xs
xsm
sm
md
lg

อาหารลดความอ้วนสูตรญี่ปุ่น

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


คอลัมน์ "เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น" โดย "ซาระซัง"

สวัสดีค่ะเพื่อนผู้อ่านที่รักทุกท่าน เดี๋ยวนี้กระแสลดความอ้วนหรือรับประทานอาหารสุขภาพดูเหมือนจะเป็นที่นิยมกันไปทั่วโลกจนไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อีกแล้วนะคะ แน่นอนว่าที่ญี่ปุ่นก็มักมีกระแสออกมาเป็นช่วง ๆ ว่าทำอย่างนั้นอย่างนี้หรือกินอย่างนั้นอย่างนี้แล้วจะลดความอ้วนได้หรือมีสุขภาพดีเช่นกัน

ฉันได้ยิน “ข่าวลือ” แบบนี้บ่อยมากจากหลายทาง แต่ไม่เคยได้ข่าวว่ามีคนใกล้ตัวที่ทำแล้วได้ผลจริง อาจเป็นไปได้ว่าเพราะไม่เคยได้ยินว่ามีใครเอาจริงเอาจังกับวิธีการเหล่านี้ได้นาน อย่างมากก็คงเพียงสนใจทำตามกระแสฮิตอยู่ช่วงหนึ่งก่อนความพยายามจะอันตรธานหายไป

เท่าที่คนญี่ปุ่นและคนไทยใกล้ตัวเคยบอกหรือเคยลองไอเท็มลดความอ้วนที่ผ่านมาและฉันจำได้มีดังต่อไปนี้ ขอออกตัวไว้ก่อนนะคะว่าอาจจะไม่ใช่ประเด็นใหม่ล่าสุด เพียงแต่มีเรื่องราวในความทรงจำประกอบอยู่บวกกับไปค้นข้อมูลมาเพิ่มเติม และอยากเล่าให้ฟังเพลิน ๆ

บ๊วยดอง

วันหนึ่งญาติชาวญี่ปุ่นซึ่งรู้ว่าฉันชอบรับประทานบ๊วยดองญี่ปุ่นไลน์มาบอก “ข่าวดี” ว่าถ้ารับประทานบ๊วยดองวันละสามเม็ดแล้วจะช่วยให้ผอมได้โดยไม่ต้องอดอาหาร ฉันได้ยินแล้วก็นึกไม่ออกว่าเหตุอันใดบ๊วยจึงสามารถช่วยให้ผอมได้ แถมยังไม่ต้องควบคุมอาหารอีกต่างหาก ส่วนเจ้าตัวคนเอาข่าวมาบอกก็ไม่อธิบายเหตุผล ฉันคิดว่ามันออกจะง่ายดายและดีเกินกว่าจะเป็นความจริง จึงปล่อยเลยผ่านไปโดยไม่สนใจ

ก็ไม่ทราบว่าทำไม วันดีคืนดีฉันก็นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เลยไปค้นข้อมูลดูเสียหน่อยให้หายสงสัย ก็ได้ความมาว่าบ๊วยดองประกอบไปด้วยสารบางชนิดที่มีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก ได้แก่ กรดซิตริก โพลิฟีนอล และวานิลลิน เป็นต้น

ว่ากันว่ากรดซิติกมีฤทธิ์ช่วยคลายความเหนื่อยล้า ช่วยดีท็อกซ์ และช่วยเผาผลาญไขมัน สารโพลิฟีนอลก็มีคุณสมบัติต้านโรคอ้วนและช่วยเผาผลาญไขมัน และในบ๊วยดองยังมีสารวานิลลินซึ่งพบได้เฉพาะในเมล็ดวานิลลินและบ๊วยเท่านั้น สารนี้มีคุณสมบัติเป็นทั้งสารต่อต้านอนุมูลอิสระ และมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้ด้วย แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ว่าวานิลลินมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้จริงหรือไม่

เขาว่าถ้าอยากจะให้บ๊วยดองส่งเสริมประสิทธิภาพในการเผาผลาญไขมันในร่างกายแล้ว ก็ต้องเอาบ๊วยดองไปผ่านความร้อน ไม่ว่าจะเป็นการย่าง หรือใส่ไมโครเวฟสักนาทีหนึ่ง เพราะความร้อนจะทำปฏิกิริยาให้วานิลลินเพิ่มปริมาณขึ้นอีกราว 20%

