นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง แสดงความเห็นอย่างเผ็ดร้อนต่อกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่อนุญาตให้ส่งตัว สส.รายหนึ่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินคดีในข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์และการฟอกเงิน โดยระบุว่าหลักการคุ้มครองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระหว่างเปิดสมัยประชุมนั้น มีขึ้นเพื่อป้องกันการใช้อำนาจรัฐกลั่นแกล้งฝ่ายการเมือง มิใช่เพื่อใช้เป็นเกราะกำบังให้ผู้แทนราษฎรหลีกเลี่ยงการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในคดีส่วนตัว
.
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 นายนิพิฏฐ์อธิบายว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับความคุ้มครองจากการถูกจับกุมหรือดำเนินคดีในระหว่างสมัยประชุม เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายบริหารหรือผู้มีอำนาจใช้กลไกทางกฎหมายเป็นเครื่องมือกีดกันผู้แทนประชาชนออกจากการปฏิบัติหน้าที่ในสภา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการประชุมและการลงมติในวาระสำคัญของประเทศ
.
อย่างไรก็ตาม อดีต สส.พัทลุง ระบุว่า แนวปฏิบัติที่สภาใช้พิจารณามาโดยตลอดคือการแยกแยะให้ชัดเจนว่าคดีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถูกกล่าวหานั้นเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎรหรือไม่ หากเป็นการกระทำที่เกิดจากการทำหน้าที่ทางการเมืองหรือการปฏิบัติภารกิจในฐานะผู้แทนประชาชน สภาอาจใช้ดุลพินิจคุ้มครองเพื่อไม่ให้เกิดการกลั่นแกล้งทางการเมือง แต่หากเป็นคดีส่วนตัวหรือการกระทำที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของ สส. โดยตรง ก็ควรเปิดทางให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปตามปกติ
.
นายนิพิฏฐ์ยังวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาว่า หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกระทำความผิดในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ และสภายังคงใช้มติปกป้องบุคคลดังกล่าวจากการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม สภาแห่งนั้นย่อมสูญเสียความชอบธรรมทางศีลธรรม และไม่อาจถูกเรียกว่าเป็นสัปปายะสภา หรือสภาอันเป็นสถานที่แห่งการกระทำความดีได้อีกต่อไป
.
พร้อมกันนี้ เขายังยกถ้อยคำทางพุทธศาสนามาเปรียบเปรยว่า สภาที่คุ้มครองผู้กระทำผิดในคดีที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของผู้แทนราษฎร ย่อมมีสภาพไม่ต่างจากอสัปปุริสสภา หรือสภาที่ประกอบไปด้วยคนชั่ว พร้อมทิ้งท้ายด้วยข้อความที่สะท้อนมุมมองทางการเมืองอย่างชัดเจนว่า ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ หรือคนดี ที่นั้นย่อมไม่ใช่สภา
.
ความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางต่อมติของสภาผู้แทนราษฎรในคดีที่กำลังเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง โดยมีทั้งฝ่ายที่เห็นว่าการคุ้มครองเอกสิทธิ์ของสมาชิกสภาเป็นหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตย และฝ่ายที่มองว่าหลักการดังกล่าวไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือขัดขวางกระบวนการยุติธรรมในคดีอาญาที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้แทนประชาชน


