xs
xsm
sm
md
lg

เปิดทางเลือกใหม่ สู่ความสวยและสุขภาพดีตลอดชีวิต กับหมอไอซ์ - พญ.ภัทรลดา

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ดีต่อชีวิต อย่างนี้ต้องไปลอง! เปิดประตูสู่โลกแห่งการแพทย์แนวทางเลือก “แมน เนเจอร์ เวลล์เนส” ที่การันตีการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ไม่ฝืนธรรมชาติ

เพราะกระแสการดูแลสุขภาพที่มาแรงในช่วงหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา นำพาให้เกิดคลินิกดูแลสุขภาพและความสวยความงามขึ้นมาอย่างมากมาย มองในแง่ดี นั่นคือตัวเลือกที่หลากหลายสำหรับแต่ละคนที่สนใจไม่เหมือนกัน แต่เราแน่ใจได้อย่างไรว่า ศูนย์สุขภาพหรือคลินิกนั้นๆ เหมาะกับ “โรค” ของเราอย่างแท้จริง นั่นยังไม่ต้องพูดถึงว่า น้อยแห่งนักที่จักมี “บริการดูแลสุขภาพ” แบบครบวงจร ตั้งแต่พื้นผิวร่างกายไปจนถึงภายใน ลงลึกไปจนระดับเซลล์

แต่ทุกอย่างที่ว่านั้น มีอยู่ที่ “แมน เนเจอร์ เวลล์เนส” ซึ่งเปิดมาได้ระยะหนึ่งแล้ว โดยมี “หมอไอซ์” พญ.ภัทรลดา ปราโมช ณ อยุธยา แพทย์หญิงสาวสวยผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย เป็นผู้ดูแลศูนย์สุขภาพแห่งนี้

บทสนทนากับคุณหมอต่อแต่นี้ อาจทำให้คุณเริ่มต้นทำสิ่งดีๆ ให้กับชีวิตคุณเอง ด้วยการเดินเข้าไปที่ “แมน เนเจอร์ เวลล์เนส” ... ไม่ต้องกลัวจะสิ้นเปลือง ... เพราะหมอไอซ์บอกว่า บางคนแค่รู้จักภาวะสุขภาพตัวเอง แล้วไปแก้ไขให้ถูกจุดด้วยตัวเอง เท่านั้นก็ประหยัด และสุขภาพดีได้อย่างยั่งยืนแล้ว...

• ถามในเบื้องต้นนี้ค่ะว่า Man Nature Wellness นี้มีความพิเศษไปจากศูนย์ดูแลสุขภาพทั่วไปอย่างไรบ้าง

ที่นี่เป็นคลินิกแพทย์แผนปัจจุบันผสมผสานกับแพทย์ทางเลือก คำว่าแพทย์ทางเลือกในที่นี้คือเราอยากให้คนไข้มีทางเลือกมากขึ้น ซึ่งจะมีทั้งหมด 3 ส่วน ส่วนแรกจะเป็นการเช็คอัพ ซึ่งแยกออกเป็นการเจาะเลือดตรวจหรือเรียกว่าการตรวจ Live Blood เป็นการเจาะเลือดแค่ที่ปลายนิ้ว สามารถเห็นสุขภาพของเม็ดเลือดแดงได้ว่าเม็ดเลือดแดงเป็นยังไง น้ำเลือดเป็นยังไง และจะมีการสแกนทั่วร่างกายด้วย ส่วนนี้เป็นการประเมินภาวะสุขภาพ เราจะใช้ตัวเครื่อง ES Teck เพื่อหาความผิดปกติของเซลล์

ส่วนที่สองเป็นการดีท็อกซ์ ตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่ว่าจะเป็นเส้นผม เราจะใช้น้ำที่เป็นตัวกรดคาร์บอนิกซึ่งมีความเข้มข้น จะไม่เหมือนน้ำโซดาทั่วไป เพราะเราจะเอาเครื่องที่ผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาให้มีความเข้มข้น พอผลิตออกมาเสร็จ ก็จะช่วยล้างโลหะหนักที่อยู่ในรากผมหรือหนังศีรษะ รวมถึงขับน้ำมันไขมันที่อยู่บริเวณหนังศีรษะด้วย แล้วก็จะมีในส่วนการดีท็อกซ์ลำไส้ ถ้าพูดถึงการดีท็อกซ์ลำไส้มันเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเราเชื่อว่าสุขภาพของคนเราจะดีไม่ดี จะเริ่มจากลำไส้ก่อน จะเห็นได้ว่าคนที่ระบบขับถ่ายดี กินอาหารดี ดูดซึมได้ดี จะมีผิวพรรณผ่องใส สุขภาพดี สมองปลอดโปร่ง ซึ่งนั่นคือความแข็งแรง