ได้ข่าวว่าเดี๋ยวนี้บนแพ็คเกจของบ๊วยดองที่ญี่ปุ่นนิยมระบุว่ามี “วานิลลินบ๊วย” ปริมาณเท่าใดด้วย เดาว่าน่าจะมาจากกระแสที่ว่าบ๊วยดองช่วยให้ผอมได้นี่เอง แต่กระนั้นแม้ว่าทางรายการโทรทัศน์จะอ้างว่าคนที่เข้ารับการทดสอบจะเห็นผลจริงจากการรับประทานบ๊วยดองวันละสามเม็ด แต่คนทั่วไปดูเหมือนจะแค่บอกว่ากำลังลองวิธีนี้อยู่บ้าง บ้างก็ว่าเหมือนจะได้ผล บ้างก็ว่าทำให้เกิดกรดในกระเพาะมากไป

ที่สำคัญ บ๊วยดองยังมีเกลือในปริมาณสูง องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ว่าปริมาณเกลือสูงสุดต่อวันไม่ควรเกิน 6 กรัม แต่ลำพังบ๊วยดองเม็ดใหญ่ขนาด 20 กรัมเพียงเม็ดเดียวก็มีปริมาณเกลือสูงราว 4.7 กรัมเข้าไปแล้ว ถ้าเป็นบ๊วยดองแบบมีเกลือน้อยลงคือ 8-10% ก็จะมีปริมาณเกลือต่อเม็ดลดลงมาอยู่ที่ 1.5-1.8 กรัม แต่ในชีวิตประจำวันเราก็รับประทานอาหารหลายอย่าง ไม่น่าพลาดได้รับทั้งเกลือทั้งโซเดียมแน่นอน ขืนรับประทานบ๊วยดองกันวันละสามเม็ดทุกวันแล้วไปตรวจเลือดดู ก็เป็นไปได้ว่าอาจเจอโซเดียมพุ่งนะคะ

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับบ๊วยดองที่ไม่เกี่ยวกับการลดความอ้วนอยู่เรื่องหนึ่ง คือคนญี่ปุ่นบางทีเขาใช้บ๊วยดองเวลาเล่นเกมกัน ใครแพ้ต้องกินบ๊วยดอง แต่มุกนี้ดูเหมือนจะใช้กับคนไทยไม่ได้ผลเท่าไหร่ เพราะคนไทยหลายคนชินกับการกินบ๊วยอยู่แล้ว คนญี่ปุ่นเห็นคนไทยที่เล่นเกมแพ้แล้วเคี้ยวบ๊วยดองหน้าตาเฉยก็งง พากันรู้สึกเสียที ฉันเดาว่าถ้าใช้นัตโต (ถั่วหมักญี่ปุ่นซึ่งมีกลิ่นเหม็น) อาจจะได้ผลกว่านะคะนี่ ใครไม่เคยกินมีหวังร้องอี๋

นัตโต

"นัตโต" คือ ถั่วหมักแบบญี่ปุ่น ซึ่งทำจากถั่วเหลือง หมักจนมีเส้นใยและกลิ่นที่หลายคนบอกว่าเหม็นเหมือนของบูด แต่ว่ากันว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายอย่าง (อ่านย้อนหลัง : ถั่วเน่ามหาประลัยที่น่าลิ้มลอง)

สมัยที่ฉันเป็นวัยรุ่นและได้เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับนักศึกษาญี่ปุ่นที่ญี่ปุ่นนั้น เคยได้ยินว่ามีโทรทัศน์ออกรายการว่ากินนัตโตแล้วดีอย่างโน้นอย่างนี้ ช่วงหนึ่งจึงขายดีมากจนหมดไปจากชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างรวดเร็ว แต่ตอนหลังกระแสนิยมก็เริ่มซาไป 

ลองไปสืบค้นดูเรื่องนัตโตกับการลดน้ำหนักแล้ว ก็พอจะได้ความมาว่านัตโตอาจจะมีส่วนช่วยลดน้ำหนักได้จริงในฐานะที่มันเป็นอาหารชนิดหนึ่งที่มีโพรไบโอติกส์ (อาหารที่มีแบคทีเรียดี ช่วยเพิ่มแบคทีเรียดี และลดแบคทีเรียไม่ดีในลำไส้) เขาว่ากันว่าประโยชน์บางอย่างของโพรไบโอติกส์คือ อาจช่วยป้องกันและรักษาการติดเชื้อ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารมีสุขภาพดี อาจช่วยรักษาระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และช่วยให้น้ำหนักลดได้ด้วย ถ้าในเรื่องคุณสมบัติของโพรไบโอติกส์แล้ว เราก็อาจจะไม่จำเป็นต้องเลือกนัตโตเป็นทางเลือกเดียว เพราะยังมีอาหารอีกหลายอย่างที่มีโพรไบโอติกส์ เช่น โยเกิร์ต เคอเฟียร์(นมเปรี้ยวชนิดหนึ่ง) กิมจิ ซาวเออเคราท์ (กะหล่ำปลีดองของเยอรมัน) และมิโสะ เป็นต้น

