xs
xsm
sm
md
lg

อร่อยปาก ลำบากไต! แบไต๋ ‘ขนมกรุบกรอบ’ เคี้ยวเพลิน แต่ระวังไปจบที่เตียงฟอกไต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สารภาพมาซะดีๆ ใครบ้างที่ทำงานเหนื่อยๆ หรือดูซีรีส์เพลินๆ ต้องมี “ขนมกรุบกรอบ” วางข้างกาย? เคี้ยวเพลิน กรอบสนั่น รสชาติเข้มข้นสะใจ แต่นี่แหละคือ “ความอร่อยที่อันตราย” เพราะน้องไตของเรากำลังร้องขอชีวิตอยู่!

มาดูกันว่าทำไมขนมถุงถึงเป็นโจทย์ตัวฉกาจของร่างกายเรา


1. โซเดียมเลิฟเวอร์ (ที่ไตไม่เลิฟด้วย)

ในขนมถุงไม่ได้มีแค่เกลือนะ แต่มันมาพร้อม ผงชูรส แบบจัดเต็ม!

ความจริงที่น่ากลัว: โซเดียมที่สูงปรี๊ดจะไปดึงน้ำเข้ากระแสเลือด ทำให้ความดันพุ่งปรี๊ดดด!

ผลกระทบ: พอความดันสูง เส้นเลือดฝอยในไตที่บอบบางก็รับแรงกระแทกไม่ไหว พังเอาง่ายๆ เหมือนท่อน้ำที่โดนอัดแรงดันสูงเกินไปนั่นแหละ


2. ฟอสฟอรัสแฝง... ตัวร้ายที่ไม่มีใครพูดถึง

เคยสงสัยไหมว่าทำไมขนมถึงกรอบนาน สีสวย? เพราะเขามีสารเติมแต่ง (Food Additives)

ไตมีหน้าที่ขับฟอสฟอรัสส่วนเกินออก แต่ฟอสฟอรัสในขนมแปรรูป ร่างกายดูดซึมได้เกือบ 100%! และถ้าไตขับไม่ทัน เลือดจะหนืด แคลเซียมในกระดูกจะหลุดออกมา ทำให้กระดูกพรุนและเส้นเลือดแข็งตัว ไตก็ยิ่งทำงานหนักเข้าไปใหญ่


3. พลังงานล้น ไขมันเลวฉ่ำ!

ขนมส่วนใหญ่ผ่านการทอดซ้ำๆ หรือมีไขมันอิ่มตัวสูง นอกจากจะทำให้อ้วน (ซึ่งเป็นทางผ่านไปสู่โรคเบาหวาน) แล้ว ไขมันพวกนี้ยังทำให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกาย รวมถึงหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไตด้วย ถ้าเลือดไปเลี้ยงไตไม่สะดวก ไตก็เสื่อมสภาพไวขึ้น


How to กินยังไงให้ไตยังรัก?

ไม่ได้บอกว่าห้ามกินถาวร เพราะมันทำยาก เข้าใจได้! แต่ลองปรับตามนี้ดู

มองหาตรา “ทางเลือกสุขภาพ”: ช่วยสกรีนโซเดียมให้เราในระดับหนึ่ง

หารสองกับเพื่อน: อย่ากินคนเดียวหมดห่อ แบ่งความอร่อย (และโซเดียม) ให้เพื่อนบ้าง

จิบน้ำตามเยอะๆ: ช่วยเจือจางโซเดียมในเลือดและช่วยไตขับของเสีย

สลับมาเคี้ยวของจริง: ลองเปลี่ยนเป็นถั่วอบ (แบบไม่ใส่เกลือ), ผลไม้สด หรือธัญพืชกรุบกรับแทนบ้าง ไตจะได้มีวันหยุดพักร้อนบ้าง

ถ้ารักตัวเอง อย่าปล่อยให้ “ความกรอบ” มาบดบัง “ความแข็งแรง” ของไตอีกต่อไป