xs
xsm
sm
md
lg

จากโกฐจุฬาลัมพา ของมาดากัสกา ถึง ฟ้าทะลายโจรประเทศไทย / ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระแสเรื่องการต่อสู้ระหว่างการใช้สมุนไพรเพื่อการรักษาโรคโควิด-19 นั้นมีมาตั้งแต่เริ่มแรก โดยเฉพาะที่ประเทศจีนนั้นได้มีเจตจำนงทางการเมืองให้เกิดการบูรณาการตำรับยาจีนควบคู่ไปกับการรักษาแผนปัจจุบัน โดยกระทั่งทำในระดับงานวิจัยอย่างรวดเร็วและได้ข้อสรุปว่าการใช้ตำรับยาจีนในการบำบัดบูรณาการไปกับการรักษาตามมาตรฐานแล้วจะช่วยทำให้การรักษาดีขึ้น


นั่นก็เพราะประเทศจีนมีเจตจำนงทางการเมืองที่ต้องการจะพึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุด เพราะในความเป็นจริงแล้ว สมุนไพรหลายชนิดต่างได้มีบทบาทอันสำคัญในการรับมือกับโรคระบาดมาโดยตลอด

ตัวอย่างเช่น ยาต้านไวรัส โอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) หรือมีชื่อทางการค้าว่า ทามิฟลู เป็นยาต้านไวรัสชนิดเม็ด ซึ่งจะใช้ในผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ รวมถึงไข้หวัดนก โดยตัวยาจะเข้าไปยับยั้งการเจริญเติบโต ทำให้เชื้อไวรัสไม่สามารถแบ่งตัวได้ ภูมิคุ้มกันของร่างกายก็จะเข้าไปทำลายเชื้อที่เหลืออยู่

โดยสารตั้งต้นของยาโอเซลทามิเวียร์สกัดมาจาก “โป๊ยกั้ก” ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีมากในประเทศจีน ส่วนสำคัญที่อยู่ในโป๊ยกั๊ก คือกรดชิคิมิก (shikimic acid) ซึ่งอยู่ในน้ำมัน แล้วผ่านกระบวนการหมัก สกัดให้บริสุทธิ์ แล้วเข้ากระบวนการเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมี 12 ขั้นตอน ใช้เวลานานถึง 12 เดือน เป็นต้น

เช่นเดียวกับ โกฐจุฬาลัมพา ชนิด Artemisia annua L. หรือที่ประเทศจีนเรียกว่า ชิงเฮา เป็นยาแก้ไข้จับสั่น แก้ไข้อันเกิดจากความร้อนในฤดูร้อน แก้ไข้ต่ำ ๆ ที่ไม่มีเหงื่อ แก้ไข้อันเนื่องมาจากวัณโรค และใช้เป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร

ส่วนตำรายาไทยจะใช้เป็นยาแก้ไข้ แก้ไข้เจลียง (ไข้จับวันเว้นวัน ซึ่งเป็นไข้จับสั่นประเภทหนึ่ง) แก้ไข้เพื่อเสมหะ ช่วยลดเสมหะ แก้ไข้มาลาเรีย แก้หืด แก้หอบ แก้ไอ ช่วยขับเหงื่อ และใช้เป็นยาแก้ดีซ่าน

ในยาแก้ไข้ก็มีปรากฏในตำรับ "ยาจันทน์ลีลา" และตำรับ "ยาแก้ไข้ห้าราก" ที่มีส่วนประกอบของโกฐจุฬาลัมพาร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ อีกในตำรับ โดยมีสรรพคุณเป็นยาบรรเทาอาการไข้ตัวร้อน ไข้เปลี่ยนฤดู


สารสำคัญที่ออกฤทธิ์ในชิงเฮาหรือโกฐจุฬาลัมพา (Artemisia annua L.) คือ สารอาร์เทมิซินิน (Artemisinin) หรือ ชิงเฮาซู (Quinghousu) สามารถออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อพลาสโมเดียมในระยะที่อยู่ในเม็ดเลือดได้ ซึ่งให้ผลดีในการรักษาผู้ป่วยมาลาเรียทั้งชนิดฟัลซิปารัม (Plasmodium falciparum) และชนิดไวแวกซ์ (Plasomdium vivax) โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่ดื้อยา ซึ่งในปัจจุบันสารชนิดนี้และอนุพันธุ์กึ่งเคมีสังเคราะห์ถูกนำมาใช้เป็นยาแก้ไข้จับสั่นในหลายประเทศรวมทั้งจีน และเป็นที่ยอมรับขององค์การอนามัยโลก (WHO) และเป็นเครื่องยาที่ได้รับการรับรองในการแพทย์แผนจีน นอกจากนี้ยังพบว่าเครื่องยาชนิดนี้ยังมีสารกลุ่มฟลาวานอยด์หลายชนิด ซึ่งช่วยเสริมฤทธิ์ต้านเชื้อไข้จับสั่นกับสารอาร์เทมิซินิน เช่น casticin, cirsilineol, chysoplenol-D, chrysoplenetin เป็นต้น

