xs
xsm
sm
md
lg

พฤกษา เดินหน้า "Accelerate Impact with PRUKSA" โครงการส่งเสริมธุรกิจเพื่อสังคมเติบโตยั่งยืน ร่วมสร้างสังคม “อยู่ดี มีสุข”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



โครงการ Accelerate Impact with PRUKSA สนับสนุน 5 ธุรกิจเพื่อสังคมให้เติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน พร้อมเดินหน้าร่วมกันสร้างการอยู่อาศัยของผู้คนให้ “อยู่ดี มีสุข” ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ด้วยการช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ และดูแลผู้สูงวัยให้มีจุดมุ่งหมายใหม่ในชีวิต


นายอุเทน โลหชิตพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า พฤกษามีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างการอยู่อาศัยของผู้คนให้ “อยู่ดี มีสุข” และร่วมสร้างสรรค์ชุมชนให้ยั่งยืน จึงเป็นที่มาของการจัดโครงการ Accelerate Impact with PRUKSA เพื่อสนับสนุนองค์กรที่มีโมเดลธุรกิจและเป้าหมายชัดเจนเพื่อสังคม ให้สามารถเติบโตด้วยตัวเอง และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม โดยพฤกษาได้มอบเงินทุน พัฒนาความรู้ ให้คำปรึกษา นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือในการพัฒนาธุรกิจ และเครือข่ายผู้ประกอบการให้ด้วย ซึ่งล้วนเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโต

   นายอุเทน โลหชิตพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
โครงการ Accelerate Impact with PRUKSA จัดขึ้นเป็นครั้งแรก มุ่งส่งเสริมใน 2 ประเด็น คือ การลดความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้ และดูแลผู้สูงวัยให้มีจุดมุ่งหมายใหม่ในชีวิต โดยมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการมากถึง 70 องค์กร ซึ่งองค์กรที่ผ่านการคัดเลือก คือ Happy Grocers แพลตฟอร์ม อีคอมเมิร์ซสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่เชื่อมเกษตรกรกับผู้บริโภคโดยตรง Buddy Homecare กิจการเพื่อสังคมที่ช่วยดูแลผู้สูงอายุ Local Alike สตาร์ทอัปด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน Vulcan Coalition กิจการเพื่อสังคมที่ยกระดับการจ้างงานคนพิการผ่านการขับเคลื่อนเทคโนโลยี AI และ findTEMP แพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงบริการระหว่างพนักงานพาร์ทไทม์และผู้ประกอบการ โดยทั้ง 5 องค์กรได้รับเงินสนับสนุนจากโครงการรวม 6 ล้านบาท

“หลายองค์กรมีอุปสรรคด้านเงินทุนและความรู้ที่จะพัฒนาธุรกิจ โครงการนี้ก็ได้ปลดล็อคปัญหาที่ติดขัด แม้เวลาการเข้าร่วมโครงการจะผ่านไปแค่ 4-5 เดือน แต่ทุกองค์กรก็ได้นำสิ่งที่พฤกษามอบให้ไปต่อยอดจนเกิดความสำเร็จ อย่างเช่น


Happy Grocers สามารถสร้างรายได้เติบโตเพิ่มมากขึ้น 20 เท่า จำนวนเกษตรกรกว่า 100 ครัวเรือนได้รับการส่งเสริม พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสิ่งแวดล้อมโดยเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้ถึง 860 ไร่

Buddy Homecare ช่วยให้เยาวชนที่ต้องการโอกาส ได้รับทุนการศึกษาและมีงานทำ 26 คน และผู้สูงอายุยากไร้ ได้รับการดูแลสุขภาพ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 78%

Local Alike ชุมชนท้องถิ่นกว่า 40 ชุมชนได้รับการสนับสนุน ประชาสัมพันธ์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว พร้อมสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นในไตรมาสแรกปีนี้แล้วกว่า 350,000 บาท

Vulcan Coalition คาดการณ์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในปี 2566 จะทำให้ผู้พิการได้งานทำ 100 คน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่คาดไว้ถึง 12,000,000 บาท

findTEMP สร้างโอกาสให้พนักงานพาร์ทไทม์ได้ทำงานมากขึ้นถึง 2 เท่า จากหลักสูตรอบรมและการสอบเป็นผู้สัมผัสอาหาร และสามารถสร้างรายได้มากกว่า 480,000 บาท พร้อมเพิ่มผู้ประกอบการได้ถึง 6 บริษัท

เราดีใจที่ทำให้องค์กรเหล่านี้ก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง เพื่อส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับสังคมต่อไป” นายอุเทน กล่าว

