“พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต” โพสต์ชี้แจง ไม่ได้ดูแคลน ‘อนุทิน’ แต่ชี้ข้อเท็จจริงทางการเมือง "อนุทิน" เติบโตจากการโหนเครือข่ายอำนาจเดิม มากกว่าวิสัยทัศน์และนโยบายของตนเอง
นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองคณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก "พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต" เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2569 ว่า
อนุทินระบุว่า ผมพูดชี้นำด้อยค่าเขา
ต้องขอชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจให้ชัดเจนขึ้น
ผมไม่ได้ดูแคลน อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะปัจเจก
แต่เป็นการชี้ให้เห็น “ข้อเท็จจริงเชิงการเมือง” ว่า
ความสำเร็จของเขาไม่ได้ตั้งอยู่บนการสร้างอำนาจด้วยตนเอง
หากตั้งอยู่บนการโหนเครือข่ายอำนาจที่มีอยู่ก่อนแล้ว
หนึ่ง ฐานการเมืองและ ส.ส. ของพรรค
ไม่ได้เติบโตจากอุดมการณ์หรือการสร้างนโยบายใหม่ หากเติบโตจากการโหนเครือข่ายเนวิน ชิดชอบ และระบบบ้านใหญ่ที่มีอยู่เดิม พรรคจึงแข็งแรงในเชิงจำนวนที่นั่ง แต่เปราะบางในเชิงความชอบธรรมทางนโยบาย
สอง ความนิยมจากชนชั้นกลาง
ไม่ได้เกิดจากวิสัยทัศน์ของผู้นำพรรค หากเกิดจากการโหนภาพลักษณ์เทคโนแครตของศุภจี สุธรรมพันธุ์ เพื่อยืมความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจและการจัดการ มากกว่าการสื่อสารนโยบายของตนเอง
สาม กระแสรักชาติและความมั่นคง
ได้มาจากการโหนทหารและโหนชาตินิยม ใช้สัญลักษณ์ความมั่นคงและอำนาจรัฐแทนการเสนอคำตอบเชิงโครงสร้างต่อปัญหาประเทศ
เมื่อพิจารณาในภาพรวม
จะเห็นว่า แทบไม่มีพื้นที่ใดที่อนุทิน “ยืนด้วยขาของตนเอง” ทางการเมืองอย่างแท้จริง
.
ผลงานที่โดดเด่นที่สุด
ไม่ใช่นโยบาย ไม่ใช่การบริหารรัฐ
แต่คือ ดรามาบีบน้ำตา และการสื่อสารเชิงอารมณ์ ซึ่งทำได้ดีและสม่ำเสมอที่สุด
นโยบายที่เป็นของตนเองจริง ๆ
คือ กัญชาเสรี
ซึ่งกลับกลายเป็นนโยบายที่สร้างปัญหาการกำกับดูแล เปิดช่องผลประโยชน์
และไม่สามารถควบคุมผลกระทบทางสังคมได้อย่างเป็นระบบ
ในทางบริหารรัฐ
~ ล้มเหลวในการจัดการปัญหาทุจริต
~ ทำงานเชิงระบบไม่เป็น
~ รับมือภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วมหาดใหญ่ ไม่ได้
~ จัดการโควิด 19 ล้มเหลว
~ แค่ตัดไฟพวกสแกมเมอร์ฝั่งพม่า ตอนเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยก็ยังยึกยัก
และไม่ทิ้งผลงานใดที่สังคมจดจำได้เลย
ดังนั้น ข้อวิจารณ์นี้ ไม่ใช่การกล่าวหาเกินจริง
แต่คือการสรุปว่า
อนุทินเป็นนักการเมืองที่ “เก่งในการโหน”
แต่ไม่เคยพิสูจน์ให้เห็นว่า
เขาสามารถ สร้างอำนาจ สร้างนโยบาย และสร้างความเปลี่ยนแปลง
ด้วยตัวเองได้จริง