ปรากฏว่าที่ประเทศมาดากัสกา ทวีปแอฟริกา นายแอนดรี ราโจเอลินา ประธานธิบดี ได้ประกาศในประชาชนใช้โกฐจุฬาลัมพา โดยทำออกมาให้ประชาชนได้ดื่มโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ปรากฏว่าในช่วงเวลาปี 2563 ได้ถูกโจมตีอย่างหนักจากองค์การอนามัยโลกว่าเป็นการรณรงค์ยังไม่ได้มีงานวิจัยใด ๆ ที่ชัดเจน จึงเป็นผลทำให้นายแอนดรี ราโจเอลินา ได้ออกมาตำหนิองค์การอนามัยโลกอย่างรุนแรง อีกทั้งยังเชิญชวนประเทศอื่นๆในแอฟริกาให้มาใช้โกฐจุฬาลัมพา อีกทั้งยังเชิญชวนให้ถอนตัวจากสมาชิกขององค์การอนามัยโลกด้วย และยังยืนหยัดให้ใช้อยู่ในขณะนี้แม้จะมีการระบาดรอบที่สองแล้วก็ตามแต่ก็มีแนวโน้มที่จะควบคุมโรคได้ดีกว่าปีที่แล้วด้วย

ซึ่งในความเป็นจริงแล้วโรคโควิด-19 เป็นโรคระบาดที่เพิ่งกำเนิดขึ้นมา และมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ดังนั้นแม้แต่การใช้ยาแผนปัจจุบันก็ไม่ได้มีการทดลองตามขั้นตอนเช่นเดียวกัน แต่มีการตัดสินใจใช้ในผู้ป่วยในทันทีเพื่อให้ทันกับวิกฤติของการระบาดโรค แม้แต่วัคซีนในทุกวันนี้ก็ยังถือว่าเป็นการลัดขั้นตอนเร็วกว่ามาตรฐานของวัคซีนในอดีต ดังนั้นวัคซีนจึงรับรองเพียงได้แค่ว่าจะช่วยลดความรุนแรงของโรค มากกว่าที่จะรับประกันว่าจะไม่ติดเชื้ออีกเหมือนกับวัคซีนในอดีตที่ใช้เวลาในการพัฒนานานกว่านี้


สำหรับฟ้าทะลายโจรนั้น ได้เป็นที่ยุติในการวิจัยในมนุษย์มานานแล้วว่าสามารถบรรเทาอาการหวัด บรรเทาอาการเจ็บคอ และไข้หวัดใหญ่ และงานวิจัยอย่างเป็นระบบก็ยืนยันว่าเป็นสมุนไพรทีประสบความสำเร็จในเรื่องการรักษาไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไซนัสอักเสบ และโรคปอดบวม

ซึ่งผลการทดลองฟ้าทะลายโจรเบื้องต้นในผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่จังหวัดสมุทรปราการประมาณ 120 คน ปรากฏว่าผู้ป่วยทั้งหมดไม่มีอาการลงปอดแม้แต่คนเดียว และสามารถกลับบ้านได้ทั้งหมดภายใน 5 วันโดยไม่ต้องรับยาแผนปัจจุบันเลย ซึ่งนับว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่ควรจะเร่งวิจัยเพื่อหาข้อยุติในการนำสมุนไพรชนิดนี้มาใช้กับผู้ป่วยต่อไป

แต่สำหรับประชาชนทั่วไปหากมีอาการเป็นหวัด เจ็บคอ ไข้หวัดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นโควิด-19 หรือไม่ ก็สามารถใช้ฟ้าทะลายโจรไปก่อนได้เลย อย่างน้อยแม้ไม่ใช่โควิด-19 ก็จะได้ลดภาระให้กับโรงพยาบาลโดยทั่วไปได้

ซึ่งในความเป็นจริงแล้วอาจจะมีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 มากกว่าที่ทางราชการรายงาน แต่ก็อาจจะหายป่วยไปแล้วก็ได้โดยการใช้ฟ้าทะลายโจรเพียงอย่างเดียว

ขอเพียงช่วยกันวิจัยหาข้อเท็จจริงนี้ต่อไป ประเทศไทยอาจเจอโอกาสในวิกฤติที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจของไทยและของโลกก็ได้

ด้วยความปรารถนาดี
ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต


กำลังโหลดความคิดเห็น...