อีกอย่างในส่วนนี้ก็มีล้างหลอดเลือดหรือ chelation และกระตุ้นระบบน้ำเหลือง เป็นการนวดระบบน้ำเหลืองทั่วร่างกาย คือต่อมน้ำเหลืองจะมีอยู่ทั่วร่างกาย ปกติมันก็จะไหลเอื่อยๆ อยู่แล้ว แต่ว่าเราไปนวดเพื่อกระตุ้นระบบน้ำเหลือง ก็เหมือนกับท่อ ถ้ามันไหลเอื่อยๆ คือมันเริ่มจะมีสิ่งอุดตุนอยู่บ้าง แต่พอเราไปนวดกระตุ้น ก็จะทำให้การบีบตัวมันดีขึ้น สูบฉีดได้ดีขึ้น ระบบต่อมน้ำเหลืองไม่ได้เป็นการขับของเสียอย่างเดียว แต่มันทำงานควบคู่กับหลอดเลือด ทำหน้าที่ลำเลียงสารอาหารไปยังเซลล์ต่างๆ ด้วย

ส่วนที่สามจะเป็น Manager Lab คือการบำรุง ซึ่งแยกเป็น 2 ส่วน หนึ่งเลยก็คือจะเป็นการบำรุงโดยให้วิตามินทางหลอดเลือด สองคือเป็นการจัดอาหารเสริมต่างๆ ให้เหมาะในแต่ละบุคคล โดยที่เราจะทำเป็นอาหารเสริมเฉพาะบุคคล เช่น คนคนนี้ พอเราตรวจร่างกายปุ๊บ เรารู้ว่าเขาเป็นอะไร ขาดวิตามินอะไร เราก็จะออกแบบอาหารเสริมว่าเขาควรกินอะไรเท่าไหร่ ไม่ต้องไปซื้อกินทีนึง 7-8 เม็ด จะเหลือแค่กินวันละเม็ดสองเม็ดแค่นั้นเอง ซึ่งทุกอย่าง เราจะรวมอยู่ในเม็ดเดียวอยู่แล้ว

• ขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมอีกหน่อยค่ะว่า ทำไมเราต้องเช็คอัพ

อันที่จริง การเช็คอัพก็เหมือนการตรวจร่างกายปกติทั่วไป เปรียบเหมือนกับรถที่เราต้องมีการเช็ค โอเค เราอาจจะบอกว่ามันยังวิ่งได้อยู่ แต่เราก็ต้องเช็คดูว่าแบตเตอรี่เหลือพลังงานเท่าไหร่ หม้อน้ำ น้ำยังมีอยู่จริง แต่มันเต็มหรือเปล่า หรือมันพร่องไปแล้ว หรือใช้ได้อีกไม่กี่เดือนมันก็จะเจ๊ง จะเสียแล้ว เราไม่ต้องรอถึงจุดนั้น แอร์ก็เหมือนกัน แอร์ยังเย็นเลย แต่เราก็ไม่รู้ว่าฟิลเตอร์แอร์ เครื่องกรองแอร์มันสะอาดพอไหม มันเป็นการเปรียบเทียบที่คล้ายกับร่างกายเราได้ดีเลยค่ะ

โดยปกติ ถ้าเราไปโรงพยาบาล เราอยากจะตรวจเช็คอวัยวะต่างๆ เราก็เจาะเลือดซึ่งกว่าผลที่มันจะโชว์ว่าผิดปกติ ก็หมายความว่าอวัยวะนั้นๆ มันทำงานไม่ได้แล้ว มันถึงโชว์สิ่งผิดปกติ แต่เครื่องนี้ที่เราใช้ (ES Teck) อวัยวะนั้นมันยังทำงานได้เหมือนเดิม แต่มันเริ่มเสื่อม เริ่มมีสัญญาณเตือนแล้ว เครื่องนี้จะสามารถโชว์ได้ มันเป็นการตรวจที่ละเอียดถึงระดับเซลล์เพื่อให้รู้ว่าเซลล์ในอวัยวะนั้นๆ มันมีพลังงานเป็นยังไง แล้วซอฟต์แวร์มันจะแปลผลออกมา ซึ่งหมอจะมีหน้าที่อ่านผลนี้โดยที่ใช้ความรู้ทางการแพทย์ประยุกต์เข้ามา ร่วมกับการซักประวัติของคนไข้ในแต่ละบุคคล

