xs
xsm
sm
md
lg

ซื้อหนักมาก ซื้อไม่หยุด อาจเป็น “โรคเสพติดการชอปปิง”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ช่วงนี้ สมัยนี้ เรียกได้ว่าสะดวกสบายไปหมด เอาง่าย ๆ เลย การชอปปิง ก็สามารถทำได้ด้วย แค่กดผ่านหน้าจอในรูปแบบแพลทฟอร์มต่าง ๆ ก็สามารถซื้อขายกันได้แล้ว แต่หากซื้อของมามากเกินไป อาจจะเป็นสัญญาณของ “โรคเสพติดการชอปปิง” ได้ ฉะนั้นแล้ว ถ้าเราตั้งรับถึงภาวะนี้ ก็อาจจะคลี่คลายไปได้บ้าง

สำหรับผู้ที่เป็นโรคนี้นั้น แน่นอนว่าจะต้องมีในส่วนของความต้องการหรืออยากซื้อของตลอดเวลา มีความรู้สึกดีที่ได้เดินดูของ ได้เปรียบเทียบราคา และได้ซื้อของ แต่จะมีความที่รู้สึกผิดหลังจากที่ได้ซื้อของชิ้นมาแล้ว เนื่องจาก คนที่เป็นโรคนี้นั้น มักจะจับจ่ายเกินความจำเป็น หลายครั้งซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ บางครั้งซื้อซ้ำแล้วซ้ำอีกจนมีของเดิม ๆ เต็มไปหมด

ในขณะเดียวกัน คนที่เป็นโรคภาวะนี้นั้น ก็อาจจะมีปัญหาอื่น ๆ ตามมา เช่น กลายเป็นหนี้สิน ทะเลาะกับคนในครอบครัว บางครั้งซื้อมาแล้วต้องโกหกคนในครอบครัวว่ามีคนให้มา หรือบอกราคาที่ถูกกว่าราคาจริงที่ซื้อ ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ เวลาซื้อของเหล่านั้น เป็นต้น ซึ่งถือว่ากลายเป็นปัญหาต่อเนื่องตามมาด้วย


พฤติกรรมต่อนี้ บ่งบอกในการเป็น “โรคเสพติดการชอปปิง”

-ซื้อของเป็นประจำทุกวัน หรือทุกสัปดาห์
 
-คิดว่าการชอปปิงคือกิจกรรมคลายเครียด และมีความรู้สึกตื่นเต้น หรือมีความสุขอย่างมากหลังได้ชอปปิง
 
-มีการใช้บัตรเครดิตเต็มวงเงิน และเปิดใบใหม่ขึ้นมาเรื่อย ๆ โดยไม่ได้ชำระหนี้ของบัตรใบเก่า
 
-ซื้อของโดยไม่คำนึงถึงความจำเป็นจึงทำให้มีของที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้
 
-โกหก หรือลักขโมยเพื่อให้ได้ชอปปิงต่อ
 
-แม้จะมีความรู้สึกผิด หลังจากที่ได้ชอปปิงไปแล้ว แต่จะยังคงทำต่อไป เพราะไม่สามารถควบคุม และยับยั้งพฤติกรรมการชอปปิงของตนเองได้


โรคดังกล่าวเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้

อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถทำการรักษาได้ หากได้รับการรักษาที่ถูกต้อง มีภาวะการรู้เท่าทันภาวะอารมณ์ และรู้ถึงเหตุผลของการจับจ่าย ซึ่งถ้าจัดการเรื่องที่ว่ามาทั้งหมดได้ ก็สามารถที่จะนำไปสู่การจัดการภาวะอารมณ์ที่ดีขึ้น ตัวโรคก็จะดีขึ้นตามลำดับ และสามารถหายขาดได้ในที่สุด

แต่ในขณะเดียวกัน หากมีกรณีอื่นตามมาด้วย เช่น ภาวะซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล ก็ติ้องมีการใช้ยาร่วมด้วย เพื่อที่จะทำให้การรักษาดังกล่าวควบคู่ไปพร้อม ๆ กัน

ขอบคุณข้อมูลจาก : ramachannel, โรงพยาบาลเพชรเวช และ กรมสุขภาพจิต