“เมย์ วาสนา” เคลียร์ดรามา “จริยธรรม” ในการทำธุรกิจ แจงออกมาโพสต์เพราะอยากเป็นกระบอกเสียง และยกระดับอุตสาหกรรม รับงง “อูน ชนิสรา” โพสต์โยงแบรนด์อื่น ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องของตน เสียใจโดนโยนสินค้าทิ้ง-บอกเลิกกินเถอะ มั่นใจซื่อสัตย์และจริงใจกับผู้บริโภคมาก โอดอยู่วงการนี้มา 20 ปี ไม่เคยเจอแบบนี้ และไม่เคยมองใครเป็นคู่แข่ง เตรียมดำเนินการตามกฎหมาย เพราะสร้างความเสียหายให้แบรนด์ อัปเดตยอดหนี้ “ดิว อริสา” ยังเหลือเท่าเดิม เชื่อกำลังพยายามหาเงินมาคืนอยู่
จากกรณีที่ “เมย์ วาสนา อินทะแสง” ได้ออกมาโพสต์ถามถึงเรื่องจริยธรรมในการทำธุรกิจ หลังมีอินฟลูฯ คนหนึ่งทำคลิปรีวิวสินค้า โดยได้เปรียบเทียบคอลลาเจน 2 ยี่ห้อ ว่าสรรพคุณไม่เท่ากัน ก่อนจะโยนผลิตภัณฑ์ของเมย์ทิ้ง พร้อมใส่ข้อความว่า “เลิกกินเถอะ กับคอลลาเจนที่ไม่จริงใจ” ก่อนจะปักตะกร้าสินค้า ซึ่งงานนี้ “อูน ชนิสรา” เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ถูกอวย ก็ได้เข้าไปคอมเมนต์ขอบคุณใต้คลิปดังกล่าวด้วย เลยเป็นหนึ่งเหตุผลที่เมย์ตัดสินออกมาโพสต์
ซึ่งหลังจากเมย์ได้ออกมาโพสต์ ทางฝั่งอูนก็ออกมาร่ายยาวถึง “จริยธรรม” ในการทำธุรกิจเช่นกัน แต่ก็กลายเป็นดึงบุคคลที่สาม เข้ามาร่วมในดรามานี้ด้วย เนื่องจากอูนได้พาดพิงถึงแบรนด์ GlassyX ของ “เกรซ” ที่เป็นลูกค้าโรงงานของเมย์ ในกรณีใช้ชื่อซ้ำกัน จนมีการฟ้องร้องขึ้นศาล ก่อนยืนยันว่าไม่เคยบรีฟหรือจ้างใครทำคลิปดิสเครดิต และส่วนตัวจะเข้าไปเมนต์ขอบคุณหมด ไม่ว่าลูกค้าจะรีวิวว่าชอบหรือไม่ชอบ แต่จากนี้จะระวังเรื่องคอมเมนต์มากขึ้น พร้อมขออภัยที่ทำให้ไม่สบายใจ
ดรามา “อูน ชนิสรา” จะไปจบลงตรงไหน? จากไม่ไปเลือกตั้ง สู่เกาเหลาหม้อใหม่ “ไร้จริยธรรม”
ถามกลับไม่ได้เหรอ? “อูน ชนิสรา” พูดแล้ว ขุดเรื่องอดีตมาพูดทำไม? หลัง “เกรซ” คู่กรณีงง! เอ่ยถึงฉันทำไม
ล่าสุด วันนี้ (13 ก.พ.) ได้เจอ เมย์ วาสนา ในงาน “BioActive+ Gluta Land” ที่ EveandBoy The Underground Siam Square One เจ้าตัวก็ได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้น พร้อมอัปเดตเรื่องหนี้สินของ “ดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์” ว่าตอนนี้ยังไม่ได้คืน แต่ก็ยังไม่เลยกำหนด 1 ปี ที่ตกลงกันไว้
“จุดเริ่มต้นมันก็เกิดจากมีอินฟลูฯ ท่านหนึ่ง ลงคลิปในติ๊กต๊อก น่าจะได้เห็นกันบ้างแล้วใช่ไหมคะ คลิปนั้นลงไป ก็มีคนส่งมาให้เยอะ ส่วนตัวเองที่ออกมาโพสต์เลย ไม่ได้แค่ตัวเองนะคะ ในฐานะแบรนด์ แน่นอน ไม่สนับสนุนในการด้อยค่าผลิตภัณฑ์ ไม่สนับสนุนในการที่อินฟลูฯ KOL ต่างๆ ที่จะได้รับรีวิวฟรีหรือจ้างก็ต่างแต่ ไม่ควรจะทำรีวิวในลักษณะนี้ ในส่วนตัวของเมย์เอง ไม่ใช่แค่ตัวเองค่ะ คือแทนเป็นกระบอกเสียง