เพราะฉะนั้น เมื่อเราตรวจเช็คอัพแล้ว หน้าที่ของคลินิกของเราก็คือ เราจะมาดูว่าคนไข้มีปัญหาอะไร 1 2 3 4 ปัญหานี้แก้ได้ด้วยวิธีไหน คือบางอย่าง เรามองว่าคนไข้หนึ่งคนมีปัญหาเยอะแยะมากมาย แต่จริงๆ มันอาจจะไม่ใช่แค่ระบบเดียว หรือระบบหนึ่งเสียไปแล้ว ระบบที่เหลือก็เสียหมดเลย มันไม่สัมพันธ์ ไม่สมดุลกัน เราก็จะมาจัดว่า เมื่อคุณมีปัญหาอย่างนี้นะ เช่น คนไข้นอนไม่หลับ ปัญหาล้านแปดเลย ถ้านอนไม่หลับในวัยหนุ่มสาว ก็เกิดจากสาเหตุหนึ่ง นอนไม่หลับในวัย 60-70 ปี ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง มันเป็นการสแกนที่เห็นผลออกมาเป็นระบบ 8 ระบบ โดยเราจะมีโมเดลโชว์ให้คนไข้เห็น พร้อมทั้งอธิบายไปทีละระบบ เพราะฉะนั้นคนที่เดินเข้ามาตรวจ 1 คน เราจะใช้เวลาคนละ 1-2 ชั่วโมง

จากขั้นตอนการเช็คอัพมาพอเห็นผลแล้วหมอจะวิเคราะห์ต่อว่าควรทำอะไรบ้าง บางคนมีปัญหาในเรื่องของการปวดหัวไมเกรนบ่อยๆ ช่วงก่อนเป็นประจำเดือน เราก็จะมานั่งซักประวัติดู ซึ่งบางอย่างมันจำเป็นต้องใช้อาหารเสริม เพราะร่างกายเขาไม่สมดุลโดยธรรมชาติของเขาแล้ว แต่บางคนปวดศีรษะซึ่งเกิดจากการที่เขามีคุณภาพการนอนที่ไม่ปกติ เราก็จะแนะนำว่าคุณต้องปรับเปลี่ยนชีวิตประจำวันนะ มันก็จะจบไป เมื่อเราเช็คอัพเสร็จ เราจะรู้ว่าแต่ละคนควรต้องทำสิ่งไหนบ้าง หรือบางคนอาจจะไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้ มีเยอะแยะเลยนะคะที่ไม่ต้องทำอะไร

เหมือนกับว่า พอเขามาเช็คอัพร่างกายแล้วเขาก็รู้ว่าตัวเขาเองไม่ต้องทำอะไรก็ได้ แค่ไปปรับเปลี่ยนตัวเอง เพราะเราไม่ได้แค่แนะนำว่าคนจะต้องทำคอร์สอะไร แต่เรายังแนะนำถึงว่ากลับไปคุณจะต้องปรับพฤติกรรมยังไง ปรับอาหารการกินยังไง โดยที่ตัวเขาก็ไม่ได้ลำบาก ไม่ใช่เดินมาถึงแล้วเราจะสั่งห้ามกินนั่นกินนี่ไปเลย ซึ่งเราก็รู้ว่าบางอย่างมันสุดโต่งเกินไป ซึ่งอันนั้นจะเป็นการรบกวนชีวิตประจำวันเขาด้วยซ้ำ เพราะหลักในการรักษาของเราคือเราจะหาสาเหตุ หาปัญหาก่อน อย่างที่สอง เราพยายามจะปรับให้มันกลับเข้ามาอยู่ในสมดุลโดยที่ไม่ได้รบกวนชีวิตประจำวันของเขามากนัก คือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้มันเหมาะกับแต่ละบุคคล ไม่ใช่เราไปบอกทุกคนว่านอนให้พอนะ แต่เขามีอาชีพต้องทำงานเป็นกะ เขาไม่สามารถที่จะเปลี่ยนงานได้ แล้วทุกคนจะต้องเป็นแบบนั้น เราก็อาจจะไปปรับตรงอื่น เสริมตรงอื่นให้เขาแทน

• แล้วในส่วนของการดีท็อกซ์ล่ะคะ มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง

เราต้องบอกก่อนว่าเราทำในสูตรดีท็อกซ์ เรามีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า โรคหรือความไม่สุขสบาย หรือความผิดปกติ มันเกิดจากที่เราได้รับมลภาวะ แล้วร่างกายขับออกไม่ทัน เมื่อร่างกายขับออกไม่ทัน เพราะว่าด้วยสภาพชีวิตของเรา เดินออกมาก็เจอฝุ่น เจอควัน เจอโลหะหนัก อาหาร สารปนเปื้อนต่างๆ ผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ที่ทำอาหารมันก็ปนเปื้อนทุกอย่างไปหมดเลย ร่างกายเราถ้าเป็นสมัยแต่ก่อน เราก็สามารถที่จะขับออกได้นั่นแหละ แต่ทีนี้เราเจอเยอะมากจนเราขับออกไม่ทัน เราก็ควรมาดีท็อกซ์ออกไปทั้งหมด นั่นแหละ ถามว่าจะต้องดีท็อกซ์กี่ครั้ง ในเมื่อต่อไปทำเสร็จแล้วออกไป เราก็ต้องไปเจอไปรับสารพวกนั้นอีก ซึ่งในเมื่อเราหลีกเลี่ยงตรงส่วนนั้นไม่ได้ เราก็ควรที่จะมาล้างมาทำความสะอาดบ้าง แล้วเราเข้ามาดูแลสุขภาพแล้วรู้ว่าอะไรไม่ดี เราก็เลี่ยงไป แล้วเราจะค่อยๆ ซึมซับไปเองว่าเราจะต้องปรับสุขภาพร่างกายของเรายังไงบ้าง

