชน นักเรียน นิสิตนักศึกษา คุณต้องคิดให้ได้แล้วว่าคุณจะพร้อมอ้าแขนรับศิลปินคนนี้ต่อไปอีกมั้ย เราต้องคิดกันให้ได้แล้ว” ว่าแล้วเจ้าของค่ายเพลงอินดี้ก็ขอประกาศจุดยืนชัดเจนว่า ขอบอยคอตศิลปินที่มีพฤติกรรมทำลายวงการเพลงเช่นนี้



“เคยมีคำถามเยอะแยะว่า ทำไมยังมีคนไปร่วมงาน ไปเล่น Back Up ไปเดินตามตูดเขาอยู่? เราไม่รู้หรอกครับว่าคนที่ไปร่วมงานเขาชอบหรือไม่ชอบ บางคนอาจจะเป็นเพื่อนกันหรือบางคนอาจจะทำหน้าที่นั้นเพราะเงิน แต่ถ้าถามผม ถามเพื่อนผมหลายๆ คน เขาเลือกที่จะไม่ไปครับ เอาเงินมากองเป็นตั้งๆ ก็ไม่ไป ถ้าเรามองว่าภาพลักษณ์แบบนี้เป็นภาพที่ไม่น่าสนับสนุน เราไม่จำเป็นต้องเอาเงินค่าจ้าง ไม่ต้องไปขึ้นเวที หรือไปสังฆกรรมกับคนแบบนี้ อันนี้ถ้าถามผมนะ ผมก็จะตอบแบบนี้ แต่ก็อาจจะมีคนแบบอื่นที่มองว่า ไม่เป็นไร เรามีหน้าที่ร้องเพลง เขาจ้างมาเราก็ไป ไปเป็น Back Up ไปเป็นศิลปินบนเวที นั่นคงเพราะเขาไม่ได้คิดมากไงครับ มันก็เป็นวิธีคิดของแต่ละคน

แต่สำหรับผม ผมมองว่ามาตรการที่เราจะทำให้สังคมมันแข็งแรงได้ อันดับแรกเลยคือ เราต้องไม่ไปร่วมสังฆกรรมกับคนที่เราคิดว่าไม่ดีต่อสังคม จำได้มั้ย ตอนที่เสกออกมาครั้งแรกและบอกว่าเข้าบำบัดมาแล้ว ตอนนั้นสังคมก็ยังอ้าแขนรับอยู่ ผมเองถึงจะคิดว่าเป็นรถไฟเที่ยวสุดท้ายแล้วแต่ก็มองว่ายังโอเควะ พอดูกันไปก็มีประเด็นอีก แต่กับประเด็นเรื่องครอบครัว เราไม่ไปแตะเขานะเพราะเราไม่มีทางรู้ความจริง เราจะยุ่งแค่เรื่องที่เขาทำให้เราเห็น มีภาพโชว์ส้นตีนออกมา

จุดอ่อนของคนไทยคือการให้อภัยพร่ำเพรื่อและไม่เข็ดด้วย มันเหมือนการลอกเพลงน่ะครับ พอเจอศิลปินลอกเพลงก็ด่ากัน กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ได้เดือน 2 เดือนก็หยุด แล้วก็หายกันไป จากนั้นก็ไปซื้อผลงานชุดนั้นของศิลปินคนที่ลอก แล้วก็ให้ที่ยืนเขาใหม่

ภาพคอนเสิร์ตที่เห็นครั้งนี้ก็น่าจะสะท้อนได้อย่างหนึ่งแล้วนะว่าความนิยมมันเสื่อมไปแล้ว คนเริ่มคิดอะไรกันได้เยอะแล้ว มามองดีกว่าว่า ณ วันนี้ ถ้าผมเป็นเสก ผมจะทำยังไงกับชีวิตของตัวเอง ผมว่าเราต้องใช้เวลานานมากเลยนะที่จะให้คนกลับมารักเหมือนเดิม ผมว่าถ้าเขายังหวังอยู่ เขาต้องใช้เวลาอีกนานมากและต้องทำให้สังคมเห็น อาจจะทำเรื่องจิตสาธารณะเยอะๆ และทำตัวเองให้ห่างจากภาพที่เป็นอยู่วันนี้



