xs
xsm
sm
md
lg

เช็กสัญญาณอันตราย ‘มะเร็งถุงน้ำดี’ และวิธีป้องกัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ถุงน้ำดีคืออวัยวะเล็ก ๆ รูปทรงคล้ายลูกแพร์ที่อยู่ใต้ตับ มีหน้าที่เก็บน้ำดีที่สร้างจากตับเพื่อเอาไว้ช่วยย่อยไขมันในอาหาร มะเร็งชนิดนี้เกิดจากการที่เซลล์ในถุงน้ำดีเกิดความผิดปกติและแบ่งตัวเร็วเกินไปจนกลายเป็นก้อนเนื้อครับ

สาเหตุและกลุ่มเสี่ยง ใครบ้างที่ต้องระวัง?

แม้ทางการแพทย์จะยังระบุสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้ 100% แต่จากสถิติพบว่าปัจจัยเหล่านี้คือ “ตัวกระตุ้น” สำคัญอันดับต้น ๆ

1. โรคนิ่วในถุงน้ำดี นี่คือสาเหตุอันดับต้น ๆ เลยครับ เพราะนิ่วจะไประคายเคืองผนังถุงน้ำดีเรื้อรัง จนเซลล์อาจเปลี่ยนไปเป็นมะเร็งได้

2. ภาวะถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง: การอักเสบซ้ำ ๆ เป็นเวลานานเพิ่มความเสี่ยงได้

3. อายุและเพศ: มักพบในผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

4. น้ำหนักตัวเกิน: ความอ้วนสัมพันธ์กับการเกิดนิ่วและอาการอักเสบ


เช็กสัญญาณเตือนที่ห้ามมองข้าม

ความน่ากลัวของโรคนี้คือ “ระยะแรกมักไม่มีอาการ” แต่ถ้าเริ่มมีสัญญาณเหล่านี้ ควรไปพบคุณหมอเพื่อเช็กให้ชัวร์

1. ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน): เกิดจากก้อนเนื้อไปอุดตันทางเดินน้ำดี ทำให้น้ำดีไหลลงลำไส้ไม่ได้

2. ปวดท้อง: มักปวดบริเวณช่องท้องด้านขวาบน (ใต้ชายโครงขวา) หรือปวดเสียดท้องรุนแรง

3. คลำเจอก้อน: บริเวณใต้ชายโครงขวาด้านหน้า

นอกจากนี้ยังอาจจะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ทั้งเบื่ออาหาร น้ำหนักลดผิดปกติ คลื่นไส้อาเจียน หรือคันตามผิวหนังโดยไม่ทราบสาเหตุ


วิธีการป้องกัน ลดความเสี่ยงก่อนสาย

เราอาจจะห้ามไม่ให้เกิดมะเร็งได้ 100% แต่เรา “ลดโอกาส” ได้ด้วยวิธีเหล่านี้

1. คุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ออกกำลังกายสม่ำเสมอและเลี่ยงอาหารมันจัด

2. เลือกทานอาหารที่ดี เน้นผัก ผลไม้ และธัญพืชที่มีกากใยสูง เพราะช่วยให้ระบบน้ำดีทำงานได้ดีขึ้น

3. ตรวจสุขภาพประจำปี การอัลตราซาวด์ช่องท้องเป็นระยะจะช่วยให้เจอนิ่วหรือความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

4. ถ้านิ่วมีปัญหา ต้องรีบรักษา หากตรวจเจอนิ่วในถุงน้ำดีและมีอาการอักเสบ การปรึกษาหมอเพื่อผ่าตัดถุงน้ำดีออก จะช่วยตัดไฟแต่ต้นลมได้


มะเร็งถุงน้ำดีไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าเรารู้จักสังเกตความผิดปกติของร่างกาย โดยเฉพาะอาการตัวเหลืองหรือปวดท้องขวาบนเรื้อรัง


กำลังโหลดความคิดเห็น