xs
xsm
sm
md
lg

วิธีการกินยาในเดือนรอมฎอน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

BY: Pharmchompoo
เดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นเดือนที่เก้าตามปฏิทินอิสลามซึ่งเป็นปฏิทินทางจันทรคติ ที่ต้องมีการถืออดอาหาร หรือเรียกอีกอย่างว่า “ถือศีลอด” ซึ่งเป็นข้อบังคับเหนือมุสลิมทุกคนที่บรรลุศาสนภาวะ

การถืออดอาหารที่ว่านี้จะเริ่มกระทำเมื่อมีแสงอรุณขึ้นจนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า กระทำติดต่อกันตลอดเดือน (ประมาณ 29 หรือ 30 วัน) ทั้งนี้นอกจากการงดการกินและดื่มแล้ว ยังงดการมีเพศสัมพันธ์ การหมกมุ่นกระทำสิ่งไร้สาระอีกด้วย

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการกินอาหารและน้ำดื่ม ทำให้ยาที่อิงกับมื้ออาหาร หรือยาที่ต้องกินในช่วงเวลาที่นอกเหนือไปจากที่ศาสนาอนุมัตินั้นต้องมีการปรับเปลี่ยนตามไปด้วย หลัก ๆ ที่สำคัญคือยาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

เนื่องจากยาเบาหวานที่ใช้กันเป็นหลักจะอิงกับมื้ออาหาร รวมทั้งอินสุลินด้วย ดังนั้นมื้ออาหารที่ปรับเปลี่ยนไปนั้นส่งผลกระทบต่อเวลาการบริหารยาเบาหวานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในบทความนี้จะเสนอแนะแนวทางคร่าว ๆ เป็นข้อมูล อย่างไรก็ดีแนะนำให้มุสลิมที่มีโรคประจำตัวที่ต้องกินยาประจำปรึกษาแพทย์ล่วงหน้าก่อนเข้าสู่เดือนรอมฎอน

ยาที่เพิ่มการหลั่งอินสุลินออกมาจากตับอ่อน (insulin secretagogues) เช่น ยาเม็ดที่ขึ้นต้นด้วย gli- หรือตัวอินสุลินเอง จะเพิ่มความเสี่ยงในการทำให้เกิดน้ำตาลในเลือดต่ำ (hypoglycemia) พูดง่าย ๆ คืออาการคนหิวข้าวที่มือไม้สั่น หวิว ๆ จะเป็นลมนั่นเอง ซึ่งความเสี่ยงนี้จะพบมากขึ้นในผู้สูงอายุ ผู้ที่ไตเสื่อม หรือมีโรคประจำตัวอื่น ๆ ร่วม การเปลี่ยนกลุ่มยาชั่วคราว หรือลดขนาดยา insulin secretagogues ลงครึ่งหนึ่ง ในช่วงเดือนรอมฎอนอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดน้ำตาลในเลือดต่ำได้

มีข้อมูลแนะนำให้แพทย์เปลี่ยนชนิดของอินสุลินจากเดิมเป็น intermediate หรือ long-acting ในช่วงเย็น และใช้ short หรือ rapid-acting insulin เสริมในช่วงมีมื้ออาหาร และแนะนำให้ใช้ขนาด insulin ขนาดตามปติในช่วงหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า และปรับขนาด insulin ลงครึ่งหนึ่งในช่วงมื้ออาหารก่อนแสงอรุณขึ้น (predawn meal)

ยาโรคอื่น ๆ เดิมที่กินช่วงเวลาเย็นเวลาเดียว (เช่น ยาลดไขมันในเลือดกลุ่ม statins) สามารถกินได้ตามปกติในมื้อเย็นหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ยาที่อาจจะต้องปรับมื้อเลื่อนขึ้นไปคือ ยาที่กินวันละครั้งตอนเช้า เช่น ยาลดความดันบางชนิด ยาแอสไพริน อาจจะต้องร่นเวลาจากช่วงเช้าที่ดวงอาทิตย์ขึ้นแล้วเป็นช่วงก่อนแสงอรุณขึ้น และแอสไพรินต้องกินหลังอาหารทันทีมื้อก่อนแสงอรุณขึ้นเช่นกัน

ยาที่ต้องกินวันละ 2 ครั้ง (เช้า-เย็น) ก็ต้องใช้วิธีการกินมื้อเช้าร่นขึ้นไปก่อนแสงอรุณขึ้นและมื้อเย็นอาจจะต้องกินทันทีหลังละศีลอด เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว เพื่อให้ระยะห่างระหว่างมื้อไม่นานเกินไป

ในผู้ที่มีความจำเป็นต้องหยอดตา หรือใช้ยาหยอดหู มีข้อมูลว่าไม่ทำให้เสียศีลอด ในทำนองเดียวกันกับการทายา ทาครีมที่ผิวหนัง

การใช้ยาอมใต้ลิ้น เช่น ยาอม nitroglycerin หรือ isosorbide dinitrate ก็ไม่ทำให้เสียศีลอด

ข้อควรคำนึงระหว่างการถือศีลอด

วางแผนการกินดื่ม หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง สำหรับอาหารละศีลอด หรืออาหารที่เป็นน้ำตาล หรือข้าวขัดสี การกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ขนมปังโฮลวีท ผัก ผลไม้ ข้าวกล้องจะช่วยให้อิ่มทนและระดับน้ำตาลไม่สูงขึ้นพรวดพราด

ตามซุนนะฮฺมีการละศีลอดด้วยผลอินทผลัมและน้ำเปล่า มีข้อมูลทางการแพทย์พบว่า อินทผลัม 1 ขีด (100 กรัม) จะให้ใยอาหาร (dietary fiber) ประมาณ 50-100% ของปริมาณที่ควรจะได้รับในแต่ละวันแล้ว นอกจากนี้ในอินทผลัมยังมีน้ำตาลฟรุคโตส ซึ่งดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างช้า ๆ และยังมีค่า glycemic index ต่ำ ทำให้ระดับน้ำตาลไม่ขึ้นอย่างรวดเร็ว

ผู้ป่วยเบาหวานอาจจะต้องเพิ่มความถี่ในการตรวจน้ำตาลในเลือด หรือสังเกตอาการของภาวะน้ำตาลตกให้ดียิ่งขึ้น หากมีอาการน้ำตาลตกบ่อยครั้ง อาจต้องพิจารณายกเลิกการถือศีลอดไปชั่วคราว

ในวัยทำงานอาจจะต้องระวังในเรื่องระยะเวลาและความแรง (intensity) ในการออกแรงทำงาน หรือออกกำลังกายมากกว่าปกติ

หลังหมดเดือนรอมฎอนไปแล้ว 2-3 วันยังต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกัน
หมายเหตุ : Pharmchompoo เป็นนามปากกาของเภสัชกรท่านหนึ่งซึ่งเรียนจบมาทางด้านเภสัชศาสตร์โดยตรง ปัจจุบันประจำอยู่ที่โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง และบทความเชิงสาระความรู้เพื่อการตระหนักเกี่ยวกับการใช้ยาให้ถูกต้องเหมาะสม จะมาพบกับคุณผู้อ่านเป็นประจำอย่างน้อยสองครั้งต่อเดือน

เอกสารอ้างอิง
Aadil N et al. Drug intake during Ramadan. BMJ 2004; 329: 778-82.
Ibrahim M et al. Recommendations for management of diabetes during Ramadan: update 2015. BMJ Open Diabetes Research and Care 2015; 3: e000108. doi:10.1136/bmjdrc-2015-000108.


กำลังโหลดความคิดเห็น...