xs
xsm
sm
md
lg

Review: Death Stranding โลกวอดวายของ "นายส่งของ"

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



แนว แอ็คชั่นผจญภัย
ระบบ PS4 (PC ออกกลางปีหน้า)
เรตเกม PEGI: 18 เหมาะสำหรับผู้เล่นที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

จินตนาการแปลกใหม่สดจากไร่ Kojima Productions กับเรื่องราวสุดประหลาดยากที่จะฝืนกลืนลงคอของ พ่อหนุ่มพนักงานส่งพัสดุแสนธรรมดา ที่ชะตาฟ้าลิขิตมาให้เป็นผู้กอบกู้โลก

Death Stranding มันเป็นผลงานกำกับชิ้นล่าสุดของ "ฮิเดโอะ โคจิมะ" บิดาผู้อยู่เบื้องหลังซีรีส์เกมเมตัลเกียร์โซลิด ที่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นนักพัฒนาเกมอิสระไร้สังกัด ซึ่งในครั้งนี้เราจะได้เห็นจินตนาการของเขาถูกปลดปล่อยออกมาเต็มที่ โดยไม่มีผู้ใหญ่เบื้องบนมาคอยเป็นอุปสรรคขวางกั้น จนอาจพูดได้ว่านี่แหละคือตัวตนที่เฮียแกแอบทนเก็บอั้นมานาน

เนื้อหาในเกมเกริ่นย้อนเล่าถึงเหตุการณ์ระเบิด บิ๊กแบง ที่เป็นจุดกำเนิดของจักรวาล โลก และบรรดาสิ่งมีชีวิตที่เรารู้จัก พร้อมกับตั้งข้อสมมติฐานว่ามันจะเป็นเช่นไร หากเหตุการณ์ระเบิดใหญ่ครานั้นมันได้เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง และผลลัพธ์กลับสวนทางกลายเป็นทำลายทุกสรรพสิ่ง ซึ่งโลกอนาคตที่เราเห็นในเกมก็คือโลกหลังผ่านการระเบิดหนที่สอง อันมีสภาพรกร้างว่างเปล่าเต็มไปด้วยซากปรักหักพังที่ถูกธรรมชาติกลืนกิน สิ่งมีชีวิตประหลาดเดินเพ่นพ่าน และเกิดปรากฏการณ์ต่างๆมากมายที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้ ประชากรมนุษย์ที่เหลือรอดต่างพากันหลบซ่อนอยู่ในอาคารใต้ดินปลีกตัวตัดขาดจากโลกภายนอก ทำได้เพียงแค่ติดต่อสื่อสารผ่านภาพและเสียงเท่านั้น ส่วนทรัพยากรสิ่งของที่จำเป็น การจะได้มาต้องอาศัยพึ่งพาพนักงาน "พาหะส่งของ" (Courier) ของบริษัทขนส่ง ที่ต้องยอมเสี่ยงตายออกไปข้างนอกฝ่าฟันกับอสูรกาย กองโจร และสภาพอากาศอันเลวร้าย เพื่อความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายของคนในเมือง

แซม พนักงานส่งของ กับภารกิจที่มีเขาคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้
ตัวละครเอก Sam Porter Bridges ของเรา เขาก็เป็นหนึ่งในพนักงานพาหะนำส่งสินค้าเช่นเดียวกัน แต่ด้วยความชำนาญพิเศษเฉพาะตัวแบบที่ไม่เหมือนใคร จึงทำให้เรื่องราวของเขาถูกโจษจันเล่าขาน และเป็นที่ต้องการตัวของผู้นำประเทศ ผู้มีจุดมุ่งหวังหมายเชื่อมต่อศูนย์อาคารแหล่งกบดานของมนุษย์แต่ละแห่ง เพื่อผสานผืนแผ่นดินอเมริกาที่ปัจจุบันเป็นเพียงแค่ UCA (United Cities of America) ให้กลับมายิ่งใหญ่รวมเป็นหนึ่งอีกครั้ง ซึ่งคงไม่มีใครเหมาะสมกับภาระหน้าที่อันแสนหนักอึ้งนี้เท่ากับ แซม บุรุษส่งของผู้เป็นตำนาน และตัวแทนความหวังเดียวของมวลมนุษยชาติ

