xs
xsm
sm
md
lg

ธรรมศาสตร์ รับรางวัลมหาวิทยาลัยยั่งยืนนานาชาติ เป็นครั้งแรกของประเทศไทย (จากการลดขยะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง)

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รางวัล Cultural Change for Sustainability ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้รับเมื่อคืนวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นรางวัลแบบ virtual โดยตัวรางวัลจริง ISCN จะได้ดำเนินการส่งมาให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต่อไป
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับเลือกจาก International Sustainable Campus Network (ISCN) หรือเครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนนานาชาติ ให้เป็น 1 ใน 4 มหาวิทยาลัยที่ชนะเลิศรางวัลด้านความยั่งยืนประจำปี 2020 ด้าน “Cultural Change for Sustainability” หรือ “การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการดำเนินชีวิตเพื่อความยั่งยืน” จากการดำเนินการอย่างจริงจังในการลดขยะพลาสติกครั้งเดียวทิ้ง (No More Single-Use Plastics)


เมื่อวานนี้ (14 พฤษภาคม 2563) เวลาประมาณ 21.00 น. (เวลาประเทศไทย) ได้มีพิธีมอบรางวัลทางออนไลน์ นับเป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยจากประเทศไทยได้รับรางวัลจาก ISCN โดยอีก 3 มหาวิทยาลัยที่ได้รับรางวัลคือ มหาวิทยาลัย McGill ประเทศแคนาดา มหาวิทยาลัย KTH ประเทศสวีเดน และมหาวิทยาลัย LUT ประเทศฟินแลนด์


ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า รางวัลที่ได้รับ ด้าน “Cultural Change for Sustainability” หรือ “การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการดำเนินชีวิตเพื่อความยั่งยืน” เกิดจากการดำเนินการอย่างจริงจังในการลดขยะพลาสติกครั้งเดียวทิ้ง (No More Single-Use Plastics) ซึ่งเป็นรางวัลที่มีการแข่งขันสูงที่สุดในปีนี้


ธรรมศาสตร์ได้นำเสนอเรื่องการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมวิถีชีวิตในการเลิกใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2548 หรือเมื่อ 15 ปีที่แล้ว โดยเริ่มรณรงค์ให้นักศึกษาลดการใช้ถุงพลาสติก และเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่แจกถุงผ้าให้นักศึกษาปี 1 ซึ่งนำมาสู่การยกเลิกการให้ถุงพลาสติกฟรีในร้านสะดวกซื้อกว่า 10 สาขาในมหาวิทยาลัย โดยเปลี่ยนเป็นการขายในปี 2558 (ราคา 1 บาทต่อถุง) และต่อมาก็เลิกใช้ถุงพลาสติกในปี 2561


“หลักและวิธีการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่ใช่แค่รณรงค์แบบมีแค่โปสเตอร์ หรือสโลแกน แล้วก็ไม่ใช่การเริ่มต้นด้วยการบังคับ หรือออกกฎมหาวิทยาลัย แต่คือการสร้างเงื่อนไขที่นำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรม การมีส่วนร่วม การสร้างแรงบันดาลใจ และการเปลี่ยนแปลงโดยเริ่มต้นที่ตนเอง ซึ่งก็คือ cultural change นั่นเอง”

หลักและวิธีการเช่นนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ใช้ในการยกเลิกที่พลาสติกหุ้มฝาขวด หรือแค็ปซีล (เมื่อปี 2560) ซึ่งนำไปสู่การยกเลิกทั้งประเทศในเวลาต่อมา การยกเลิกแก้วพลาสติก และหลอดพลาสติกในโรงอาหาร (ปี 2561) และร้านกาแฟ (ปี 2562) และลดการใช้ช้อนส้อมพลาสติก และลดขวดน้ำดื่มพลาสติกอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงพลาสติกครั้งเดียวทิ้งอื่นๆ จนนำไปสู่การประชุมและการจัดงานแบบ Zero Waste ซึ่งการประชุมสภามหาวิทยาลัย และการประชุมคณะกรรมการต่างๆ ของมหาวิทยาลัย โดยการใช้เหยือกน้ำ แก้วแบบล้าง ช้อนแบบล้าง โดยไม่มีพลาสติกครั้งเดียวทิ้งเลยมาตั้งแต่ปี 2560 รวมถึงการเปิดร้านเติมเต็ม หรือ Refill Station ที่ผู้ซื้อต้องนำภาชนะมาเอง (ปี 2562) เพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตแบบไม่ใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้ง โดยเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทยที่มีร้านแบบนี้

