พุทธศาสนิกชนชื่นชม “สามเณรตฤณ” วัย 7 ขวบ สอบผ่านผู้ทรงพระปาติโมกข์
.
สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ชาวพุทธทั่วประเทศ เมื่อ “สามเณรตฤณ อภิวันท์สนอง” วัยเพียง 7 ขวบ จากวัดนิคมผัง 16 ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา สอบผ่านโครงการสามเณรทรงพระปาติโมกข์ รุ่นที่ 6 ประจำปี 2569 ได้สำเร็จ สร้างสถิติเป็นสามเณรอายุน้อยที่สุดที่สอบผ่านผู้ทรงพระปาติโมกข์ ก่อนหน้านี้ เรื่องราวของสามเณรตฤณได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง หลังเพจ “จ. เขมจิตต์” เผยแพร่ความมุ่งมั่นและความสามารถในการศึกษาพระธรรมวินัยของสามเณรน้อยรายนี้
ล่าสุด พระมหาใจ เขมจิตฺโต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม และประธานดำเนินงานโครงการสามเณรทรงพระปาติโมกข์ รุ่นที่ 6 ได้ประกาศผลการสอบรอบที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยยืนยันว่า สามเณรตฤณสอบผ่านเป็นที่เรียบร้อย โดยระบุ
สามเณรตฤณ อภิวันท์สนอง
ได้บันทึกสถิติ ประมวลอย่างสังเขปดังนี้
*****
๑.เป็นสามเณรอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ด้านพุทธศาสนาในประเทศไทย คือเป็นผู้มีอายุ ๗ ขวบ ที่มีการสอบสวดปาติโมกข์ด้วยการ “บันทึกให้เห็น ให้ฟังทั่วกัน”
๒.เป็นประวัติศาสตร์ของแผ่นดินรัชกาลที่ ๑๐ ในโอกาสมหามงคลของทั้งสองพระองค์ คือ
๑) มีสามเณรทรงพระปาติโมกข์ที่สอบได้รวมกันมากที่สุดในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ จำนวน ๖๓ รูป
๒) มีสามเณรอายุน้อยที่สุด ๗ ปี เป็นผู้ทรงพระปาติโมกข์ ในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ ของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙
๓.จากข้อ ๑ และ ๒ จึงนับเป็นประวัติศาสตร์ของคณะสงฆ์ไทยด้วย ที่มีสามเณรอายุน้อยสุดทรงพระปาติโมกข์ได้ โดยพระมหาเถระผู้ใหญ่ได้เคยกล่าวถึงโครงการนี้ว่า เป็นประวัติศาสตร์ของยุครัตนโกสินทร์ หรืออาจรวมถึงยุคอื่นๆด้วย
๔.สามเณรใช้เวลาในการสอบ ๕๐ นาที พัก ๒ นาที เสียงการสวดอาจมีบางอักขระที่เปล่งด้วยสำเนียงของเด็ก ที่ลิ้นและฟันไม่คล่องในบางอักษร หรือสวดเร็วไม่ชัดในบางคำ แต่มีความแม่นยำและครบคำทุกสิกขาบท ท่องได้จริง โดยมีกรรมการสอบ ๑ รูป กรรมการพยาน ๓ รูป ช่วยตรวจทานและเป็นผู้ร่วมสอบ
๕.อิริยาบถของสามเณรน้อยในวัย ๗ ขวบ ที่ใช้เวลาสวดนาน จึงมีเปลี่ยนอิริยาบถและหยุดพักเพื่อมิให้เหนื่อยเกินไป แต่ยังคงปรากฏความอดทนและเปล่งเสียงดังฟังชัด ด้วยพลังแห่งสมาธิและสัญญาอันดี ทำให้สอบจบด้วยเวลาตามที่โครงการกำหนด คือไม่เกิน ๕๕ นาที
๖.นับแต่สามเณรตฤณ มีข่าวสมัคร ความเคลื่อนไหวขณะท่องปาติโมกข์ สอบผ่านรอบที่ ๑ จนถึงผ่านรอบที่ ๒ มีผู้สนใจจำนวนมาก ทำให้เป็นข่าวในทุกสื่อและเกือบทุกสำนักข่าว เป็นการดึงศรัทธาปสาทะ ความเชื่อความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนไทย ในยามที่กำลังหวั่นไหวให้กลับมาตั้งมั่นและเชื่อในเรื่องการฝึกตน
๗.สามเณรตฤณ ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับสามเณร หรือเด็กไทยที่อยากบวชเรียน เหมือนที่ตนเองเคยได้รับแรงบันดาลใจมาก่อน และทำให้วงการศึกษาทั้งในวัดและนอกวัดเกิดความเชื่อมั่นในการพัฒนาศักยภาพ ความสามารถ และสติปัญญาของเด็ก สนับสนุนให้เด็กได้มีพื้นที่แสดงออกตามความถนัดและสนใจ
การท่องปาติโมกข์ไม่ใช่เรื่องที่เด็กทั่วไปจะทำ เพราะต้องมีฉันทะความพอใจจริงๆ ทั้งต้องบวชเป็นสามเณร เพื่อให้มีกำลังของสมณะ ผู้เป็นศาสนทายาท ทั้งมิใช่เณรทุกรูปจะสวดได้ ต้องมีขันติ ความอดทน ความขยัน ความเสมอต้นเสมอปลาย แม้ความจำไม่ดี แต่ต้องมีความเพียรไม่ย่อท้อ มีสมาธิและสติคอยประคองสม่ำเสมอ มีครูบาอาจารย์ช่วยสอน
มีเรื่องที่ควรเล่าถึงความสามารถและสติปัญญาของเด็กไทย ผ่านเรื่องราวของโครงการสามเณรทรงพระปาติโมกข์ และสามเณรตฤณ อีกพอสมควร เห็นว่าเขียนมากแล้ว จึงพักไว้เท่านี้ ฯ
*******
Cr : จ.เขมจิตต์