ทีมพัฒนาได้เลือกใช้ ความแปลกพิสดาร ในการอธิบายถ่ายทอดสิ่งต่างๆบนโลกที่ถูกทำลายล้างแปรเปลี่ยนสภาพไปจากเดิม ดังนั้นทุกอย่างในเกมจึงดูกลับตาลปัตรไม่เป็นเหมือนอย่างที่พวกเราเห็นกันในปัจจุบัน ไม่ว่าจะช่วงเวลาที่มีแต่กลางวัน น้ำทะเลที่เป็นสีดำ สายรุ้งที่โค้งกลับหัว หรือวัตถุสิ่งของบางอย่างที่สามารถลอยได้ ซึ่งปรากฏการณ์ทั้งหมดทั้งมวลล้วนมีคำอธิบายที่มาที่ไปของมันเอง หากเรายอมอดทนเล่นลึกไปเรื่อยๆ แต่ในส่วนของการแบกสินค้าสัมภาระขึ้นหลังเพื่อไปส่งจุดหมายปลายทางนั้น ยังคงอาศัยกฎฟิสิกส์ขั้นพื้นฐานอยู่เหมือนเดิม

โดยตัวเกมจะเพิ่มปัจจัยหลักอย่าง โมเมนตัม เข้ามา เพื่อให้ผู้เล่นคอยใส่ใจในเรื่องของน้ำหนัก หากโลภมากบ้าหอบฟางคิดขนสินค้าทั้งหมดไปส่งหลายที่ในเที่ยวเดียว ก็อาจพบอุปสรรคน้ำหนักเกินเดินช้าเคลื่อนไหวลำบาก เพียงแค่สะดุดก้อนหินเล็กๆหรือเจอทางลาดชันก็อาจทำเสียหลักลื่นไถลข้าวของหล่นแตกเสียหายได้ ทางที่ดีคือเราต้องรู้จักพอประมาณ และคอยหมั่นสังเกตสมดุลของตัวละครอยู่เสมอ หากเริ่มเห็นเซเทเอียงไปทางใด ก็ต้องรีบควบคุมอนาล็อกกดปุ่มในทิศทางตรงข้ามให้ไวเพื่อถ่ายโอนน้ำหนักให้สมดุล

จะเดินหรือจะวิ่ง ตาต้องมองพื้นตลอด
แม้ภารกิจของเราในเกมนี้จะเป็นแค่การส่งของจากจุด A ไปจุด B แต่เมื่ออยู่ในมือของ โคจิมะ แน่นอนว่ามันย่อมไม่ธรรมดา ด้วยความละเมียดละไมเอาใจใส่ในดีเทลปลีกย่อย ที่ทำให้มันเป็นเกมแนว Delivery Simulator สมจริงที่สุดเท่าที่โลกนี้เคยมีมา ตั้งแต่การเดินสำรวจที่ตรวจจับละเอียดทุกย่างก้าวมีระบบฟิสิกส์แยกจากกันอิสระในเท้าแต่ละข้าง (ข้างนึงเหยียบหญ้า อีกข้างเหยียบหิน ความรู้สึกเวลาเดินก็จะไม่เหมือนกัน) ไปจนถึงการจัดเรียงวางสัมภาระต่างๆในกระเป๋า ที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะแบกขึ้นหลัง ติดหัวไหล่ เหน็บเอว สะพายข้าง หรือใช้สองมือที่ว่างถือเอา ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้เล่นต้องใช้สมองคิดวางแผนให้เหมาะสมตามสภาพของสินค้า ทั้งอาหาร ยารักษาโรค สินค้าหนัก ของแตกหักง่าย หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิต อีกทั้ง ผืนแผ่นดิน ที่พวกเราเดินเหยียบย่ำกันนั้น หากลองสังเกตดีๆเส้นทางไหนที่มีรอยเท้าเราเดินผ่านบ่อยๆ พื้นผิวหน้าดินบริเวณตรงนั้นจากที่เคยขรุขระทุรกันดาร ก็จะค่อยๆปรับสภาพเกิดเป็นทางเท้าราบเรียบตามธรรมชาติ ให้พวกเราใช้เดินทางกันอย่างสะดวก