ส่วนนี้ก็จะมีเช่น Zoda Spa กระตุ้นการไหลเวียนเลือดบนหนังศีรษะและขับพิษจากการย้อมผมก่อนนะคะ ตรงนี้เราเชื่อว่าระบบการไหลเวียนมันเป็นจุดเริ่มต้น ถ้าระบบไหลเวียนดี มันก็นำพาออกซิเจน นำพาสารอาหารไปยังเซลล์ต่างๆ ได้ดี ทีนี้ระบบไหลเวียนของหนังศีรษะบ่งบอกหลายอย่าง คือกล้ามเนื้อของเราถ้ามันตึงมากๆ มันจะรู้สึกไม่สุขสบาย มันปวด คือปวดต้นคอ ปวดเมื่อยเนื้อตัว แล้วอีกอย่างหนึ่งเคยเป็นไหมคะ เวลาที่เราไม่ได้สระผมแล้วมันจะหนักหัว มันปวดหัว คือที่นี่จะมีการนวดก่อน นวดเพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียน จากนั้นเราก็ไปล้างเอาสารพิษออกโดยใช้น้ำโซดา

อย่างตัวหมอเองมาทำงานที่คลินิกเกือบจะทุกวัน หมอจะมาสระผมที่นี่ตลอด สระด้วยน้ำโซดานี่แหละ หมอจะมีปัญหาเรื่องผมบาง หนังศีรษะมัน เป็นรังแค หมอก็มาสระตั้งแต่เริ่มทำคลินิกตอนนี้ก็หลายเดือนแล้วนะ ตอนนี้ปัญหาหนังศีรษะก็ลดลง ผมหนาขึ้น ซึ่งเราก็เชื่อว่าน่าจะเป็นที่ระบบไหลเวียนมันดีขึ้น การที่เราขับของเสียออกไป มันก็ทำให้ผมได้สารอาหาร เราเติมสารอาหารลงไป มันก็ได้รับดีขึ้น ข้อเสียตรงนี้ไม่มีเลยค่ะ

ต่อมาเป็นเครื่องโครอน ไฮโดรเทอราพรี เครื่องนี้จะใช้ดีท็อกซ์ลำไส้หรือว่าล้างลำไส้ใหญ่ (Colon Detox) เพราะโดยปกติ ลำไส้ใหญ่มีหน้าที่ดูดซึมพวกสารอาหาร วิตามินแร่ธาตุต่างๆ อยู่แล้ว ส่วนที่เหลือที่เป็นกากก็จะขับออกมาเป็นอุจจาระ ทีนี้มันก็จะมีบางส่วนที่ตกค้างอยู่เพราะว่าลำไส้ของเรามันเป็นปล้องๆ แล้วมันก็บีบตัวไล่ในแต่ละส่วน แต่พอเราอายุมากขึ้น บางคนก็เหมือนว่าจะคั่งค้างการถ่ายนานหรือบางคนถ่ายทุกวันก็ยังมีตกค้าง เราก็ควรจะมีการดีท็อกซ์หรือล้างลำไส้บ้าง

บางคนที่เป็นโรค เช่น มีเรื่องผื่นแพ้ หรือบางคนแพ้อาหาร ปวดเมื่อยเนื้อตัวเรื้อรัง เมื่อมาปรับในเรื่องของระบบลำไส้แล้วเติมแบคทีเรียตัวดีเข้าไป ก็จะเกิดความสมดุลในลำไส้ ทำให้ระบบการทำงานของร่างกายดีขึ้น เป็นการออกกำลังกายลำไส้ด้วย แต่ข้อเสีย ส่วนใหญ่จะไม่ได้พบเท่าไหร่ เพราะคนที่เราห้ามไม่ให้ทำเลยจะเป็นคนไทยที่อายุเยอะความดันไม่คงที่ หรือคนไข้ที่มีปัญหาในช่องท้อง มีก้อนในท้อง หรือเป็นมะเร็งลำไส้ เราก็จะไม่แนะนำให้ทำอยู่แล้ว

