xs
xsm
sm
md
lg

ผัก 7 ชนิด แคลเซียมสูงปรี๊ด

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“แคลเซียม” เป็นแร่ธาตุที่สำคัญที่ร่างกายนำมาใช้ในการสร้างกระดูกและฟัน อีกทั้งเพิ่มความหนาแน่นให้กระดูก การหดตัวของกล้ามเนื้อ การเต้นของหัวใจ การแข็งตัวของเลือด การทำงานของระบบประสาท และช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์หลายชนิด หากร่างกายเราขาดแคลเซียมจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคเกี่ยวกับกระดูก เช่น โรคกระดูกพรุน ข้อรูมาตอยด์ ข้ออักเสบ และข้อเข่าเสื่อม ฯลฯ เป็นต้น ผู้ที่มีอายุน้อยควรได้รับแคลเซียมประมาณ 800 มิลลิกรัมต่อวัน และคนที่มีอายุมากกว่า 51 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน และสตรีมีครรภ์และคุณแม่ที่ให้นมบุตร ควรได้รับแคลเซียมเพิ่มขึ้นคือ 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน

แคลเซียมพบได้ในนม ผลิตภัณฑ์จากนม นมถั่วเหลือง ผลิตภัณฑ์จากนมถั่วเหลือง ปลาตัวเล็ก และนอกจากนี้แล้วยังพบว่าในพืชผักหลายชนิดก็ยังอุดมไปด้วยปริมาณแคลเซียมสูงไม่ต่างกัน ผักอะไรบ้างที่มีแคลเซียมสูง มาดูกัน

ผัก 7 ชนิดแคลเซียมสูง

1. ใบชะพลู

ข้อมูลจากสำนักโภชนาการ กรมอนามัย ได้ระบุไว้ว่า ในใบชะพลู 100 กรัม มีแคลเซียมสูงถึง 601 มิลลิกรัม นอกจากนี้แล้วยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส ฯลฯ โดยมีสรรพคุณ เช่น ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงสายตา ช่วยยับยั้งและชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นต้น

หมายเหตุ แคลเซียมที่มีอยู่ในใบชะพลูจะเปลี่ยนเป็นแคลเซียมออกซาเลต (Oxalate) ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนิ่วในไตได้ ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อสารออกซาเลตจะได้จางลง

ปริมาณแคลเซียม 100 กรัม : 601 มิลลิกรัม

2. ใบยอ

ผักสมุนไพรพื้นบ้านที่นิยมนำส่วนใบอ่อนมาทำเป็นอาหาร อุดมไปด้วยแคลเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี โปรตีน ฯลฯ โดยเฉพาะแคลเซียมที่มีมากถึง 469 มิลลิกรัม ต่อใบยอ 100 กรัม ทั้งนี้ ในใบยอยังมีสรรพคุณเป็นยาระบาย บำรุงธาตุ แก้ไข้ แก้อาการท้องร่วงในเด็ก แก้เหงือกปวดบวม เป็นต้น

ปริมาณแคลเซียมต่อ 100 กรัม : 469 มิลลิกรัม

3. ผักแพว

ผักพื้นบ้านแคลเซียมสูงปรี๊ดโดย 100 กรัม มีแคลเซียมสูงถึง 390 มิลลิกรัม อีกทั้งยังอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต เส้นใยอาหาร โปรตีน วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มากมาย สรรพคุณของผักแพวมีส่วนช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร ช่วยเจริญอาหาร ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันและแก้อาการท้องผูก ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และสรรพคุณอื่นๆ อีกมากมาย นิยมนำมากินกับลาบ น้ำตก น้ำพริก ใส่ในสลัด ปอเปี๊ยะสด รวมไปถึงนำมากับดับกลิ่นคาว

ปริมาณแคลเซียมต่อ 100 กรัม : 390 มิลลิกรัม

4. คะน้า

ถือเป็นพืชที่ให้แคลเซียม และฟอสฟอรัสสูง โดยการรับประทานผักคะน้าเพียง 1 ถ้วย ทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียมพอๆ กับการดื่มนม 1 แก้ว อีกทั้งในคะน้ายังช่วยเพิ่มปริมาณสารอิเล็กโทรไลต์ในร่างกายที่ทำให้ระบบการทำงานที่เกี่ยวข้องกับแคลเซียมและธาตุเหล็กไม่ว่าจะเป็นระบบฮอร์โมน ระบบกระดูก และกล้ามเนื้อทำงานได้อย่างปกติ

นอกจากนี้แล้ว คะน้ายังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ สร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย บำรุงสายตา มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ ได้แก่ มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม เป็นต้น

ปริมาณแคลเซียมต่อ 100 กรัม : 245 มิลลิกรัม

5. ใบขี้เหล็ก

ผักพื้นบ้านของภาคใต้ ที่มีแคลเซียม และฟอสฟอรัสสูง นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก เส้นใยอาหาร คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และเบตาแคโรทีน มีสรรพคุณช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยลดความดันโลหิตสูง ช่วยให้เจริญอาหาร ช่วยดับร้อนในร่างกาย และอื่นๆ อีกมากมาย


ปริมาณแคลเซียมต่อ 100 กรัม : 156 มิลลิกรัม

6. ใบเหลียง

ผักพื้นบ้านของภาคใต้ ที่เดิมทีมีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียบริเวณคาบสมุทรมลายู แต่ปัจจุบันเป็นผักที่หาได้ตามบริเวณเชิงเขาและที่ราบของภาคใต้ของประเทศไทย อุดมไปด้วย ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ วิตามินซี ใยอาหาร และแคลเซียมสูง มีสรรพคุณบำรุงสายตา ช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะมะเร็ง กระตุ้นเซลล์ภูมิต้านทานในร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น

ปริมาณแคลเซียมต่อ 100 กรัม : 151 มิลลิกรัม

7. ผักกระเฉด

ผักฤทธิ์เย็นที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ เช่น ฟอสฟลอรัส ธาตุเหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 3 วิตามินซี และแคลเซียมที่สูงมากถึง


หมายเหตุ : ก่อนรับประทานควรทำให้สุกก่อนเพราะมีความเสี่ยงต่อพยาธิตัวอ่อนที่อาจปะปนเข้ามา

ปริมาณแคลเซียมต่อ 100 กรัม : 123 มิลลิกรัม



กำลังโหลดความคิดเห็น...