ปริญญา เทวานฤมิตรกุล กำลังพูดคุยระหว่างพิธีมอบรางวัลทางออนไลน์



โครงการปิ่นโต-ลดถุงพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง 100%


สำหรับโครงการล่าสุดในปีนี้ คือ "โครงการปิ่นโต" รณรงค์และทำปิ่นโตให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ในมหาวิทยาลัยใช้ในการซื้ออาหาร เพื่อลดถุงแกงและกล่องพลาสติกใส่อาหาร ซึ่งดำเนินการอย่างได้ผล และได้นำมาใช้ที่โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ด้วย


ปริญญา เล่าถึงการดำเนินการลดขยะแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ว่า ได้นำมาใช้ที่โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ ที่เริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยการเลิกการใช้ช้อนส้อมพลาสติก และตะเกียบที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยเปลี่ยนมาใช้ช้อนส้อมและตะเกียบแบบล้าง และใช้ปิ่นโตส่งอาหาร ทั้งยังมีการติดตั้งตู้เติมน้ำดื่มเพื่อลดการใช้ขวดพลาสติกด้วย


ที่สำคัญ โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ได้เปลี่ยนมาใช้ชุด PPE และถุงหุ้มรองเท้าแบบใช้ซ้ำภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์ที่ไม่ลดลง เพื่อลดขยะติดเชื้อซึ่งเป็นขยะที่มีมากที่สุด


“ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อเรา แต่เพื่อลูกหลาน และเพื่ออนาคตของมนุษยชาติ เราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ และเราต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง ซึ่งภายในปีนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีเป้าหมายยกเลิกใช้ถุงพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง 100 %” ปริญญา กล่าวในท้ายที่สุด

แพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ ใส่ชุด PPE แบบใช้ซ้ำ ถุงหุ้มรองเท้าแบบใช้ซ้ำ รวมถึงโครงการปิ่นโต เพื่อให้เจ้าหน้าที่ภายในมหาวิทยาลัยลดการใช้ถุงแกงซื้ออาหาร มาแสดงในระหว่างการนำเสนอด้วย


ตลาดซันพลาซาเริ่มแล้ว! ลด Single-use Plastic  “สิงห์ เอสเตท”ร่วมโครงการ“วิภาวดี ไม่มีขยะ”
ตลาดซันพลาซาเริ่มแล้ว! ลด Single-use Plastic “สิงห์ เอสเตท”ร่วมโครงการ“วิภาวดี ไม่มีขยะ”
สิงห์ เอสเตท และ แม็กซ์ ฟิวเจอร์ในฐานะผู้บริหารอาคารซันทาวเวอร์สและตลาดซันพลาซา ผนึกภาครัฐเขตจตุจักร และพันธมิตรบริษัทผู้เช่าอาคารซันทาวเวอร์ส และบริษัทใกล้เคียงในย่านวิภาวดี รวมกว่า 20 บริษัท พร้อมด้วยพ่อค้าแม่ค้าใน “ตลาดซันพลาซา” ร่วมเป็นภาคีรณรงค์ลดปัญหาขยะ และส่งเสริมโครงการวิภาวดีไม่มีขยะภายใต้แคมเปญ Let’s Go Green, Save The Earth ประกาศเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ทดแทนพลาสติก เริ่มจากลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastic Bag) ในบริเวณศูนย์อาหารและตลาดซันพลาซา โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นลูกค้าในตลาดซันพลาซาและประชาชนโดยรอบกว่า 10,000 คน หวังก้าวสู่การเป็นชุมชนปลอดขยะพลาสติกภายในปี 2565
กำลังโหลดความคิดเห็น...