xs
xsm
sm
md
lg

ถ้าฟ้าทะลายโจรรักษาโควิด-19 ได้ภายใน 5 วัน? / ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ระลอกที่ 3 นั้นมีการระบาดแพร่ไปอย่างรวดเร็ว สร้างความวิตกกังวลว่าการระบาดจะไปมากอีกเท่าใด และยิ่งทำให้มีการเรียกร้องให้เร่งฉีดวัคซีนให้มากขึ้น

กระแสเรียกร้องให้เร่งฉีดวัคซีนให้มากขึ้นถึงมากที่สุดนั้น ก็เพราะประชาชนจำนวนมากคิดว่าวิธีการนี้จะทำให้ผู้ที่ถูกฉีดแล้วจะไม่ติดเชื้อซ้ำบ้าง หรือไม่ก็คาดหวังว่าจะช่วยลดความรุนแรงทำให้ไม่ต้องเสียชีวิตบ้าง

แต่เนื่องจากวัคซีนได้ถูกพัฒนาขึ้นมาในภาวะฉุกเฉิน จึงย่อมเป็นที่ทราบกันทั่วโลกว่ายังมีความไม่สมบูรณ์ ทั้งในแง่ประสิทธิศักดิ์ของวัคซีน ความสามารถในการลดความรุนแรงของโรค การคงอยู่ของภูมิคุ้มกันที่ถูกกระตุ้นด้วยวัคซีน และผลข้างเคียงระยะยาวของวัคซีน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยังมีตัวแปรที่ไม่มีวันนิ่งได้คือไวรัสโควิด-19 ยังอาจจะกลายพันธุ์ต่อไปหนีวัคซีนได้อีก หมายความว่าเรายังจะต้องฉีดวัคซีนไปอีกกี่ครั้งจึงจะสามารถยุติสงครามเชื้อโรคครั้งนี้ได้ก็ยังไม่มีใครให้คำตอบได้

แม้แต่เว็บไซต์ขององค์การอนามัยโลกเองก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าแต่ละประเทศจะต้องฉีดวัคซีนไปจำนวนสัดส่วนเท่าใดกันแน่จึงจะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันรวมหมู่เพียงพอที่จะไม่ต้องกลัวการระบาดโรคนี้ต่อไป

ดังนั้น วัคซีนอาจจะไม่สามารถหยุด “ตัวเลข” จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ได้ เหตุก็เพราะว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วยังสามารถกลับมาติดได้อีก และยังแพร่เชื้อต่อไปได้ และยังไม่ต้องพูดถึงว่าไวรัสอาจจะกลายพันธุ์ได้ต่อไปได้อีกด้วย

แต่หากจะพิจารณาความคุ้มค่าในการฉีดวัคซีนเพื่อลดความรุนแรงของโรคแล้ว ก็ต้องพิจารณาความจริงที่ว่าสถานการณ์ความรุนแรงของโรคโควิด-19 ในปี 2564 นั้นแม้จะมีการระบาดมากขึ้น แต่ความรุนแรงของโรคก็ลดลงด้วยเช่นกัน และความรุนแรงที่ลดลงนั้นเกิดขึ้นเองโดยยังไม่ต้องใช้วัคซีนเลย

เราจะต้องตอบคำถามสำคัญให้ได้ว่าเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโควิด-19 “ในประเทศไทย” อยู่ที่ร้อยละ 2.95 แต่ในขณะที่อัตราการเสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2564 อยู่ที่ร้อยละ 0.34 เราจำเป็นเร่งด่วนใช้วัคซีนที่ยังไม่แน่ชัดหลายด้านดังที่กล่าวมาข้างต้น โดยการใช้งบประมาณอันมหาศาลจริง ๆหรือไม่ และยังไม่รู้ว่าจะจบสิ้นได้จริงหรือไม่ และสิ้นสุดเมื่อไหร่

เราจะต้องตอบคำถามสำคัญให้ได้ว่าเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2563 ประเทศไทยมีอัตราการรักษาหายป่วยโรคโควิด-19 ถึงร้อยละ 99.6 ตั้งแต่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเลย เรายังจำเป็นต้องเร่งใช้วัคซีนที่ยังมีคำถามมากมาย เพื่อลดความรุนแรงอย่างเร่งด่วนจริง ๆ หรือไม่