อีกอย่างหนึ่ง การขจัดพิษและโลหะหนักในเลือด (Chelation) ตัวนี้แต่เดิม เราเอาไว้ล้างพวกโลหะหนักออกจากร่างกาย แต่ไปๆ มาๆ หลอดเลือดที่แข็งตัว มันจะมีหินปูนมาเกาะอยู่ พอหินปูนมาเกาะอยู่ เราก็ไปล้างหินปูนแคลเซียมตัวนี้ออกมา แล้วร่างกายก็จะกระตุ้นฮอร์โมนตัวหนึ่งเพื่อดึงแคลเซียมที่เราล้างออกมากลับเข้าสู่กระดูก ทำให้กระดูกเราหนาตัวขึ้น แต่ข้อเสียก็คือคนเป็นโรคไต เราไม่ให้ทำเลยเด็ดขาดค่ะ

อีกอย่างที่อยากแนะนำ คือการนวดกระตุ้นระบบน้ำเหลือง ตัวนี้ดีมากๆ ส่วนตัวหมอชอบมาก เพราะระบบน้ำเหลืองมีอยู่ทั่วร่างกาย หนึ่งคือได้เรื่องการผ่อนคลาย สองได้ระบบไหลเวียน สามได้เรื่องการไหลเวียนน้ำเหลือง บำรุงผิวพรรณด้วย ได้เรื่องรีแลกซ์ด้วย

สุดท้าย การดีท็อกซ์หน้ากติผิวของเรา หน้าเราจะต้องมีการผลัดเซลล์ตลอดอยู่แล้ว แต่พอเราอายุมากขึ้น ร่างกายเราไม่สมดุล การปรับเซลล์ในร่างกายก็ไม่สมดุล เพราะฉะนั้น หน้าเราจะมันบางจุด แห้งบางจุด ไม่กระจ่างใสบ้างในบางคน เราก็จะมีผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งที่จะมาช่วยปรับสมดุลผิวหน้า จากที่มันไม่ค่อยผลัดเซลล์ผิวก็จะกลับมาผลัดตามปกติ ไม่ได้ลอกหน้านะคะ ไม่ใช่การลอก แต่เป็นการทำความสะอาดแล้วก็ปรับสมดุลผิวหน้าแล้วตามด้วยการนวดหน้าซึ่งเป็นการนวดตามจุดฝังเข็ม เป็นการนวดเพื่อผ่อนคลาย การนวดหน้าของเราไม่เหมือนที่อื่น เพราะทุกอย่าง ทุกผลิตภัณฑ์ที่เราทำส่วนใหญ่มันเกิดประโยชน์ทั้งนั้น อะไรที่มันเกิดโทษ เราก็ไม่ทำ และเราต้องเลือกว่าใครเหมาะสมที่จะทำ ใครไม่ควรทำอะไร

• แล้วส่วนที่ 3 ซึ่งเกี่ยวกับวิตามินและอาหารเสริมล่ะคะ สำคัญหรือจำเป็นอย่างไรบ้าง

ส่วนของวิตามินต้องบอกก่อนว่าส่วนตัวหมอเองเป็นคนกินวิตามินค่อนข้างเยอะมาก กิน 8 เม็ดต่อมื้อเลยนะ ไม่ใช่ 8 เม็ดต่อวัน ซึ่งเราก็ไปอ่านข้อมูลในบทความต่างๆ ว่า วิตามินนี้ดีนะ วิตามินนั้นดีนะ เราก็กินหมดเลย เพราะเราอยากบำรุงสมอง บำรุงตับ บำรุงไต บำรุงผิวพรรณ บำรุงทุกส่วน บำรุงหมดเลย ซึ่งหมอก็ไม่ได้ปฏิเสธว่ามันไม่ดี แต่ถามว่าดีแล้วมันเหมาะกับเราไหม เราต้องการมันจริงๆ หรือเปล่า คืออย่างบางคน เขาก็ไม่ได้มีความจำเป็น จะไปกินทำไม แต่บางคนก็ไม่รู้ว่าขาดอะไร เราก็กินดะไปเลย ถามว่าเกินผลเสียไหม มันก็ไม่ได้เกิดผลเสียหรอกค่ะ แต่มันอาจจะเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ แต่ถ้ามาที่เรา เราจะเลือกให้ว่าคุณควรที่จะเสริมอะไร อันไหนมีอยู่ในอาหาร คุณก็ไปกินในอาหาร ไม่ต้องมานั่งกินเป็นเม็ด แล้วถามว่าทำไมต้องให้วิตามินทางหลอดเลือด คือบางอย่างในระดับเซลล์ ร่างกายเราจะมีกระบวนการการสร้างพลังงาน การเผาผลาญอยู่แล้ว ทีนี้ ระหว่างที่มันเกิดพลังงานต่างๆ ร่างกายก็จะมีสารอนุมูลอิสระเกิดขึ้นอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวัน การกินอาหาร ความเครียดหรืออะไรต่างๆ ทำให้มันเกิดหมด การที่เราให้เป็นวิตามินหลอดเลือด ก็คล้ายๆ เป็นการบู๊ตร่างกายสักที

