ในอดีต “มะเร็งลำไส้” มักถูกมองว่าเป็นโรคของผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ไม่ดูแลสุขภาพ แต่สถิติล่าสุดจากปี 2026 ยืนยันข้อเท็จจริงที่น่าตกใจว่า อัตราผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปี พุ่งสูงขึ้นถึง 50% ตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1990 และปัจจุบันได้กลายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากมะเร็งอันดับต้นๆ ในหลายประเทศ
บทเรียนราคาแพงจากนักแสดงดัง
การเสียชีวิตของ “เจมส์ แวน เดอร์ บีค” (James Van Der Beek) นักแสดงวัย 48 ปีจากซีรีส์ Dawson's Creek เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เป็นเครื่องเตือนใจชั้นดี เขาเคยเปิดเผยว่าตนเองมีสุขภาพหัวใจที่แข็งแรงมากและพยายามเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์เสมอ ในตอนแรกเขาคิดว่าอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นเป็นเพียงผลกระทบจาก “กาแฟ” หรือ “ครีม” แต่เมื่อลองปรับการกินแล้วไม่ดีขึ้น การส่องกล้องจึงเผยให้เห็นความจริงที่น่ากลัวว่าเขาเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 3
6 สัญญาณเตือนที่ “คนอายุน้อย” มักมองข้าม
ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมลำไส้ใหญ่ระบุว่า ปัญหาหลักคือคนรุ่นใหม่มักคิดว่าอาการเหล่านี้เป็นเรื่องเล็กน้อย เช่น ท้องอืดธรรมดาหรือริดสีดวงทวาร จนทำให้การวินิจฉัยล่าช้าออกไป นี่คือ 6 อาการสำคัญที่คุณต้องเฝ้าระวัง
พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนไป: เช่น เข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น หรืออุจจาระมีลักษณะเหลวผิดปกติอย่างต่อเนื่อง
เลือดปนอุจจาระ: หากพบเลือด (โดยเฉพาะที่มีสีแดงเข้มหรือดำจนดูเหมือนน้ำมันดิน) และคุณไม่ได้เป็นริดสีดวงทวาร นี่คือสัญญาณอันตรายอันดับต้นๆ
อาการปวดท้อง: มีอาการปวดเกร็ง หรือไม่สบายท้องเรื้อรังโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน รวมถึงอาการท้องอืดที่เกิดขึ้นบ่อยผิดปกติ
น้ำหนักลดแบบไร้สาเหตุ: หากน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วทั้งที่ไม่ได้ไดเอทหรือออกกำลังกายหนักขึ้น
พบก้อนเนื้อผิดปกติ: การคลำพบก้อนเนื้อบริเวณหน้าท้องหรือทวารหนัก
เหนื่อยล้าอย่างรุนแรง: รู้สึกอ่อนเพลียและไม่มีแรงตลอดเวลา แม้จะพักผ่อนเพียงพอแล้วก็ตาม
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: “รู้เร็ว มีสิทธิ์รอด”
ศัลยแพทย์จาก Yale Medicine และสถาบันมะเร็งชั้นนำย้ำเตือนว่า “อายุไม่ใช่เกราะป้องกันมะเร็งลำไส้อีกต่อไป” ไม่ว่าคุณจะอายุ 20 หรือ 30 ปี หากพบความผิดปกติเพียงเล็กน้อย เช่น รู้สึกอิ่มเร็วเกินไป หรือมีเลือดออกทางทวารหนักแม้เพียงนิดเดียว อย่าชะล่าใจ หากมีอาการเปลี่ยนไปและไม่หายไปเองภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ การตัดสินใจไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดอาจเป็นการตัดสินใจที่ช่วยชีวิตคุณไว้ได้


