xs
xsm
sm
md
lg

"ทราย เจริญปุระ" ..นางเอกร้อยล้านคืนสู่ "ละครพื้นบ้าน"

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ทราย เจริญปุระ
จากลูกผู้กำกับชื่อดัง "รุจน์ รณภพ" สู่นางเอกร้อยล้าน "ทราย เจริญปุระ" หรือ ชื่อจริง "อินทิรา" นางเอกหนังพีเรียด ย้อนยุคสไตล์นางเอกผ้าแถบเป็นโลโก้ เล่นมาแล้วแทบทุกบทบาทที่ต้องบอกว่าเลือดแห่งวงการบันเทิงของเธอเข้มข้นหาตัวจับยากคนหนึ่ง วันนี้ทรายตัดสินใจกลับสู่จอตู้อีกครั้ง ในบทที่หลายคนอาจประหลาดใจกับละครพื้นบ้านตอนเช้า เรื่อง "ปลาบู่ทอง" ที่หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่างานไม่มีเธอจึงตัดสินใจเล่น แต่วันนี้เธอบอกกับ M – Entertain ได้มีโอกาสพูดคุยกับนางเอกหนังพื้นบ้านที่กำลังพูดถึงอยู่ในขณะนี้

"สนุกมั้ย?" ...เจ้าตัวย้อนถามกลับ ผู้ถามด้วยน้ำเสียงร่าเริง ก่อนจะเล่าว่าสาเหตุของการตัดสินใจกลับมารับละครพื้นบ้านตอนเช้าในเรื่องปลาบู่ทอง ของช่อง 7 สีกับผู้ให้โอกาสในการแสดงละครอีกครั้งของเธอ

"เอาง่ายๆเลยคือที่มารับเล่นเนี่ยทรายทำงานกับอาไพรัชมาหลายเรื่องมาก ในตอนแรกๆทรายเริ่มเข้าวงการมาจากละคร แล้วเว้นไปทำเพลง เล่นหนัง มีคุณไพรัช สังวริบุตรที่ให้โอกาสเข้ามาเล่นละครอีก แล้วตอนนั้นละครที่เล่นก็ฟีดแบ็กดีทุกเรื่องตั้งแต่เจ้าสัวน้อย ถ้าเล่นละครช่อง 7 ก็คือต้องเล่นให้อาหรั่ง นี่ก็คือง่ายๆ ที่มารับเล่น"

"วันดีคืนดีอยู่บ้านอาเขาโทรมาบอกว่าไปเล่นละครให้หน่อยก็โอเคไปเล่นให้ (หัวเราะ) เรื่องอะไรอา พออาบอกว่าปลาบู่ทอง เราก็ตกใจว่าอะให้เล่นปลาบู่ทอง ให้เล่นเป็นเอื้อยอ้ายเนี่ยนะ เกินไวไปหรือเปล่า ปรากฏว่าเล่นเป็นแม่ปลาบู่ เราก็โอเค ด้วยความที่ว่าเขาอยากให้ละครพื้นบ้าน ดูจริงจังขึ้น ให้มันออกมาพีเรียดมากกว่า เป็นละครเจ้า ซึ่งถ้าถามว่าละครพีเรียด หนังพีเรียด ทรายเล่นมาเสียจนแบบนุ่งผ้าแถบเองได้แล้ว เราก็เลยแบบว่ามันไม่มีปัญหาอะไร ที่ถามไม่ได้ถามว่าไม่เล่นนะ แต่ถามอาเขาเพราะว่าเจะเอาเราไปเล่นบทอะไร"

ทรายเล่าถึงบรรยากาศการได้รับการชักชวนจากเจ้าของค่ายสามเศียร ยืนยันไม่ได้รับเล่นเพราะไม่มีงาน อีกอย่างตนเชื่อว่าการเล่นละครพื้นบ้านไม่ใช่การลดเกรดตัวเองแต่อย่างใด

"คือกลับมาเล่นแล้วมีคนดู มันดีใจนะคะ สำหรับทรายทุกเรื่องมันคืองานเหมือนกันแหละ ไม่ได้แยกว่าละครเช้าหรือเย็นหรือดูกันทั้งวัน มันอยู่ที่ว่าใครใคร่จะดูละครช่วงไหน แบบไหนเท่านั้นเอง มันไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีงาน ทรายก็รู้ว่ามีคนดู หลังๆทรายไม่ได้เจอแฟนคลับที่เป็นเด็กๆเลย นี่คือแบบเด็กเยอะมาก มีมาเรียกแม่ปลาบู่เยอะแยะ สนุกดีเหมือนกัน มาเจอทีมงานเดิม ไม่ได้เล่นมานาน ทางละครมันก็มีงงๆเหมือนกัน โศกเศร้ารันทดใจ นิทานพื้นบ้านมันของคู่กัน ถามว่าเรารู้เรื่องมั้ยว่าละครมันเป็นอย่างไร ก็รู้หมดนะ แต่พอมาทำเป็นละครเราก็อยากดูอีก ดูกันได้เรื่อยๆ มันคลาสสิก เหมือนอุทัยเทวี บางคนมองเชย แต่เชื่อซิว่าใครดูก็ติด เพราะมันเพลิน "