นอกจากนี้ ในเรื่องของการรักษา เรายังมีเครื่องเก้าอี้ตัวหนึ่งชื่อว่า "Pelvi Center" ซึ่งเรารู้ว่าคนไข้ที่เป็นผู้หญิง เวลาที่อายุมากขึ้น กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานจะอ่อนแอ จะกลั้นปัสสาวะไม่ค่อยอยู่ หรือรู้สึกว่าปัสสาวะบ่อย แต่ปัสสาวะไม่สุด เก้าอี้ตัวนี้มันจะไปช่วยบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ทำให้มันแข็งแรงขึ้น การนั่งเก้าอี้ในแต่ละครั้ง อาจจะประมาณ 20 นาที แต่เหมือนกับว่าเราขมิบเป็นพันๆ ครั้ง คนไข้ที่เคยมีปัญหาปัสสาวะเล็ด ก็รู้สึกคุมปัสสาวะได้ดีขึ้น หรือคนไข้ผู้ชายที่มีปัญหาเรื่องการหลั่ง รู้สึกว่าหลั่งเร็ว คุมไม่ได้ พอมานั่งเก้าอี้ตัวนี้มันทำให้กล้ามเนื้อช่องเชิงกรานมันแข็งแรงขึ้น

ถามว่าแต่ละอย่างต้องทำบ่อยไหม อันนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละคน ถ้าเราอยากทำแค่บำรุง ก็แล้วแต่เรา ถ้าวันนี้อยากบำรุง เราก็เดินเข้ามาบำรุง แต่ถ้าจะทำเพื่อการรักษาโรค เช่น บางคนมีปัญหาเรื่องภูมิแพ้ ก็จะมีการให้วิตามินบางอย่างทางหลอดเลือดที่ทำให้อาการภูมิแพ้ดีขึ้นหรือบางคนมีปัญหาที่ตับ การทำงานของตับล้า เราก็อยากให้วิตามินมาบำรุงตับ บางคนอาจจะต้องทุกหนึ่งสัปดาห์ หรือสองสัปดาห์ครั้งก็ได้ หรือบางคนมีปัญหาเรื่องหลอดเลือดหนาตัวมากๆ เราก็จะดูว่าเราวัดมาแล้วหลอดเลือดหนาตัวขนาดไหน ถ้ามันหนาตัวมาก ถามว่าทำสัปดาห์ละครั้งไหวไหม ก็ไม่พอ ถูกไหมคะ แล้วแต่บุคคลไปค่ะ

• อยากทราบถึงเจตนารมณ์ที่นำพามาสู่การเปิดคลินิกแห่งนี้ว่ามีที่มาอย่างไรคะ

ก่อนที่จะเปิดคลินิก โดยส่วนตัวของหมอ หมอรู้สึกว่าเราอายุยังน้อย เพราะฉะนั้นเราก็ยังมีกิเลสในเรื่องของความสวยความงาม มันเลยเริ่มมาจากที่ตัวเราอยากสวย แต่สุดท้าย เราก็ค้นพบว่า กว่าที่เราจะสวยได้เนี่ย เราต้องกินวิตามินวันละสิบๆ เม็ด ไหนเราจะต้องไปเข้าคลินิก ทำเลเซอร์ แล้วก็ต้องไปทำเรื่อยๆ ซึ่งเราก็ไม่ได้มีเวลามากมายขนาดนั้น แล้วอะไรที่จะทำให้มันยั่งยืนได้ล่ะ ซึ่งตรงนี้มันก็น่าจะต้องเกิดจากภายในทั้งหมด ตั้งแต่นั้นมาก็เลยเริ่มศึกษา เริ่มทดลอง หาเรียน

พอศึกษาไปเรื่อยๆ เราก็ได้ค้นพบว่า การที่เรามีสุขภาพที่ดีจากภายใน คือระบบเราต้องสมดุล ร่างกายเราต้องทำงานอย่างสมดุล เราเจ็บเราป่วยมันเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ามันสมดุล เราจะไม่ทรมาน แล้วเราก็มีกำลังวังชาในการใช้ชีวิตประจำวันไปตามที่ต่างๆ ได้ ประกอบกับที่นี่ เขาอยากจะสร้างศูนย์สุขภาพ เพราะเขามีความเชื่อว่าธรรมชาติมันสร้างให้เราแข็งแรงที่สุด ถ้าเราพยายามปรับสมดุลของร่างกายให้มันกลับสู่ธรรมชาติ คือระบบต่างๆ มันทำงานได้สัมพันธ์กัน ฮอร์โมนหลั่งปกติ ร่างกายก็จะแข็งแรง (ยิ้ม)

• การมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน สำหรับหมอไอซ์เป็นอย่างไรคะ