(กำไรของเสก พริตตี้ยอมให้หอม)
ที่เป็นอยู่ตอนนี้ ผมว่าเขาไม่มีสติมากกว่า เพราะคนที่มีสติ มีสามัญสำนึกในเรื่องดีๆ เขาจะไม่จำเป็นต้องไป Present ตัวเองในเรื่องเลวๆ อีกอย่าง เสกเป็นคนที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ผมว่ายาเสพติดอย่างเดียวเลยที่ทำให้เขาเป็นแบบนั้น เพราะถ้าคนเราไม่ยุ่งกับยาเสพติด แค่ความหลงระเริงไปกับเงินกับชื่อเสียง แป๊บเดียวเดี๋ยวก็คิดกันได้แล้วครับ เราก็จะวูบวาบไปแต่ถ้ากลับมาได้คนก็ให้อภัยอยู่แล้ว คนไม่เคยขับเบนซ์ อยากขับเบนซ์ก็จะขับ คนไม่เคยมีสตางค์เป็นล้าน พอมีตังค์เป็นล้าน เขาก็จะนั่งกินร้านหรูๆ ผมว่ามันเป็นเรื่องปกติครับ แต่ถ้ายาเสพติดเข้ามาและสติไม่มีล่ะ สิ่งที่คิดว่าจะทำแค่ 5 แค่ 10 มันเลยกลายเป็นทำเกินไปเป็นร้อยเป็นพัน และมันกู่ไม่กลับ หนักกว่านั้นคือจะไม่รู้ว่าตัวเองผิดปกติ แต่ว่าสังคมจะเห็นกันหมด

ถ้าพูดกันเรื่องความสามารถ ผมยอมรับว่าเขาเก่ง แต่งเพลงดี ร้องเพลงดี ทำเพลงออกมาแล้วมันโดนใจคนระดับวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเพราะเขาเข้าถึงได้ เรื่องโชว์ก็ดี อันนี้ต้องชื่นชมเขานะครับ แต่เขาก็มีอีกด้านที่สะท้อนความเถื่อนถ่อย กระทบภาพลักษณ์ของวงการเพลงไทย ทั้งการเอารองเท้าปานักดนตรีด้วยกัน ข่าวเรื่องนิสัยมาสาย เรื่องเล่นยาเสพติด ถ้อยคำก้าวร้าวที่พูดบนเวที ความโอหังต่างๆ ฯลฯ

ส่วนเรื่องที่เขาจะตั้งบริษัททำคอนเสิร์ต ผมว่าอะไรที่คุณคิดว่ามันสร้างสรรค์ คุณทำไปเถอะ มันไม่มีอะไรที่คนจะไม่สนับสนุนหรอก แต่ถ้าคุณคิดไม่ได้ ยังทำอะไรที่ไม่สร้างสรรค์ให้กับสังคม ไม่เป็นแบบอย่างที่ดี วันนี้มันอาจจะรุ่งเรือง แต่ผมเชื่อว่าคนที่สนับสนุนคุณจะลดหายไปเรื่อยๆ มันอาจจะใช้เวลานาน นานกว่าคนแบบเราคิดได้ แต่มันจะมีวันนั้นแน่ๆ ครับ และวันที่คุณร่วงหล่นลงไปแล้ว มันไม่เหลืออะไรที่จะเป็นที่จดจำอีกต่อไป ไม่ว่าคุณจะแต่งเพลงดังแค่ไหน ทำรายได้มากแค่ไหน คนก็จะลืมไป แน่นอน ฉะนั้น คิดเถอะ คิดให้มากๆ ก่อนจะทำอะไร



(ขอบคุณภาพจากแฟนเพจ Pixel Crazy 8bit สมาคมคนรัก8บิท)

ข่าวโดย ASTVผู้จัดการ Live
ขอบคุณภาพ: แฟนเพจ "SEK LOSO"



ตามมา Follow Instagram และ Facebook Fanpage
"ASTV ผู้จัดการ Live" กันได้ที่นี่!!
**สามารถส่งข่าวสารและเรื่องราวร้องทุกข์ในสังคมมาได้: astvmanager.live.lite@gmail.com
หรือ โทร.0-2629-4488 ต่อ 1477, Fax 0-2629-4754



ข่าวที่เกี่ยวข้อง (คลิก)
- จวกเละคอนเสิร์ต “เสก โลโซ” สุดถ่อย! สุดห่วย!
กำลังโหลดความคิดเห็น...