จัดวางสัมภาระให้เหมาะสม จะได้สะดวกต่อการเดินทาง
นอกเหนือจากสภาพแวดล้อมเส้นทางที่ไม่เอื้ออำนวย ภายในเกมผู้เล่นยังต้องรับมือกับ 3 อุปสรรคสำคัญที่ควรพึงระวังในระหว่างการขนส่งสินค้า อันได้แก่ "เวลาตก" (Timefall) ปรากฏการณ์เม็ดหยดน้ำร่วงหล่นจากท้องฟ้าคล้ายสายฝน ที่จะเร่งเวลาของทุกสิ่งอย่างที่มันสัมผัสแตะต้อง หากเป็นสิ่งมีชีวิตก็จะเหี่ยวเฉาแห้งตาย หรือถ้าเป็นวัตถุสิ่งของก็จะสนิมเขรอะเสื่อมสลายใช้การไม่ได้ บีบให้เราต้องคอยสอดส่องมองหาที่กำบังอยู่เสมอเวลาฟ้าเริ่มครึ้ม, Mule แก๊งหัวขโมยมนุษย์ด้วยกันที่ลุ่มหลงคลั่งไคล้ในตัวสินค้าคอยดักปล้นชิงทุกสิ่งมีค่าที่ผ่านเข้ามา (จะหนีหรือสู้ก็ได้ทั้งนั้น แต่หากตัวเราไร้ของก็สบายไป) และศัตรูตัวสุดท้าย BT เหล่าภูตผีปีศาจล่องหนเหนือธรรมชาติที่มักเดินเพ่นพ่านอยู่ในโลกโอเพ่นเวิลด์ ถึงแม้จะไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า แต่เราก็สามารถรับรู้ถึงมันได้ผ่านเจ้าเด็กน้อยในขวดโหล BB ที่ติดอยู่กลางอก ซึ่งจะคอยช่วยส่งสัญญาณแจ้งเตือนกระพริบไฟระบุตำแหน่งให้เราอย่าเข้าไปใกล้ตรงจุดนั้น ซึ่งการมีตัวตนอยู่ของหนูน้อย BB นับเป็นข้ออ้างที่ดีในการประยุกต์ใช้ลูกเล่นลำโพงทารกส่งเสียงร้อง และฟังก์ชันตรวจจับการเอียงโยกเยกเอยบนจอย Dualshock 4 อย่างเต็มที่

โอ๋เอ๋ๆ ลูกใครหว่า? หน้าไม่เหมือนเราเลย
เช่นเดียวกับ งานบริการขนส่งทั่วไป หากเรานำส่งสินค้าไปถึงจุดหมายปลายทางได้สำเร็จ ทางด้านผู้รับก็จะมีการให้ดาวให้คะแนนมากน้อยตามความรวดเร็วและสภาพความสมบูรณ์ของสินค้า โดยคะแนนเหล่านี้จะถูกเก็บสะสมไปยกระดับค่าพลังด้านต่างๆเหมือนกับเป็นการอัปเกรดตัวละคร นอกจากนี้พวกวัตถุดิบ Material ที่เก็บหามาได้ระหว่างทาง เราก็สามารถนำไปคราฟต์สร้างเป็นอาวุธ หรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อให้การส่งของในครั้งต่อๆไปเป็นไปอย่างราบรื่นไม่ลำบากเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งตัวช่วยแต่ละอย่างล้วนน่าสนใจ เช่น Motorcycle พลังงานแสงอาทิตย์ชาร์จไฟในตัว, ชุดโครงเหล็ก Power Skeleton เสริมพลังช่วยให้เราแบกของได้มากขึ้น หรือชุดเพิ่มความเร็ว Speed Skeleton ที่เน้นความว่องไวกระโดดไกลข้ามหุบเหว ไปจนถึงทุ่นวางของ Floating Carrier ลอยตามเราที่สามารถขึ้นไปขี่ใช้แทนสเก็ตบอร์ดได้ นับเป็นไอเดียเก๋ไก๋ที่ทำให้การเดินทางน่าเบื่อชวนหาวของ แซม แลดูมีสีสันขึ้นมาบ้าง