ความเป็นจริงคนเราต้องเกิดแก่เจ็บตายอยู่แล้ว แต่คำว่ายั่งยืนในที่นี้ก็คือเมื่อเราอายุเยอะขึ้น เราก็มีคุณภาพชีวิตที่ดี เราไม่ได้นอนเป็นผักเป็นปลาอยู่แต่ในบ้าน เรายังสามารถไปไหนมาไหนได้ ความจำดี เดินเหินไปเที่ยวได้ คือใช้ชีวิตมีความสุขจนวินาทีสุดท้ายของชีวิตได้ หมอว่าอันนี้เขาเรียกว่ามีคุณภาพ ซึ่งในทางกลับกัน ถ้าไม่มีคุณภาพคือ เราไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ จะไปไหนก็ต้องพยุง เจ็บปวดไม่อยากไปไหน

การดูแลตัวเองที่ดีอย่างยั่งยืน อย่างแรก ต้องเริ่มจากการรับประทานอาหารก่อน เราต้องทานอาหารที่เหมาะกับเรา ซึ่งจะมีคนพูดถึงการทานอาหารตามกรุ๊ปเลือดไว้ด้วย อย่างที่สองก็ต้องพยายามปรับสมดุลตามนาฬิกาชีวิต การกิน การนอน อย่างที่สาม เลือกการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตัวเรา

อย่างการใช้ชีวิตของหมอ ทุกวันนี้ เราก็ยังทำงานหนักอยู่เราก็ตื่นมาต้องพยายามทานข้าวเช้า ส่วนตัวหมอเอง เราไม่ต้องกินวิตามินเสริมอะไรมากมาย แต่หมอยังมีความจำเป็นเพราะหมอต้องใช้พลังงานเยอะ ใช้สมองเยอะ ทำงานเยอะ เพราะฉะนั้น เราก็จะขาดพลังงานในระดับหนึ่งอยู่แล้ว เราก็ต้องทานอาหารเสริมบ้าง พอกลับถึงบ้านหมอจะพักผ่อน รีแลกซ์ แล้วจะนั่งสมาธิก่อนนอนอยู่แล้ว เหมือนเราจะทำสมาธิปล่อยจิตให้ว่างๆ แล้วก็ทบทวนว่าวันนี้เราทำอะไร แล้วพรุ่งนี้เราจะทำในสิ่งที่เราเคยทำในสิ่งที่เราผิดพลาดในแต่ละวันยังไง วันหยุด หมอจะทำในสิ่งที่เราชอบ เพราะเราต้องหยุดเพื่อพัฒนาตัวเองด้วย ออกกำลังกายบ้างให้มันเกิดการสมดุลค่ะ

• ว่าไปแล้ว คลินิก MW (Man Nature Wellness) แตกต่างจากที่อื่นตรงไหนอย่างไรบ้าง

อย่างแรกเลย เรื่องคุณภาพ นโยบายด้านคุณภาพของเราเราจะเน้นใช้ของที่มีคุณภาพดีอยู่แล้ว ผู้บริหารทดลองเองก่อน อย่างที่สอง เราเป็นศูนย์ดีท็อกซ์ที่รวมทุกอย่างตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วอย่างที่สาม ในการเสริม เราพยายามที่จะเลือกการเสริมให้เป็นเฉพาะบุคคล เราไม่ได้เน้นขายคอร์ส หรือถ้าซื้อคอร์ส แต่สูตรคอร์สของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน เพราะเราเน้นให้เข้ากับทุกคนจริงๆ

อีกอย่างหนึ่ง ต้องย้อนกลับมา ตอนสร้างคลินิก คือหนึ่งเลย เกิดจากตัวหมอเองที่หมออยากสวย แต่พอหมอได้เข้ามาเรียนปุ๊บ เรากลับมาค้นพบว่านอกจากจะทำให้เราสวยได้แล้ว มันยังมีการบำรุงอย่างอื่นและปรับปรุงอย่างอื่นที่เราสามารถทำให้สุขภาพเราแข็งแรงได้ด้วย เราว่ามันรู้สึกดี มันสะดวกสบาย แล้วก็มีการใช้ชีวิตที่มันมีคุณภาพมากขึ้นค่ะ

  • ถ้ามีคนสนใจมาขอรับคำปรึกษาจากคุณหมอต้องทำอย่างไรบ้างคะ

ที่นี่ตอบโจทย์ทุกเพศ ทุกวัย คนที่เข้ามาใช้บริการมีหลากหลาย ทุกคนสามารถเดินเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นโรค ไม่เป็นโรค หรือมีปัญหาอะไร เดินเข้ามาได้เลย เพราะเราสามารถที่จะช่วยแก้ปัญหาได้ค่ะ แนะนำให้เข้ามาสกรีนนิ่งก่อนว่าเราเริ่มเสื่อมตั้งแต่ตอนไหน เพราะบางทีเราไม่รู้ตัว เราไปรู้อีกทีตอนป่วยแล้ว ซึ่งนั่นมันจะไม่ดีแน่นอนค่ะ (ยิ้ม)