นายเจนวิทย์ วิโสจสงคราม ผู้ร่วมก่อตั้ง Buddy Homecare กล่าวว่า “ปกติงานธุรกิจเพื่อสังคม ผู้ร่วมก่อตั้งต้องลุยทำกันเอง ถ้างบประมาณไม่มีก็เป็นข้อจำกัดที่จะสร้างอิมแพ็คให้กับสังคม เราจึงดีใจที่เห็นธุรกิจขนาดใหญ่อย่างพฤกษาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ตอนแรกเข้าใจว่าจะสนับสนุนแค่งบประมาณ แต่เมื่อได้พูดคุยก็ทราบว่าพฤกษาตั้งใจที่จะมาแก้ปัญหาสังคมจากรากของปัญหาจริง ๆ ต้องการสนับสนุนธุรกิจเพื่อสังคมให้พัฒนาศักยภาพได้อย่างแท้จริง ดีใจที่มีพี่เลี้ยงซึ่งเป็นธุรกิจขนาดใหญ่เดินไปกับเรา ให้วิธีการ ให้แนวคิด รับฟัง ช่วยกันปรับโมเดลธุรกิจ เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นมิติใหม่และสำคัญมาก”

นายธนวัฒน์ เทียนทองนุกูล ผู้ร่วมก่อตั้ง findTEMP บอกถึงความรู้สึกที่มีต่อโครงการว่า “ดีใจที่พฤกษาเห็นความสำคัญของธุรกิจเพื่อสังคม และมาช่วยกันสร้างอิมแพ็คให้มากขึ้น ทำให้นักเรียนนักศึกษาที่ขาดทุนทรัพย์ได้ทำงาน ขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้ประกอบการได้พนักงานที่มีความพร้อมที่จะทำงาน การเข้าร่วมโครงการนี้ทำให้เราแน่วแน่กับเป้าหมายมากขึ้น โครงการให้ความรู้ และติดตามผลว่าเรานำความรู้ไปพัฒนาตัวเองอย่างไรบ้าง ทำแล้วประสบความสำเร็จหรือเปล่า มีฟีดแบ็กให้ด้วย เราได้เห็นตัวเองชัดขึ้น จากเดิมคิดว่าสิ่งที่จะทำต้องใช้เวลา 1 ปี แต่โครงการนี้ทำให้เราสำเร็จเกินเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ในเวลาเพียง 3-4 เดือน”

นางสาวเมธาวี ทัศนาเสถียรกิจ ผู้ร่วมก่อตั้ง Vulcan Coalition กล่าวถึงโอกาสที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการว่า “พอทราบข่าวว่าได้รับคัดเลือก รู้สึกว่านี่คือโอกาสที่ดีมาก เพราะเรากำลังจะมีบริการใหม่ที่จะให้คนพิการมาทำงานช่วยผู้ประกอบการตอบคำถามควบคู่กับ AI การได้เข้าร่วมโครงการนี้จึงทำให้เรามีโค้ช ทำให้ได้มุมมองทางธุรกิจที่ดีมาก ตอนแรกยังไม่ชัดเจนว่าลูกค้าเราคือกลุ่มไหน แต่พฤกษาทำให้เราชัดเจนขึ้น รู้ว่ากลุ่มลูกค้าคือใคร มีความต้องการอย่างไร เราแตกต่างจากตลาดอย่างไร และเรายังได้เงินทุนมาทำเรื่องที่ตั้งใจไว้ คือ หลักสูตรอบรมคนพิการ และแพลตฟอร์มการทำงานสำหรับคนพิการ ซึ่งจะทำให้คนพิการมีชีวิตที่ดีขึ้น”

นางสาวอรธีรา รัตนทายะ Chief Financial Officer Local Alike เล่าถึงความประทับใจว่า “ตอนที่ขอทุนเข้ามา เราต้องการต่อยอดธุรกิจด้วยการทำเว็บไซต์ใหม่ เพื่อเปิดตลาดบริการใหม่ของเรา ซึ่งโครงการไม่ได้ให้แค่เงิน แต่ให้การสนับสนุน ให้คำแนะนำ มีส่งทีมงานจากหลายแผนกมาช่วยทำด้วย เราไม่มีความรู้เรื่องเทคโนโลยี และดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งในเชิงลึก พฤกษาก็มีทีมอีคอมเมิร์ซมาให้คำปรึกษา ซึ่งถ้าต้องทำเองต้องใช้เวลามากกว่านี้ และทีมงานยังลงพื้นที่ไปทริปกับเราด้วย เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงบริการของเราให้ดีขึ้น รู้สึกประทับใจมาก”


ทางด้าน นางสาวสุธาสินี สุดประเสริฐ ผู้ร่วมก่อตั้ง Happy Grocers กล่าวว่า “ดีใจมากที่ Happy Grocers ได้รับคัดเลือกจากพฤกษาให้เป็น 1 ใน 5 ทีมสุดท้ายของโครงการ Accelerate Impact with PRUKSA เราเป็นสตาร์ทอัปใหม่ การได้พาร์ตเนอร์ที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก และมี Resource สนับสนุนทั้งเงินทุน ความรู้ เครื่องมือ และเครือข่าย ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้เรียนรู้ และได้รับคำแนะนำจากทีมงานมืออาชีพ”

“พฤกษา เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสำเร็จ ในการสร้างคุณค่าเพื่อสังคมได้มากขึ้น สำหรับพฤกษาเอง มีแผนที่จะจัดโครงการต่อเนื่องในปีนี้ นักธุรกิจเพื่อสังคมที่อยากร่วมโครงการในรุ่นที่ 2 ขอให้รอติดตามโครงการที่จะจัดขึ้น ซึ่งจะมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้ง” นายอุเทนกล่าวทิ้งท้าย