xs
xsm
sm
md
lg

ขนบคลายร้อนของญี่ปุ่นด้วยเรื่องผี : โฮอิจิไร้หู (ตอนที่ 2)

เผยแพร่:   โดย: โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์


ดร.โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์
Tokyo University of Foreign Studies


ความเดิมตอนที่แล้ว

โฮอิจิชายตาบอดมีฝีมือในการดีดพิณบิวะ ทักษะอันเป็นที่เล่าขานไปทั่วทำให้มีโอกาสได้บรรเลงให้พระรูปหนึ่งฟัง พระคุณเจ้าพอใจฝีมืออันยอดเยี่ยมนั้นโดยเฉพาะการขับลำนำว่าด้วยการต่อสู้ครั้งสำคัญ “ดันโนอูระ” ในทะเลและชายฝั่ง ซึ่งเป็นครั้งที่ตระกูลเฮเกะล้มตายมากมาย ด้วยความประทับใจนั้น พระจึงชวนโฮอิจิไปอยู่ที่วัดโดยให้แสดงฝีมือดีดบิวะแลกกับที่พักอาศัย วันหนึ่งเมื่อมีคนนิมนต์พระออกไปทำพิธีนอกวัดยามค่ำคืน โฮอิจิจึงอยู่คนเดียว และปรากฏว่ามีชายลึกลับซึ่งท่าทางคงจะเป็นซามูไร มาชวนโฮอิจิไปบรรเลงบิวะให้เจ้านายของตนฟัง โฮอิจิตกลงไปด้วยแม้ถูกสั่งห้ามไม่ให้ออกไปไหนลำพัง และบรรเลงให้นายท่านกับคณะฟัง

โฮอิจิไร้หู : บรรเลงบิวะในสุสานกลางสายฝน


โฮอิจิเปล่งเสียงดัง ขับลำนำว่าด้วยการสู้รบในท้องทะเลอันขมขื่น พร้อมกับดีดบิวะสร้างเสียงที่ฟังคล้ายกับการย้ำฝีพายและเร่งรุดให้เรือเคลื่อนที่ ทั้งยังมีเสียงแหวกอากาศกับเสียงกระหึ่มของลูกศร เสียงตะโกนกับเสียงย่ำเท้าอุตลุดของเหล่าชายชาตรี เสียงปะทะกันของเหล็กกล้าบนหมวกเกราะ และเสียงร่วงหล่นตกน้ำของผู้ถูกฆ่า ทางด้านซ้ายและขวาของโฮอิจิ ขณะที่เขาหยุดบรรเลงเป็นช่วง ๆ เขาได้ยินเสียงพึมพำสรรเสริญ

“ช่างเป็นศิลปินที่ยอดเยี่ยมอะไรอย่างนี้!”
“ไม่เคยได้ยินได้ฟังการบรรเลงแบบนี้ในแคว้นของเรามาก่อนเลย!”
“ทั่วทั้งอาณาจักรนี้ ไม่มีนักร้องคนไหนเหมือนโฮอิจิอีกแล้ว!”

ครั้นแล้วความฮึกเหิมระลอกใหม่ก็บังเกิดแก่โฮอิจิ เขาบรรเลงและขับร้องดียิ่งกว่าเดิมเสียอีก และเกิดความอัศจรรย์ใจเงียบ ๆ ดิ่งลึกลงในตัว แต่ในท้ายที่สุดเมื่อเขาขับขานโชคชะตาของพวกผู้หญิงและผู้หมดหนทางรอดชีวิต ซึ่งลงเอยด้วยความตายอย่างอนาถของสตรีกับเด็ก ๆ และการหนีเงื้อมมือมัจจุราชของนิอิโนอามะผู้อุ้มจักรพรรดิองค์น้อยในอ้อมแขน เมื่อนั้นผู้ฟังทั้งหมดก็พากับส่งเสียงร้องแห่งความทุกข์โศก...ยาว...นาน...น่าขนลุก ร้องไห้ร้องห่มคร่ำครวญเสียงดังลั่นและกระเจิดกระเจิงเสียจนโฮอิจิชายตาบอดตื่นกลัวความโกลาหลรุนแรงและความทุกข์ระทมที่ตนเป็นผู้ก่อขึ้น เสียงสะอื้นไห้และโอดครวญยืดเยื้อต่อเนื่องอยู่นาน แต่แล้วเสียงครวญคร่ำร่ำไห้ก็ค่อย ๆ สงบลงจนหมดไป และในความนิ่งเงียบที่แผ่กว้างหวนคืนอีกครา โฮอิจิก็ได้ยินเสียงเสียงพูดของผู้หญิงซึ่งเขาคิดว่าคงจะเป็นโรโจะ นางเอ่ยว่า

