xs
xsm
sm
md
lg

“ศุภชัย” เบรก พ.ร.บ.อากาศสะอาด! แฉโครงสร้างซ้ำซ้อน-อำนาจเจ้าหน้าที่ล้นมือ หวั่นกระทบเศรษฐกิจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ศุภชัย” เบรก พ.ร.บ.อากาศสะอาด! แฉโครงสร้างซ้ำซ้อน-อำนาจเจ้าหน้าที่ล้นมือ หวั่นกระทบเศรษฐกิจ
“ศุภชัย” เบรก พ.ร.บ.อากาศสะอาด! แฉโครงสร้างซ้ำซ้อน-อำนาจเจ้าหน้าที่ล้นมือ หวั่นกระทบเศรษฐกิจ
.
วันที่ 1 เม.ย.2569 “ศุภชัย ใจสมุทร” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายในสภาฯ แสดงความกังวลต่อร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา โดยชี้ว่า แม้หลักการ “อากาศสะอาด” จะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่ควรเร่งผลักดันกฎหมายโดยขาดความรอบคอบ
.
ศุภชัย ระบุว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้มีหลายประเด็นที่น่าห่วง ตั้งแต่ความซ้ำซ้อนกับกฎหมายเดิม เช่น กฎหมายสิ่งแวดล้อม ผังเมือง และจราจร ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าจะใช้แทนหรือยกเลิกฉบับใด อาจทำให้เกิดความสับสนในการบังคับใช้
.
นอกจากนี้ ยังมีการตั้งคณะกรรมการหลายชุด ทั้งระดับนโยบาย วิชาการ และระดับจังหวัด ซึ่งอาจขัดต่อหลักการบริหารราชการแผ่นดิน และเสี่ยงต่อความซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น
.
อีกประเด็นสำคัญคือ การจัดตั้ง “สำนักงานอากาศสะอาด” ซึ่งอาจทับซ้อนกับหน่วยงานเดิมอย่างกรมควบคุมมลพิษ และกลายเป็นภาระงบประมาณเพิ่มเติมโดยไม่จำเป็น
.
ขณะเดียวกัน ร่างกฎหมายยังให้อำนาจเจ้าหน้าที่อย่างกว้างขวาง ทั้งการตรวจค้น ยึดอายัดทรัพย์ หรือสั่งหยุดกิจการ โดยไม่ต้องมีหมายศาล และประชาชนยังไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้ ซึ่งอาจเปิดช่องให้เกิดการใช้อำนาจโดยมิชอบ
.
ในด้านเศรษฐกิจ ศุภชัยเตือนว่า การจัดเก็บค่าธรรมเนียม รวมถึงระบบประกันความเสี่ยง อาจเพิ่มต้นทุนให้ภาคอุตสาหกรรมอย่างมหาศาล ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน กระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
.
นอกจากนี้ กลไกหลายส่วนในกฎหมายยังไม่ชัดเจน เป็นเพียงกรอบกว้างและเปิดให้หน่วยงานไปออกกฎย่อยภายหลัง ซึ่งอาจกระทบสิทธิของประชาชน
.
ส่วนแนวคิด “การซื้อขายสิทธิปล่อยมลพิษ” (Emission Trading) ศุภชัยมองว่า อาจไม่เหมาะกับบริบทของไทย หากระบบกำกับดูแลยังไม่เข้มแข็งเพียงพอ
.
รวมถึงบทลงโทษทางอาญาที่ค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะกรณีมลพิษข้ามพรมแดน ซึ่งในทางปฏิบัติพิสูจน์ได้ยาก และอาจขัดต่อหลักสากล
.
ศุภชัยย้ำว่า ปัญหาอากาศของไทย ไม่ได้อยู่ที่ “ไม่มีกฎหมาย” แต่เป็นเพราะ “การบังคับใช้ยังไม่จริงจัง” รวมถึงข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง เช่น ระบบขนส่งสาธารณะ และปัญหามลพิษข้ามพรมแดนที่ต้องอาศัยความร่วมมือระดับภูมิภาค
.
พร้อมทิ้งท้ายว่า
“เราไม่ได้ต้องการแค่กฎหมายอากาศสะอาด แต่ต้องการอากาศที่สะอาดอย่างยั่งยืน โดยไม่ทำลายเศรษฐกิจของประเทศ”