การผ่าหรือถอนฟันคุดอาจจะเป็นฝันร้ายของใครหลายคน แต่บอกเลยว่าถ้าผ่านขั้นตอนที่เตียงทำฟันมาได้แล้ว เรื่องหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรน่ากลัว สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลตัวเองหลังจากนี้ เพื่อให้แผลหายไวที่สุดและป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อ วันนี้เรารวม 7 ข้อปฏิบัติง่าย ๆ ที่คนผ่าฟันคุดต้องรู้มาฝากกัน
1. กัดผ้าก๊อซให้แน่น ห้ามกลืนเลือดและน้ำลาย
หลังผ่าเสร็จคุณหมอจะให้กัดผ้าก๊อซไว้ แนะนำให้กัดแน่น ๆ ไว้อย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้เลือดหยุดไหล ที่สำคัญคือห้ามบ้วนน้ำลายหรือเลือดทิ้งเด็ดขาด เพราะแรงปั๊มจากการบ้วนจะทำให้ลิ่มเลือดที่กำลังแข็งตัวเพื่อปิดปากแผลหลุดออก กลายเป็นว่าเลือดจะไหลไม่หยุด ให้กลืนลงไปเลย
2. ประคบเย็นใน 48 ชั่วโมงแรก
อาการแก้มบวมฉุเป็นเรื่องปกติมากหลังจากผ่าฟันคุด ให้ใช้เจลเย็นหรือน้ำแข็งห่อผ้าประคบข้างแก้มฝั่งที่ผ่าบ่อย ๆ ในช่วง 2 วันแรก ความเย็นจะช่วยลดอาการบวมและบรรเทาความปวดได้ดีมาก หลังจากผ่าน 2 วันไปแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นประคบอุ่นเพื่อลดรอยเขียวช้ำ
3. กินยาให้ครบ โดยเฉพาะยาฆ่าเชื้อ
คุณหมอจะจ่ายยาแก้ปวดและยาฆ่าเชื้อมาให้ ยาแก้ปวดสามารถกินได้ทุก 4-6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ แต่ยาฆ่าเชื้อ (ยาปฏิชีวนะ) ต้องกินให้ครบตามที่หมอสั่งจนหมดหลอด ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาดเพื่อป้องกันการดื้อยาและแผลติดเชื้อ
4. เลี่ยงของร้อน ของเผ็ด และห้ามใช้หลอดดูดน้ำ
ช่วง 2-3 วันแรก แนะนำให้กินอาหารอ่อน ๆ ที่ไม่ต้องเคี้ยวเยอะ เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม หรือซุปกล้วย ที่สำคัญคือต้องรอให้อาหารเย็นลงก่อน ห้ามกินของร้อนหรือเผ็ดจัด และห้ามใช้หลอดดูดน้ำ เพราะแรงดูดจะทำให้ลิ่มเลือดที่แผลหลุดเหมือนกับการบ้วนน้ำลาย
5. แปรงฟันได้ตามปกติ แต่ให้เว้นตรงแผลไว้
หลายคนกลัวจนไม่กล้าแปรงฟัน ซึ่งจริง ๆ แล้วเรายังต้องรักษาความสะอาดในช่องปากอยู่เช่นเดิม สามารถแปรงฟันและบ้วนปากเบา ๆ ได้ตามปกติ แค่ระวังอย่าให้ขนแปรงไปกระแทกโดนแผลฝั่งที่เพิ่งผ่ามาก็พอ
6. งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
สายปาร์ตี้หรือสิงห์อมควันต้องอดใจไว้ก่อนอย่างน้อย 3-5 วัน เพราะสารในบุหรี่และแอลกอฮอล์จะเข้าไปกระตุ้นให้เลือดไหลเพิ่มขึ้น แถมยังทำให้แผลหายช้าลงกว่าเดิมหลายเท่า เสี่ยงต่อการเกิดอาการ “เบ้าฟันอักเสบ” หรือ “เบ้าฟันแห้ง” (Dry Socket) ที่ปวดทรมานมาก ๆ
7. อย่าเอาลิ้นหรือนิ้วไปเขี่ยแผล
เข้าใจว่ามันจะรู้สึกหนึบ ๆ หรือเคือง ๆ ตรงไหมที่หมอเย็บไว้ แต่ขอร้องว่าห้ามเอาลิ้นไปดุน หรือเอานิ้วไปแกะเกาแผลเด็ดขาด เพราะมือเรามีเชื้อโรคเพียบ และการไปยุ่งกับแผลบ่อย ๆ อาจทำให้ไหมหลุดก่อนเวลาอันควรจนแผลเปิดได้
ถ้าทำตาม 7 ข้อนี้รับรองว่าอาการบวมปวดจะค่อย ๆ ดีขึ้นใน 3-7 วัน แต่ถ้าผ่านไปหลายวันแล้วยังมีอาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หน้าบวมเป่ง หรือมีไข้สูง แนะนำให้รีบกลับไปพบคุณหมอทันทีไม่ต้องรอให้ถึงวันนัดตัดไหม