แต่ว่าคนส่วนใหญ่มักจะมาเพราะว่ามีความทุกข์ คือเรามีความทุกข์ ความไม่สุขสบาย ในคลินิกเรา เราจะมองว่า อะไรก็ตามที่มันรบกวนชีวิตประจำวัน อันนั้นมันคือปัญหา อะไรก็ตามที่ทำให้เกิดความทุกข์ ความไม่สุขสบายในการใช้ชีวิต อันนั้นคือปัญหา เราก็จะพยายามช่วยแก้ อย่างบางคนมีปัญหาว่าเป็นสิวอยู่ตลอดเวลา เขาจะทำยังไงดี เขาก็ไปหาหมอรักษาสิว แต่บางคนหายแล้วก็กลับมาอีก เราก็จะบอกว่านอกจากคุณจะต้องปรับพฤติกรรมในการทำความสะอาดใบหน้าแล้ว อะไรบ้างที่คุณจะต้องเสริมเข้าไป หรืออะไรบ้างที่จะต้องเอาออก เช่น ร่างกายมันผลิตน้ำมันเยอะเกินไปไหม มันไม่สมดุล เพราะปกติ คนเราก็จะต้องมีความสมดุลใช่ไหมคะ เราก็จะหาสาเหตุให้ว่าทำไมร่างกายผลิตออกมาเยอะมาก เราก็จะไปแก้ตรงนั้นร่วมกันกับการลดความมันบนใบหน้าเพื่อแก้ให้ตรงจุด

ราคาต่อคอร์สก็จะสมเหตุสมผลนะคะ เริ่มต้น 350 - 4,000 บาท อย่างการรักษาสิว หน้ามัน ผิวหน้า ไม่กระจ่างใส เราจะดูแลให้ทั้งหมดจะตกอยู่ที่ 1,500 บาทต่อครั้ง จะให้ทั้งการวิตามินเสริม การดูแลดีท็อกซ์หน้าเลยค่ะ (ยิ้ม)

เคยมีเคสหนึ่ง เป็นคู่รักกำลังจะแต่งงาน ไปโรงพยาบาล ไปตรวจนู่นนี่นั่นก่อนแต่งงาน แต่ลืมไปหรือเปล่าว่าเราแต่งงาน การมีแผนที่จะมีลูก การกินโฟลิกซ์อย่างเดียวมันไม่พอแล้ว เรารู้ว่าร่างกายเรามันมีสาร มันไม่ค่อยคลีนเท่าไหร่ เราก็จะมีการจัดโปรแกรมตรวจก่อนที่จะมีลูก แล้วก็วางแผนว่าคุณต้องทำทรีทเมนท์ผลิตภัณฑ์บางอย่างที่ทำให้ระดับเซลล์เราดี มีพลังงาน แข็งแรง แก้ได้ บำรุงเสริมเพื่อเตรียมความพร้อมได้ด้วย ป้องกันก่อนได้ด้วย

หรือเคสที่หนักเข้ามาทำแล้วดีขึ้น ก็อย่างยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า มีคนไข้คนหนึ่งเขามีปัญหาเรื่องเบาหวานแล้วก็แทบจะเป็นลามไปในทุกอวัยวะเลย ไตก็เริ่มเสื่อมแล้ว มีแผลด้วย แผลก็หายช้า เขาก็พยายามจะคุมน้ำตาลนะคะ แต่เขาก็คุมไม่ได้สักที พอมาถึงปุ๊บเราก็พยายามจะตรวจ พยายามจะช่วยเขา โอเค เขาคุมทุกอย่างแล้ว แต่มันยังติดอยู่บางอย่างคือ เซลล์บางเซลล์มันขาดอาหาร ทำให้การทำงานทำได้ไม่เต็มที่ เราก็ไปเติมอาหารตรงนั้น ปรากฏว่าตอนนี้เขาก็ใช้ยาเบาหวานจากที่ปกติต้องกินมื้อละ 2 เม็ด ตอนนี้ก็ลดเหลือวันละครึ่งเม็ด คือเราไม่ได้บอกว่าเรารักษาให้เบาหวานหายนะคะ แต่เรามีความรู้สึกว่าเรารักษาแล้วเขาดีขึ้น เขากินยาน้อยลง เขาสดชื่นมากขึ้น เขาใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ แค่นี้เขาก็แฮปปี้แล้วล่ะค่ะ



 

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ “ศูนย์สุขภาพ แมน เนเจอร์ เวลล์เนส” (ถนนรัชดาภิเษก) 02 - 276 - 5093 ถึง 4 หรือ 096 - 081 - 2533 หรือ “แมน เนเจอร์ แลป” (บ้านพระอาทิตย์) ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 - 629 - 4603 ถึง 4 หรือ 096 - 065 - 3684 ถึง 5




เรื่อง : วรัญญา งามขำ
ภาพ : พงษ์ฤทธิ์ฑา ขวัญเนตร

กำลังโหลดความคิดเห็น...