Zipline อีกหนึ่งตัวช่วยที่ควรสร้างไว้ จะได้ไม่เหนื่อยภายหลัง
สำหรับฟีเจอร์ออนไลน์ของเกมนี้ จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับซีรีส์ Dark Souls ที่ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องเห็นหน้ากัน แต่ก็สามารถสื่อสารรับรู้ถึงกันได้ผ่านวัตถุสิ่งของภายในฉาก อาทิ บันไดที่มีผู้เล่นคนอื่นพาดวางไว้ก่อนหน้า, เชือกโรยตัวตามหน้าผาที่มีคนใจดีปักให้เราปีน, ป้ายสัญญาณแนะทริค-ให้กำลังใจ-แจ้งเตือนภัยต่างๆ ไปจนถึงสิ่งปลูกสร้างอย่างสะพานข้ามและถนนหนทาง ที่ทุกคนร่วมใจกันสละวัตถุดิบในตัวคนละเล็กคนละน้อยช่วยกันสร้าง กลายเป็นมรดกตกทอดให้คนรุ่นหลัง (ดังนั้นคนซื้อเกมนี้มาเล่นทีหลังจะได้เปรียบมาก) ซึ่งสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้หากมีใครเดินผ่านมาแล้วใช้ประโยชน์จากมัน ตัวผู้สร้างก็จะได้รับรางวัลหนึ่ง Like จากเขาอัตโนมัติ แถมยอดไลค์ในเกมนี้ยังส่งผลโดยตรงต่อการเล่นซะด้วย

บันไดใคร เอาไลค์จากเราไปเลย
ส่วนเรื่อง Combat เกมเพลย์ตอนต่อสู้ แฟนๆคงต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า นี่ไม่ใช่เกมแนวแอ็คชั่นสายลับ ฉะนั้นจงอย่าคาดหวังว่ามันจะสูสีใกล้เคียงกับซีรีส์เกมดังระดับตำนาน และเฮียแกเองก็ไม่ค่อยใส่ใจให้ความสำคัญกับเรื่องนี้สักเท่าไหร่ เหมือนยัดใส่มางั้นๆให้ตัวเกมมีครบทุกรสชาติ แอ็คชั่นจึงออกมาดูเก้งก้างเงอะงะ (ลองนึกภาพ ตัวละครแบกของเต็มหลัง ออกแรงเหวี่ยงหมัดฟาดข้าวฟาดของใส่ศัตรูดูสิ) ขณะที่ฉากแอ็คชั่นกันเพลย์ดวลปืนอันมีอยู่น้อยนิด เราก็แทบไม่ต้องคิดอะไรให้มากความเพียงแค่เดินหน้าเล็งๆยิงๆไปเดี๋ยวก็ผ่าน ไม่ได้น่าจดจำเลยสักนิด พูดไปแล้วก็เหมือนกับเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของทาง โคจิมะ ที่คิดจับนำเสนออาชีพที่ดูขัดกับความถนัดช่ำชองของตน ในเมื่อบนโลกใบนี้มันยังเหลืออาชีพอื่นๆอีกตั้งมากมายที่ดูน่าสนใจ มีประเด็นให้น่าเล่น และกลมกลืนเหมาะสมต่อการสืบทอดเจตนารมณ์แฟรนไชส์ Metal Gear Solid มิใช่อาชีพตันไวไปต่อลำบากอย่าง "พนักงานส่งของ" ที่มีสิทธิ์จอดสนิทแน่นิ่งอยู่แค่ภาคเดียว

