xs
xsm
sm
md
lg

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และ การตรวจด้วยวิธีฉีดสี

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


การตรวจสวนหัวใจ
ปัจจุบันพบว่าอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ สืบเนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงจากอดีต โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ที่มีภาวะความเครียดจากการทำงาน การสูบบุหรี่ ไม่มีเวลาออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์ หรือรับประทานอาหารจานด่วนที่มีไขมันสูง สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยหลักที่อาจให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้ ซึ่งจากอัตราการเกิดโรคที่เพิ่มสูงขึ้น และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันการตรวจวินิจฉัยสามารถทำได้รวดเร็วและแม่นยำ คือ การตรวจฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ

นายแพทย์สันติ ฤทธิ์วิชัย
นายแพทย์สันติ ฤทธิ์วิชัย อายุรแพทย์โรคหัวใจเฉพาะทางหัตถการปฏิบัติและรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลหัวเฉียว กล่าวว่า การตรวจฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiography : CAG) คือ การตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่รวดเร็วและแม่นยำ และเป็นการตรวจลำดับสุดท้ายก่อนตัดสินวิธีการรักษา ซึ่งทำให้ทราบรายละเอียดของหลอดเลือดหัวใจได้ชัดเจนว่ามีหลอดเลือดหัวใจตีบตันหรือไม่ มีจำนวนหลอดเลือดหัวใจตีบ กี่เส้น อยู่บริเวณตำแหน่งใดบ้าง และมีโรคแทรกซ้อนหรือไม่ เพื่อเป็นแนวทางในการรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การฉีดสารทึบรังสี หรือ การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ คือ การฉีดสารน้ำที่ทึบรังสีเข้าไปในร่างกายผ่านทางหลอดเลือดแดง สารทึบรังสีนี้เป็นสารไอโอดีนที่ปลอดภัยต่อร่างกาย โดยทั่วไปผู้ป่วยจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนและหลังการฉีดสี โดยงดรับประทานอาหารก่อนตรวจประมาณ 4-6 ชั่วโมง และหลังการฉีดสีผู้ป่วยต้องปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด

สำหรับการตรวจฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ คือ การสอดสายสวนหรือท่อขนาดเล็กประมาณ 2 มิลลิเมตร ที่เส้นเลือดแดงบริเวณขาหนีบหรือข้อมือไปตามทางเดินของหลอดเลือดแดงจนถึงหลอดเลือดหัวใจ และทำการฉีดสารทึบรังสีสวนเข้าหลอดเลือดหัวใจ เพื่อดูรายละเอียดของหลอดเลือดหัวใจว่ามีการตีบของหลอดเลือดหัวใจหรือไม่ และวางแผนดำเนินการรักษาต่อไป หากปัญหาหลอดเลือดตีบมีความเหมาะสมกับการทำบอลลูนหรือขดลวดค้ำยันหลอดเลือดหัวใจ แพทย์จะดำเนินการรักษาด้วยวิธีขยายหลอดเลือดต่อเลย การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจจะใช้เวลาประมาณ 20-60 นาที และนอนพักประมาณ 6 ชั่วโมง โดยการตรวจวิธีนี้ผู้ป่วยจะรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา




การรักษาได้โดยการใช้บอลลูนขยายและใส่ขดลวด (Stent) ค้ำยัน
อาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้หลังจากทำการตรวจฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวด หรือมีเลือดออก หรือมีก้อนเลือดใต้ผิวหนังบริเวณที่แทงเข็มใส่สายสวน ผู้ป่วยมีโอกาสแพ้สารที่ฉีดได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีประวัติการแพ้อาหารทะเล อาจมีอาการคัน มีผื่นขึ้นตามตัว ซึ่งเป็นผลจากการแพ้สารทึบรังสี บางรายอาจมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน และเสียชีวิตได้ จึงควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อน อย่างไรก็ตามปัญหาอาการแทรกซ้อนเหล่านี้พบได้น้อยมาก โดยทั่วไปปัญหาเหล่านี้จะพบน้อยกว่าร้อยละ 1 แต่ผู้ป่วยจะได้ประโยชน์จากการตรวจฉีดสีหลอดเลือดหัวใจมากกว่า ซึ่งเป็นแนวทางในการรักษาที่ดีที่สุด

การปฏิบัติตัวภายหลังการทำการตรวจสวนหัวใจ มี 2 ระยะ คือ ระยะแรกผู้ป่วยจะพักฟื้นที่โรงพยาบาล ผู้ป่วยต้องนอนสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อติดตามสัญญาณชีพและคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หากไม่มีอาการแทรกซ้อนใดๆ ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ในวันรุ่งขึ้น แต่หากผู้ป่วยมีอาการแน่นหน้าอก เหนื่อยหอบ มีไข้ เวียนศีรษะ หรือพบว่ามีเลือดออกหรือคลำพบก้อนเลือดใต้ผิวหนังบริเวณแผลที่ทำการตรวจสวนหัวใจ ให้รีบแจ้งแพทย์โดยทันที ผู้ป่วยบางรายจะได้รับยาแก้ปวดและคลายเครียด เพื่อให้ผู้ป่วยพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และในระยะต่อมาเมื่อผู้ป่วยกลับไปพักฟื้นที่บ้าน ผู้ป่วยสามารถ ทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ในกรณีที่ได้รับการฉีดสีทางข้อมือ แนะนำให้งดการใช้มือด้านนั้นยกของหนักเกิน 3 กิโลกรัม เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ในกรณีได้รับการฉีดสีทางขาหนีบให้หลีกเลี่ยงการนั่งงอสะโพกภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์หลังทำการตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ งดรับประทานอาหารที่มีรสเค็ม มีไขมันสูง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตามแพทย์จะนัดผู้ป่วยเพื่อติดตามผลการรักษาภายหลังทำการตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจภายใน 2–4 สัปดาห์

โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นภัยเงียบที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกคน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงวัย หากพบว่ามีอาการแน่นหน้าอกบ่อย ๆ จนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ มีประวัติกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ดังนั้นผู้ที่มีอาการเหล่านี้จึงไม่ควรนิ่งนอนใจและควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อดำเนินการรักษาได้ทันท่วงที

ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลหัวเฉียว มีทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการเฉพาะทางโรคหัวใจและหลอดเลือด ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยคุณภาพมาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยเป็นสำคัญ พรั่งพร้อมด้วยเครื่องมือเทคโนโลยีที่ทันสมัย อีกทั้งสามารถดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินทุกสิทธิตลอด 24 ชั่วโมง และมีบริการรถ Mobile ICU เพื่อรองรับผู้ป่วยฉุกเฉิน สายด่วนศูนย์หัวเฉียวพิทักษ์ชีพ โทร. 081-8703538-40

(พื้นที่ประชาสัมพันธ์)



กำลังโหลดความคิดเห็น...