xs
xsm
sm
md
lg

กินรสจัด ทำให้หน้าแก่ไว! เรื่องจริงที่สายแซ่บต้องรู้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หลายคนคงเคยได้ยินคำเตือนที่ว่า “กินรสจัด ทำให้หน้าแก่ไว” แล้วสงสัยไหมครับว่าเรื่องนี้เป็นเพียงกุศโลบายเตือนใจ หรือมีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันจริงๆ?

คำตอบจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ชี้ไปในทางเดียวกันว่า “เป็นเรื่องจริง” เพราะรสชาติที่จัดจ้าน ทั้งหวานจัด เค็มจัด หรือเผ็ดจัด ล้วนมีกลไกเข้าไปทำลายโครงสร้างผิวในระดับเซลล์โดยที่คุณไม่รู้ตัว เราพาไปเจาะลึกกันว่า อาหารรสจัดแต่ละประเภทแอบส่งผลเสียต่อผิวพรรณของเราอย่างไรบ้าง

1. รสหวานจัด: วายร้ายทำลายคอลลาเจน (Glycation)

เมื่อเราทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง น้ำตาลส่วนเกินในกระแสเลือดจะไม่เพียงแต่แปลงเป็นไขมันสะสม แต่จะไปจับตัวกับโปรตีนในร่างกาย โดยเฉพาะ “คอลลาเจน” และ “อีลาสติน” ที่อยู่ใต้ชั้นผิว เกิดเป็นสารที่เรียกว่า AGEs (Advanced Glycation End Products)

สาร AGEs จะเข้าไปเปลี่ยนเส้นใยคอลลาเจนที่เคยนุ่มเด้งให้กลายเป็นเส้นใยที่ แข็ง กรอบ และขาดความยืดหยุ่น เหมือนกิ่งไม้แห้ง ทำให้ผิวสูญเสียความตึงกระชับ เกิดริ้วรอยลึก และหย่อนคล้อยก่อนวัยอันควร

งานวิจัยโดย Dr. F. William Danby ที่ตีพิมพ์ใน Clinics in Dermatology ระบุชัดเจนว่า กระบวนการ Glycation เป็นปัจจัยหลักจากภายนอกที่เร่งให้ผิวหนังแก่ชราลงอย่างรวดเร็ว

2. รสเค็มจัด: ดึงน้ำออกจากเซลล์ ผิวแห้งเหี่ยวบวมน้ำ

โซเดียมปริมาณมหาศาลจากส้มตำ น้ำซุป โซยู หรืออาหารหมักดอง ส่งผลกระทบต่อสมดุลน้ำในร่างกายโดยตรง เมื่อโซเดียมในเลือดสูงขึ้น ร่างกายจะดึงน้ำออกจากเซลล์เพื่อมาเจือจางโซเดียม

เซลล์ผิวที่ถูกดึงน้ำออกไปจะตกอยู่ในภาวะขาดน้ำ ส่งผลให้ผิวดูแห้งกร้าน ลอกเป็นโบก และเกิดริ้วรอยเล็กๆ ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ร่างกายยังพยายามกักเก็บน้ำไว้ใต้ชั้นผิวเพื่อไม่ให้ขาดน้ำ จนเกิดอาการ “หน้าบวม ถุงใต้ตาบวม” ในช่วงเช้าอีกด้วย

การศึกษาใน Pflügers Archiv - European Journal of Physiology พบว่า สภาพแวดล้อมที่มีโซเดียมสูงกระตุ้นภาวะความเค้นออสโมติก (Osmotic Stress) ซึ่งลดความตึงแน่นของเซลล์ผิวและกระตุ้นการอักเสบระดับเซลล์

3. รสเผ็ดจัด: เร่งการอักเสบ หลอดเลือดขยายตัว

แม้ว่าสารแคปไซซิน (Capsaicin) ในพริกจะมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการเผาผลาญ แต่สำหรับผิวพรรณแล้ว การรับประทานเผ็ดจัดเกินไปกลับส่งผลตรงกันข้าม

สารแคปไซซินจะไปจับกับตัวรับความรู้สึก ส่งผลให้เส้นเลือดฝอยบนใบหน้าขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้หน้าแดง ร้อนวูบวาบ และกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานหนักขึ้น เหงื่อและน้ำมันออกมาปนกันจนเกิดการอุดตันและกลายเป็นสิวอักเสบ ยิ่งไปกว่านั้น ในผู้ที่มีแนวโน้มเป็น โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ความเผ็ดจัดคือตัวการสำคัญที่ทำให้โรคกำเริบและผิวเสื่อมสภาพไวขึ้น

สมาคมโรคผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD) ระบุว่า อาหารเผ็ดจัดเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นภายนอก ที่ส่งผลให้หลอดเลือดใต้ชั้นผิวอักเสบและขยายตัวเรื้อรัง

ปรับพฤติกรรมอย่างไร ให้ผิวปัง แต่ยังเอ็นจอยการกิน?

การดูแลผิวไม่จำเป็นต้องหมายถึงการกินอาหารรสจืดชืดไปตลอดชีวิต แต่คือการ “เว้นระยะและปรับสมดุล” ดังนี้

ปรับลดระดับความจัดจ้าน: สั่งอาหารโดยระบุ “หวานน้อย” หรือ “เค็มน้อย” เพื่อลดปริมาณน้ำตาลและโซเดียมสะสม

ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ: เมื่อไหร่ที่เผลอกินรสจัด ให้ดื่มน้ำเปล่าตามมากๆ เพื่อช่วยไตขับโซเดียมส่วนเกินและคืนความชุ่มชื้นให้เซลล์ผิว

เติมสารต้านอนุมูลอิสระ: ทานผักและผลไม้สดเพิ่มขึ้น เพื่อให้วิตามิน C, E และสารพฤกษเคมีเข้าไปช่วยจัดการกับสาร AGEs และลดการอักเสบของผิว

อาหารรสจัดไม่ได้เพียงแต่ส่งผลต่อสุขภาพภายในอย่างโรคไตหรือความดันเท่านั้น แต่ยังสะท้อนออกมาทางผิวพรรณบนใบหน้าอย่างชัดเจน การลดหวาน เค็ม และเผ็ดลงสักนิด คือก้าวสำคัญที่จะช่วยสโลว์อายุผิว ให้หน้าดูเด็กและสดใสไปอีกนาน