“พวกเราได้ยินกิตติศัพท์ของเจ้า มั่นใจว่าเป็นนักบรรเลงบิวะที่มีทักษะสูงมาก และไร้ผู้ใดทัดเทียมด้านการขับลำนำเล่าเรื่อง แต่ก็ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจะมีใครทำได้ดีเลิศดังที่เจ้าได้พิสูจน์ตนจนเป็นที่ประจักษ์แล้วในคืนนี้ นายท่านของพวกเรายินดีที่จะบอกกับเจ้าว่า ท่านตั้งใจจะมอบรางวัลให้แก่เจ้าอย่างเหมาะสมกับความสามารถ แต่นายท่านก็อยากให้เจ้ามาบรรเลงต่อหน้านายท่านทุกคืนนับจากนี้ไปเป็นเวลาหกคืน แล้วนายท่านอาจจะเคลื่อนขบวนอันทรงเกียรติหวนกลับมาอีก ฉะนั้นคืนพรุ่งนี้ เจ้าจะต้องมาที่นี่ในเวลาเดิม องครักษ์ผู้ที่นำเจ้ามาที่นี่คืนนี้จะถูกส่งไปรับตัวเจ้า...มีอีกเรื่องที่ข้าได้รับคำสั่งให้มาแจ้งแก่เจ้า คือ เจ้าต้องไม่บอกเรื่องนี้ให้ใครรู้เป็นอันขาดว่ามาที่นี่ระหว่างที่นายท่านของพวกเรามาพักแรกที่อากามางาเซกิ และเนื่องจากนายท่านเดินทางโดยไม่เปิดเผยให้ใครรู้ ท่านจึงสั่งห้ามไม่ให้เอ่ยถึงเรื่องเหล่านี้...บัดนี้เจ้าได้รับอนุญาตให้กลับไปที่วัดของเจ้าได้”

หลังจากโฮอิจิแสดงความขอบคุณอย่างเหมาะสมแล้ว ก็มีมือของผู้หญิงคนหนึ่งจูงเขาไปยังทางเข้าเรือน แล้วเขาก็ได้พบกับองครักษ์คนเดิมที่นำทางมายังที่นี่ก่อนหน้านี้ ชายผู้นี้รอคอยเพื่อพาโฮอิจิกลับบ้าน เขานำทางหนุ่มตาบอดไปยังระเบียงด้านหลังของวัด แล้วเอ่ยลาที่นั่น

ตอนที่โฮอิจิกลับมานั้นเป็นเวลาเกือบรุ่งสางแล้ว แต่ไม่มีใครรู้สึกผิดสังเกตที่เขาหายตัวไปจากวัด เพราะพระกลับวัดดึกมาก จึงคิดว่าโฮอิจิเข้านอนแล้ว ในช่วงกลางวัน โฮอิจิพักผ่อนได้บ้าง และเขาก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับการผจญภัยแปลกประหลาดของตน

กลางดึกคืนต่อมา ซามูไรองครักษ์มารับเขาอีก นำทางเขาไปยังที่ประชุมอันทรงเกียรติ โฮอิจิขับขานเรื่องราวประกอบการบรรเลงเพลงอีกรอบ และทำได้ดีเช่นเดิมดังการบรรเลงครั้งก่อน แต่ระหว่างการมาเยือนครั้งที่สองของเขา บังเอิญคนที่วัดสังเกตได้ว่าเขาหายตัวไป เมื่อโฮอิจิกลับไปที่วัดในตอนเช้า เขาจึงถูกเรียกตัวไปพบพระ พระพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงตำหนิอย่างปรานี

“พวกเราเป็นห่วงเจ้ามากนะสหายโฮอิจิ เจ้าออกไปข้างนอกคนเดียวดึก ๆ ดื่น ๆ ตาก็มองไม่เห็น มันอันตราย ทำไมเจ้าถึงออกไปโดยไม่บอกพวกเรา ถ้าบอกสักคำ อาตมาจะสั่งให้คนรับใช้ไปด้วยก็ได้ ว่าแต่ไปไหนมารึ”

“ได้โปรดอภัยให้ข้าด้วยเถิดพระคุณเจ้า! ข้าต้องไปทำธุระส่วนตัวบางอย่าง คือข้าไม่สามารถจัดการได้ในเวลาอื่นน่ะขอรับ” โออิจิตอบเลี่ยง ๆ