"ทรายรู้ว่ามีคนวิจารณ์เยอะ มีคนมองไปได้ว่าไม่มีงานหรือเปล่า ทำไมมาเล่นละครแบบนี้ แต่ทรายกับมองว่าละครที่คุณไม่ดู ก็ไม่ได้แปลว่าคนอื่นเขาไม่ดูนะ แล้วไม่ได้บอกว่ามันคือละครที่ไม่ดีนะ ทรายรู้สึกแบบนี้ ประเทศไทยมีคนแบบนี้มากกว่า คือถ้าทุกคนชอบแบบเดียวกันหมด มันเป็นไปไม่ได้ อาชีพของเรามันคือทำตรงนี้ให้ดี ละครพื้นบ้านก็จะเล่นแค่ 20 เปอร์เซ็นต์แค่นั้นเองมันก็ไม่ใช่นะ ถ้าแบบนั้นก็ไม่ทำดีกว่า เขาก็ตั้งใจทำออกมา ทีมงานก็เต็มใจทำ ทรายไม่มองว่ามันคือการลดเกรดเพราะ มันดูถูกอาชีพตัวเอง"

ส่วนฟีดแบ็กนั้นนางเอกร้อยล้านบอกว่าเกินคาดหมายทีเดียว สำหรับปลาบู่ทองเวอร์ชั่น 2009
"คนที่รู้จักทรายจะบอกว่าเธอเล่นได้น่าสงสารอย่างไม่น่าเชื่อ ..(หัวเราะ) พี่หลุยส์ (อัมรินทร์ สิมะโรจน์) ก็ร้าย ทรายเคยเล่นพีเรียดมาแล้ว แต่ไม่ได้แบบว่าโศกเศร้าขนาดนี้ โดนทำทารุณแบบว่าเยอะมาก สารพัด ส่วนพี่หลุยส์ไม่เคยเล่นพีเรียดเลย แต่แกเล่นเนียนมาก เล่นกันไปคุยกันไป สนุกดีค่ะ ส่วนใหญ่ฟีดแบ็กโอเคเลย ตกใจเหมือนกันว่าเออคนพูดถึงเยอะ แต่ว่าตกใจนะว่ามีคนพูดถึงเยอะเหมือนกัน แต่ทรายเองยังไม่เคยตื่นมาดูเลยเพราะว่าทรายตื่นสาย ไม่เคยดูทัน คนทักเยอะ หลุยส์ใจร้ายนะ เรางงว่าคนดูเหมือนกันเหรอเนี่ย"

แม้ว่าตัวละครที่ทรายเล่นอย่างบทแม่ปลาบู่จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ด้วยเสียงตอบรับจากละครดี จึงได้รับการขยายเพิ่มตอนโดยเจ้าตัวบอกว่าเสน่ห์ของละครพื้นบ้านนั้นน่าจะอยู่ที่การสร้างและการแสดงบวกกับเนื้อเรื่องที่เข้าใจง่าย
"จริงๆตอนแรกทรายตายแล้วก็น่าจะจบไปเลย แต่ว่าต้องมีต้นมะเขือ เป็นปลาอะไรก็ว่าไป แต่ตอนนี้ ฟีดแบ็กมันโอเคทรายก็จะไปสิงอยู่ในร่างของมะเขือ ของปลา และอื่นๆอีกให้ได้ชมกัน"

"ทรายว่ามันก็คล้ายกับการ์ตูนตอนเช้า มันช่วงที่พ่อแม่ไปทำกับข้าวแล้วให้ลูกดูทีวีได้ สบายใจไม่ต้องกังวลว่า มีเรต ฉ ฉิ่งขึ้นมาหรือเปล่า ไม่งั้นก็ไม่มีอะไรให้เด็กดู เป็นละครที่มันก็สอนอะไรเราบางอย่าง เสน่ห์ของละครมันคือเรื่องที่เรารู้อยู่แล้ว เราก็รู้ว่ามันจะทำออกมาแบบไหน แต่มันคือไม่รู้ไงว่าเขาจะทำออกมาแบบไหนได้อีก คนนี้คนดี คนนี้คนไม่ดี ไม่ได้วางแผนซับซ้อน ไม่ต้องซับซ้อนไม่ต้องพิสดารมาก เป็นเด็กดีช่วยงานพ่อแม่ เด็กไม่ดีก็คือชอบโกหก มีพื้นฐานง่ายๆ มันก็เพลินดีนะ" นั่นคือแง่คิดละครพื้นบ้านของนางเอกร้อยล้านที่เธอพูดให้เราฟัง

สำหรับหนังเรื่องสมเด็จพระนเรศวรที่เธอกำลังถ่ายทำนั้นเจ้าตัวฝากถึงแฟนหนังให้รอสักนิด เนื่องจากเป็นหนังฟอร์มใหญ่อาจถ่ายทำล่าช้าไปบ้าง พอจะแวะถามเรื่องหัวใจ เจ้าตัวบอกกับเราสั้นๆว่า "ยังไม่มีค่ะ โสด" ..พร้อมกับเสียงหัวเราะที่เธอบอกกับเราว่าชีวิตตอนนี้มีความสุขดีและยามว่างจากการถ่ายละคร เล่นหนัง คือการพาคุณพ่อ (รุจน์ รณภพ) ออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้านก่อนจะทิ้งท้ายให้เราได้ชมผลงานละครพื้นบ้านปลาบู่ทอง ฉบับ "ทราย เจริญปุระ" ผลงานการแสดงที่เธอเล่นเต็มที่ในแบบที่คุณอาจไม่คุ้นเคย แต่ทรงคุณค่าสำหรับเธอคนนี้
ทราย ในละครพื้นบ้านเรื่อง ปลาบู่ทอง


กำลังโหลดความคิดเห็น