มะเขือเทศถือเป็น “ซูเปอร์ฟู้ด” ที่หาซื้อง่ายและมีประโยชน์มหาศาล แต่สำหรับผู้ชายหลายคนอาจเคยสงสัยว่า การกินสด ๆ ในสลัดกับการกินแบบที่ปรุงสุกแล้ว แบบไหนจะให้ประโยชน์กับร่างกายมากกว่ากัน? คำตอบคือ “ดีคนละแบบ” แต่ถ้าจะเน้นเรื่องสุขภาพเพศชายโดยเฉพาะ “แบบสุก” อาจมีคะแนนนำ
ทำไมผู้ชายต้องเน้น “กินสุก”
จุดเด่นที่สุดของมะเขือเทศสำหรับผู้ชายคือสาร “ไลโคปีน” (Lycopene) ซึ่งมีงานวิจัยยืนยันว่าช่วยลดความเสี่ยงของ มะเร็งต่อมลูกหมาก ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ความร้อนคือตัวปลดล็อก: ไลโคปีนในมะเขือเทศดิบจะถูกกักเก็บไว้ในผนังเซลล์ที่แข็งแรง แต่เมื่อผ่านความร้อน เช่น การต้ม การผัด หรือทำซอส ผนังเซลล์จะแตกออก ทำให้ไลโคปีนถูกปลดปล่อยออกมาในรูปแบบที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ง่ายขึ้น
เพิ่มสมรรถภาพทางอ้อม: ไลโคปีนช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรงและการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระบบการแข็งตัวและสุขภาพโดยรวมของท่านชาย
เมื่อไหร่ที่ผู้ชายควร “กินดิบ”
แม้การปรุงสุกจะเด่นเรื่องไลโคปีน แต่การกินมะเขือเทศดิบก็มีข้อดีที่การปรุงสุกให้ไม่ได้
วิตามินซีเพื่อการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ: ในมะเขือเทศดิบมีวิตามินซีสูง ซึ่งจะสลายตัวเมื่อโดนความร้อน วิตามินซีช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และช่วยลดอาการล้าหลังการออกกำลังกาย
โพแทสเซียมช่วยลดความดัน: มะเขือเทศดิบมีโพแทสเซียมที่ช่วยขับโซเดียมส่วนเกิน เหมาะสำหรับผู้ชายที่ชอบทานอาหารรสจัดหรืออาหารฟาสต์ฟู้ด ช่วยลดความดันโลหิตและลดอาการตัวบวม
สุดท้าย หากต้องเลือกเพื่อ “สุขภาพในระยะยาวของผู้ชาย” การกิน มะเขือเทศปรุงสุก เช่น มะเขือเทศผัดไข่, ซุปมะเขือเทศ, หรือแม้แต่ซอสมะเขือเทศ จะให้ประโยชน์ในแง่การป้องกันโรคเฉพาะทางของผู้ชายได้ดีกว่า
ทั้งนี้ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด “ต้องกินพร้อมไขมัน” ไม่ว่าคุณจะกินดิบหรือสุก ควรเหยาะน้ำมันมะกอกลงไปเล็กน้อย หรือทานร่วมกับอาหารที่มีไขมันดี เพราะไลโคปีนและวิตามินบางชนิดในมะเขือเทศจะละลายได้ดีในไขมัน หากกินมะเขือเทศเปล่าๆ ร่างกายอาจดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้เพียงนิดเดียว