นัตโตยังมีสารไอโซฟลาโวนที่ช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดร้ายและเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (รวมทั้งอาจป้องกันการเกิดหลอดเลือดหัวใจอุดตัน) นี่จึงอาจเป็นคุณสมบัติอีกอย่างที่มีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก สารชนิดนี้พบในถั่วเหลือง (นัตโตทำมาจากถั่วเหลือง) ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองอย่างเช่นเต้าหู้ และยังพบในถั่วเขียว และถั่วลันเตาด้วย สารชนิดนี้ยังดีต่อคุณผู้หญิงด้วยเพราะเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะทำงานคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง เขาว่าผู้หญิงที่รับประทานถั่วเหลืองหรือผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองเป็นประจำจะไม่ค่อยมีอาการของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน และมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

พูดถึงโพรไบโอติกส์แล้ว นึกได้ว่าคุณหมอที่ฉันไปหาเพราะปวดกระเพาะก็บอกให้หันมารับประทานเหมือนกันค่ะ (ควบคู่ไปกับการบันทึกว่ารับประทานอะไรแล้วไม่สบายท้อง ก็ให้เลี่ยงอาหารเหล่านั้น) รู้ตัวอีกทีฉันก็พบว่าไม่ท้องอืดบ่อย ๆ อย่างที่เคยเป็น และไม่ทราบว่าเป็นเพราะมันช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้นมากหรือเปล่านะคะ ฉันถึงรู้สึกว่าโดยรวมแล้วสุขภาพดีขึ้น (คือการแพทย์บางแผนจะให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพลำไส้มาก ๆ ว่าชีวิตจะยืนยาวหรือไม่อยู่ที่สุขภาพลำไส้นี่แหละ)

อย่างไรก็ตาม การรับประทานอะไรอย่างเดียวโดยหวังผลว่าจะผอมได้เร็วเป็นวิธีการลดน้ำหนักที่ไม่ดี เพราะแม้จะผอมแล้ว แต่พอกลับไปทำตามความเคยชินแบบเดิมก็จะอ้วนอย่างรวดเร็วและอาจอ้วนกว่าเดิมด้วย หลายคนทราบดีอยู่แล้วว่าพื้นฐานของการลดความอ้วนที่ดีคือ การกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ที่เรามักทำคือเบือนหน้าหนีจากข้อเท็จจริงอันนี้ แล้วตามใจปาก ตามใจตัวเองที่ขี้เกียจออกกำลังกาย และหวังว่าจะผอมได้ง่าย ๆ ด้วยการบริโภคอะไรบางอย่างเท่านั้น สุดท้ายแล้วคนที่ใช้วิธีการลัดสั้นแบบนี้และผอมลงได้ในระยะยาวมีจริงหรือ ? 

ข้อเท็จจริงคือร่างกายของเราเสื่อมลงและการเผาผลาญก็น้อยลงไปเรื่อยตามอายุขัย ถ้าไม่อยากพุงย้วย เราก็ต้องดูแลรักษาร่างกายนี้ให้ต่อเนื่องตามไปด้วย ถึงต้องคอยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายให้สม่ำเสมอ ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ รวมทั้งนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างอื่นนอกเหนือจากนี้อาจเป็นปัจจัยเสริมที่พอมีส่วนช่วยได้บ้าง แต่ไม่น่าจะเหมาะใช้เป็นวิธีหลัก

แล้วสัปดาห์จะมาเล่าต่อค่ะว่ามีอะไรที่คนญี่ปุ่นเขาใช้เป็นตัวช่วยในการลดความอ้วนกันอีกบ้าง แล้วพบกันใหม่นะคะ สวัสดีค่ะ.




"ซาระซัง"
สาวไทยที่ถูกทักผิดว่าเป็นสาวญี่ปุ่นอยู่เป็นประจำ เรียนภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่ชั้นประถม และได้พบรักกับหนุ่มแดนอาทิตย์อุทัย เป็น “สะใภ้ญี่ปุ่น” เธอเคยใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงโตเกียวนานกว่า 5 ปี ปัจจุบันติดตามสามีไปทำงาน ณ สหรัฐอเมริกา ติดตามคอลัมน์ “เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น” ที่ MGR Online ทุกวันอาทิตย์.


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...