ห้อมล้อมกันจับ นี่คนนะไม่ใช่งูเหลือม!
"Death Stranding นั้นไม่ค่อยเหมือนกับวิดีโอเกมส่วนใหญ่ที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อสนองต่อมความสนุกของผู้เล่น ตรงข้ามมันกลับดูคล้าย "ไดอารี่เล่มหนา" ที่ทาง โคจิมะ เขียนขึ้นมาเพื่อระบายความในใจถึงเรื่องราวที่ตนต้องประสบพบเจอตลอดหลายปีที่ผ่านมาเสียมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกในการทำงานที่ตนเคยถูก โคนามิ จับแยกขังเดี่ยวตัดขาดจากสังคมภายนอก ความเฉยชาจากการถูกคนไว้ใจหักหลัง และการพเนจรร่อนเร่ตามหาแรงจูงใจในช่วงหลังๆของเขา ทุกอย่างล้วนถูกสะท้อนสอดแทรกอยู่ในผลงานเกมใหม่เกมนี้ ที่เต็มไปด้วยอารมณ์เหนื่อยหน่ายหดหู่ชิงชัง ซึ่งเราในฐานะแฟนคลับคนหนึ่งที่ติดตาม ก็เฝ้ารออยากเห็นวันที่เฮียแกสามารถก้าวผ่านลืมความเจ็บปวดรวดร้าวในอดีต กลับมาเป็นไอดอลคนเดิมที่พร้อมมอบส่งต่อความสุขให้แฟนๆ เพราะหากยังคงขืนทำตัวแบบนี้ต่อไปอาจไม่เหลือใครให้ระบายคลายทุกข์แล้วก็เป็นได้"

เกมการเล่น7
กราฟิก9
เสียง9
ความคิดสร้างสรรค์10
ภาพรวม8.8


ข้อดี : วิวทิวทัศน์โลกร้างกว้างใหญ่สวยตระการ, ดีเทลยิบย่อยรายละเอียดเยอะจนน่าทึ่ง, ฟิสิกส์สิ่งของน้ำหนักสมจริงสมจัง, อุปกรณ์ไฮเทคสุดคูลทำให้การเดินทางกลายเป็นเรื่องสนุก, ตัวละครหญิงงามหยดเด็ดดวง และไอเดียเชื่อมโยงผู้เล่นที่นำไปต่อยอดได้อีกมากมาย
ข้อเสีย : เรื่องราวสับสนชวนงงเข้าถึงยาก, แอ็คชั่นอะไรต่างๆดูงุ่มง่าม, ภารกิจส่งของซ้ำๆเดิมๆวัยรุ่นเซ็ง และฉากต่อสู้อย่างด๋อยไม่ว้าวสมการรอคอย

Shin
สนับสนุนบทความรีวิวโดยบริษัท โซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ ฮ่องกง สาขาสิงคโปร์ (หรือ SIES) และบริษัท Next Generation InnovationNGIN












*ทีมงานผู้จัดการเกม เรียนเชิญผู้อ่านทุกท่านร่วมเป็นแฟนเพจ ManagerGame ทางเฟซบุ๊กเพื่อเพิ่มช่องทางการรับรู้ข่าวสารวงการเกมครับ*

ตัวละครต้องดูลึกลับ ตามสไตล์ถนัดเขาแล

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ร่นเวลาขนส่งได้มาก หากตรงนั้นมีถนนให้ใช้อะนะ

เดินทางมาเหนื่อยๆต้องจัด 3 กระป๋อง หัวใจวายช่างมัน!

งานหนักอุปสรรคเยอะขนาดนี้ ให้บุพการีมาทำเถอะ

ระเบิดครั้งมโหฬาร มันเกี่ยวยังไงต้องติดตาม

เครื่องแบบพนักงานคละสี เหมาะกับงานคนละด้าน

รับงาน-ส่งของผ่านเครื่อง Terminal พวกเอ็งไม่คิดจะออกมาดูโลกกันบ้างเลยหรอ?

ช่วยกันสร้างคนละไม้คนละมือ เพื่อโลกของเราที่น่าอยู่

งานเสร็จแล้วก็รับดาวกันไป ใครใช้โค้ดส่งฟรีมีเคือง

ฉากวิวสุดแจ่มว้าว

แต่ต้องมาเสียอารมณ์เพราะพวกเอ็ง!

ใจจริงอยากลงภาพมากกว่านี้ แต่ โคจิมะ เขาสั่งไว้


กำลังโหลดความคิดเห็น...