ไม่ใช่ประเทศไทยเท่านั้น แม้แต่อัตราการเสียชีวิตของประชากรโลกเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 อยู่ที่ร้อยละ 20.72 แต่พอมาถึงวันที่ 6 เมษายน 2564 คนทั้งโลกก็มีอัตราการเสียชีวิตกับโรคโควิด-19 ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 2.62 เช่นกัน

ทั้งนี้เพราะประวัติศาสตร์ธรรมชาติในความรุนแรงของโรคไวรัสระบาดเกี่ยวกับหวัดหรือโรคทางเดินหายใจแต่ละชนิดจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงที่สุดในปีแรกเท่านั้น (แม้ไม่ได้ฉีดวัคซีน) หลังจากนั้นทั้งเชื้อและมนุษย์จะปรับตัวเพื่อดำรงชีวิตทั้งสองฝ่าย (ไวรัสกับมนุษย์) จนความรุนแรงลดลงในปีถัดไป เพราะหากมนุษย์ตายไปจำนวนมาก ไวรัสก็จะไม่มีที่อยู่อาศัยในตัวมนุษย์เช่นกัน

แต่เมื่อไหร่ที่เราเริ่มฉีดวัคซีนเกี่ยวข้องกับไข้หวัด ซึ่งมาตามฤดูกาล เราจะพบว่าไวรัสจะกลายพันธุ์ไปอย่างรวดเร็วเพื่อเอาชนะการต่อต้านของมนุษย์ในปีถัดไปให้เกิดการระบาดต่อไปอีก ดังนั้นเราจะเห็นการฉีดวัคซีนเกี่ยวข้องกับไข้หวัดนั้น จะออกมาอย่างต่อเนื่องแทบทุกปี ด้วยสายพันธุ์ใหม่ ทำเงินอย่างมหาศาลให้กับผู้ผลิตวัคซีนอย่างต่อเนื่องทุกปี

เราอาจจะต้องเริ่มคิดอะไรนอกกรอบเดิม ๆ หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผลการทดสอบสมุนไพรฟ้าทะลายโจรที่มีสารแอนโดรกราโฟไลด์ 180 มิลลิกรัมต่อวัน กับผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 270 ราย ซึ่งรายงานโดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข จึงพบว่าผู้ป่วยทั้งหมดสามารถกลับบ้านได้ อาการป่วยลดลงทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 3 และสามารถกลับบ้านได้ภายใน 5 วันเท่านั้น นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีมาก

กระทรวงสาธารณสุขจึงควรนำเรื่องฟ้าทะลายโจร มาเป็นวาระแห่งชาติเพื่อทำให้โรคนี้กลายเป็นโรคที่แม้ระบาดมาก แต่ก็หายป่วยได้โดยง่ายในระยะเวลาอันสั้น โดยการพึ่งพาตัวเอง

และถ้าเป็นโรคที่สามารถหายได้เช่นนั้น เราจะสามารถแปลงวิกฤติให้กลายเป็นโอกาสที่จะทำให้มีการเปลี่ยนวิธีคิดในการบริหารจัดการกับโรคนี้ใหม่ ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่จะเป็นโอกาสของคนทั้งโลก

เพราะในขณะที่วัคซีนยังไม่สามารถพัฒนาถึงระดับป้องกันได้ การแสวงหาตัวเลขผู้ป่วยจะไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้

แต่หากมีสมุนไพรที่รักษาโรคให้หายได้ง่ายและเร็ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องแสวงหาตัวเลขผู้ป่วยเพื่อปิดบ้านปิดเมืองหรือล็อกดาวน์อีกต่อไป จริงหรือไม่

ถึงเวลานั้นฟ้าทะลายโจรจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ผลิตเท่าไหร่ก็ไม่มีวันพอ เพราะจะกลายเป็นพืชที่ตอบโจทย์ในการรับมือกับโควิด-19 โดยไม่ทำลายเศรษฐกิจในเวลาเดียวกัน จริงหรือไม่

ด้วยความปรารถนาดี
ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต



กำลังโหลดความคิดเห็น...