พระประหลาดใจมากกว่าโกรธที่ได้ยินโฮอิจิบ่ายเบี่ยง พระรู้สึกว่ามันผิดธรรมชาติ สงสัยว่าอาจมีอะไรผิดปกติ และเกรงว่าหนุ่มตาบอดผู้นี้คงต้องมนตร์สะกดหรือถูกวิญญาณชั่วร้ายอะไรสักอย่างหลอกหลอน พระไม่ได้ถามคำถามใด ๆ ต่อไปอีก แต่สั่งเป็นการส่วนตัวให้ผู้ชายที่เป็นคนรับใช้ประจำวัดจับตาดูความเคลื่อนไหวของโฮอิจิ และให้ติดตามชายตาบอดผู้นี้ไปหากเขาออกจากวัดอีกในยามวิกาล

ในคืนถัดไปนั้นเอง มีคนเห็นโฮอิจิออกจากวัด พวกคนรับใช้ก็จุดโคมของตนทันทีและติดตามโฮอิจิไป แต่คืนนั้นฝนตกและมืดมาก กว่าคนของวัดจะตามไปถึงถนน โฮอิจิก็หายตัวไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าเขาเดินเร็วมาก ซึ่งเป็นเรื่องแปลกในเมื่อเขาตาบอดและถนนอยู่ในสภาพแย่อย่างนั้น

พวกคนรับใช้เร่งร้อนเดินไปตามถนน สอบถามทุกบ้านที่โฮอิจิไปมาหาสู่อย่างคุ้นเคย แต่ก็ไม่มีใครบอกอะไรเกี่ยวกับเขาได้ ท้ายที่สุด ขณะที่คนของวัดกำลังกลับวัดโดยผ่านไปทางชายหาด ก็ตกอกตกใจที่ได้ยินเสียงบิวะ เป็นเสียงบรรเลงอย่างดุเดือดอยู่ในสุสานของวัดอามิดาจิ นอกจากแสงไฟปีศาจบางหย่อมที่มักโฉบไปมาแถวนั้นยามค่ำคืนแล้ว รอบ ๆ บริเวณนั้นมืดสนิททุกทิศทาง แต่กลุ่มชายคนรับใช้ก็พากันเร่งรุดไปที่สุสานทันที และด้วยแสงจากโคมของพวกตน จึงได้พบโฮอิจิอยู่ตรงนั้น

โฮอิจินั่งเพียงลำพังท่ามกลางสายฝนต่อหน้าหลุมศพที่เป็นอนุสรณ์ของจักรพรรดิอันโตกุและดีดบิวะของตน ส่งเสียงขับขานลำนำการสู้รบแห่งดันโนอูระดังลั่น ส่วนด้านหลังของเขา...รอบ ๆ ตัวเขา...และทุก ๆ ที่เหนือหลุมศพพวกนั้น มีแสงไฟปีศาจส่องวะวับราวกับเทียน เท่าที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏว่ามีแสงไฟปีศาจปรากฏมากมายขนาดนี้ต่อหน้าคนเป็น ๆ มาก่อน

“ท่านโฮอิจิ! ท่านโฮอิจิ!” คนรับใช้ร้องเรียก “ท่านถูกมนตร์สะกด! ท่านโฮอิจิ!”

แต่ดูเหมือนชายตาบอดไม่ได้ยินเสียงเรียก เขายังคงขะมักเขม้นดีดบิวะส่งเสียงสะท้านสะเทือนรัว ๆ พร้อมกับขับขานหนักหน่วงรุนแรงบอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้แห่งดันโนอูระ กลุ่มชายรับใช้เข้าไปจับตัวเขาไว้แล้วตะโกนใส่หู

“ท่านโฮอิจิ! ท่านโฮอิจิ! กลับบ้านกับพวกเราเดี๋ยวนี้!”

โฮอิจิกล่าวตอบอย่างตำหนิติเตียนใส่ชายกลุ่มนั้น

“การขัดจังหวะข้าเยี่ยงนี้ต่อหน้าที่ประชุมอันทรงเกียรติย่อมไม่ได้รับการอภัย”

คนรับใช้อดไม่ได้ที่จะหัวเราะกันแม้เกิดเรื่องแปลกประหลาดเช่นนั้น เมื่อแน่ใจแล้วว่าโฮอิจิถูกผีสะกดไว้ ตอนนี้พวกเขาจึงเข้ายุดตัวโฮอิจิไว้แล้วดึงให้ลุกขึ้นยืน พากันออกแรงนำตัวเขากลับวัด โฮอิจิถูกจับเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกออกโดยคำสั่งของพระ พระบอกอย่างเฉียบขาดให้โฮอิจิผู้เป็นเพื่อนของตนอธิบายเรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับการกระทำของตัวเอง

**********
คอลัมน์ญี่ปุ่นมุมลึก โดย ดร.โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์ แห่ง Tokyo University of Foreign Studies จะมาพบกับท่านผู้อ่านโต๊ะญี่ปุ่น ทุกๆ วันจันทร์ ทาง www.mgronline.com



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...