สมมติแบรนด์นี้มันเกิดจากแบรนด์เล็กๆ แบรนด์ SME กระบอกเสียงมันก็คงไม่มากพอ แล้วถ้าปล่อยไป มันก็จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ซึ่งเรารู้สึกว่าการด้อยค่า โยนผลิตภัณฑ์ของคนอื่นทิ้ง การบลัฟต่างๆ เลิกกินสิ่งนี้ เลิกเถอะ กับความไม่จริงใจ คือทุกอย่างมันเป็นการตลาดเชิงลบ มันเป็นการตลาดแบบขัดแย้ง เชิงไม่สร้างสรรค์ เอาง่ายๆ ถ้าทุกคนเห็น ทุกคนก็คงรู้ว่าอันนี้คือจุดเป้าหมาย
ทีนี้ในส่วนของที่เมย์พูดถึงเจ้าของแบรนด์ คุณคอมเมนต์ โอเค อาจจะขอบคุณ เข้าใจได้ แต่พอมันเกิดการแชร์หรือรีโพสต์ เมย์รู้สึกว่า แปลว่ามันทำให้เราคิดได้ว่าสิ่งนี้คือการสนับสนุน เห็นด้วยหรือเปล่า โอเคไหม อันนี้ก็ไม่แน่ใจ แต่ว่าพอมันแชร์ มันเลยทำให้รู้สึกว่า เขาเห็นด้วยกับสิ่งนี้ ก็เลยพูดถึงว่า…แล้วมันที่สำคัญคือมันปักตะกร้า แปลว่ามันคือธุรกิจแล้ว
ก็เลยรู้สึกว่านี่คือจริยธรรมทางธุรกิจ ที่เรารู้สึกว่ามันไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทยและในสังคมเรา ทั้งวงการอินฟลูฯ หรือวงการไม่ว่าจะธุรกิจไม่เกี่ยวกับการเสริม เครื่องสำอางนะคะ จะรีวิวอะไรก็ตามแต่ เรามีสิทธิ์เปรียบเทียบ เปรียบเทียบได้เลยแต่ไม่ควรจะด้อยค่าผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ หรือเป็นสิ่งของหรืออะไรใดก็ตามแต่ เมย์ว่ามันเป็นการไม่ให้เกียรตินะคะ คือส่วนตัวก็มีสินค้าไปต่อ ไม่ได้ไปต่อ มันคือเรื่องปกติ เราสามารถแสดงความคิดเห็นได้”
ไม่เคยรู้จักทั้ง “อูน” และอินฟลูฯ คนดังกล่าว เป็นการส่วนตัว
“ทั้งเจ้าของแบรนด์ และอินฟูลฯ เมย์ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวนะคะ ก็ไม่เคยรู้จักเลย แต่ก็เห็นว่าเขาลบคลิปแล้ว แต่มันคือดิจิทัลฟุตปริ้นต์นะ มันเต็มไปหมดเลย ลบไปมันก็เห็น
เห็นที่ “อูน” ชี้แจงแล้ว และไม่ได้อยากพาดพิง แค่อยากเป็นกระบอกเสียง ยกระดับอุตสาหกรรมในธุรกิจนี้
“จริงๆ เมย์ไม่อยากจะพาดพิง เพราะจุดหมายปลายทางเป้าประสงค์ ถ้ารู้จักเมย์นะ เรื่องมันร้อยแปดพันเรื่องมากในชีวิต ไม่ชอบเลยเรื่องดรามา แต่ถ้าเมย์ไม่เป็นกระบอกเสียงครั้งนี้ จริงๆ เหตุการณ์มันเคยมีนะคะ แต่คนที่ออกมาพูด มันไม่ได้มีกระบอกเสียงเพียงพอ ที่อยากจะยกระดับอุตสาหกรรมของพวกเราให้มันดีขึ้น เพราะฉะนั้นนี่คือเป้าหมายปลายทาง ส่วนการที่จะมาพูดถึง 1-3 ประเด็น เราโฟกัสที่ประเด็นนี้ อันอื่นมันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเมย์เลย ไม่มีเรื่องอะไรที่มาเกี่ยวกับเมย์ ก็เลยรู้สึกไม่อยากจะกล่าวถึงหรือพาดพิง ที่ไม่ใช่เรื่องของตนเอง
เผยอินฟลูฯ มีทักมาขอโทษ บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ
“ตัวคุณอินฟลูฯ ได้ติดต่อเข้ามาทุกช่องทางเลย เพื่อเข้ามาขอโทษ ก็เห็นข้อความในความเจตนานะคะ มีลงเมย์เห็นแล้วในการที่เขาโพสต์ในติ๊อกต๊อก ว่าขอโทษ แล้วก็มีทักข้อความมาหลายช่องทาง ก็เห็นแล้วนะคะ ก็ตอบรับทราบข้อความ คืออารมณ์ประมาณว่าเหมือนไม่ได้ตั้งใจและเจตนา แต่มันไม่ใช่ไลฟ์นะคะ ส่วนตัวเรารู้สึกว่ามันคือคลิปวิดีโอ มันมีการทบทวน มันมีข้อความที่สะท้อนได้ชัดเจนถ้ามันเป็นการไลฟ์ มันอาจจะแบบตกใจ ไม่ได้ตั้งใจ ความคิดส่วนตัวนะ แต่คลิปมันถูกการทบทวน ถูกการตัดต่อมาแล้ว”
ไม่รู้จงใจหรือไม่จงใจ แต่เหตุมันเกิดขึ้นแล้ว
“รู้สึกว่ามันเกิดแล้วละกัน ไม่แน่ใจว่าจะจงใจหรือไม่จงใจ แต่สำหรับส่วนตัวรู้สึกว่าเหตุมันเกิดขึ้นมาแล้ว แล้วมันก็เป็นดิจิทัลฟุตปริ้นต์แล้ว และในวงการมันก็กลายเป็นโอ้โห เต็มไปหมดเลยอะไรอย่างนี้ค่ะ
ยันไม่เคยรู้จักหรือมีปัญหากับ “อูน” มาก่อน
“ไม่เคยรู้จัก คือไม่เคยเจอหน้ากัน ไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัว รู้ว่าเขาชื่อนี้ แต่ไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว ไม่เคยมีประเด็นกันด้วยค่ะ ไม่เคยรู้จักเลย”
เรื่องปัญหาธุรกิจ เป็นเรื่องของลูกค้าที่โรงงาน ไม่เกี่ยวกับตน
“โนค่ะ เหตุการณ์นั้นเป็นเหตุการณ์ของลูกค้าของโรงงาน เมย์ผลิตแบรนด์ประมาณ 3,000 กว่าแบรนด์ ก็จะมีลูกค้าผลิตที่โรงงาน ก็รู้ว่ามีประเด็นกัน แต่เขาก็จบกันไป 4 ปีแล้ว แล้วไม่มีใครแพ้ชนะ ก็คือเหมือนถอยกันคนละก้าว แล้วก็จบกันแบบเรียบร้อย ก็เป็นการไกล่เกลี่ยกัน
ยอมรับมีงงที่ “อูน” ยกเคสนี้ขึ้นมาพูด ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องของตน
“จริงๆ มันคนละทาง คนละเรื่อง งงมาก (หัวเราะ) ก็งงค่ะ ไม่รู้ประเด็นนี้มันมายังไง (คนมองว่าเขาเบี่ยงประเด็น?) อันนี้แล้วแต่วิจารณญาณ คนก็อาจจะพูดถึง มันก็คนละเรื่อง ถ้าส่วนตัวก็คือมันคนละเรื่อง ก็งงอยู่ ถามว่าโฟกัสที่อะไร เมย์โฟกัสที่คลิปนี้ KOL อินฟลูฯ และการรีโพสต์ การคอมเมนต์ ที่เรารู้สึกว่าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้จริงๆ เอาตรงๆ นะ สมมติเราลองนึกภาพ ว่าเราเป็นเจ้าของแบรนด์ SME แล้วเงินทั้งหมดในชีวิต ฉันตั้งใจทำสิ่งนี้มามากๆ คุณยังไม่ได้ลองผลิตภัณฑ์อื่นๆ เลย แต่ว่ามันเกิดเหตุการณ์แบบนี้แล้วกัน เขาอาจจะเจ๊งไปเลยก็ได้นะ แล้วผู้ประกอบการณ์ที่ไม่มีโอกาสได้มาพูด เมย์ว่าไม่ควรเกิด”
สร้างความเสียหายให้กับแบรนด์และพาร์ตเนอร์
“แน่นอนค่ะ มันเสียหายอยู่แล้ว เอาง่ายๆ แบรนด์เราเป็นแบรนด์นิวซีแลนด์ เป็นแบรนด์โกลบอล เรามีพาร์ตเนอร์ พาร์ตเนอร์ยังงงเลย พาร์ตเนอร์ทำธุรกิจมา 40 ปี มันกระทบอยู่แล้ว เพราะว่าการที่ KOL ท่านหนึ่งพูดให้ข้อมูลต่างๆ มันคือการให้ความรู้ แล้วก็พูดในมุมมอง ส่วนสำคัญคือเราต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่เราก็ต้องเลี่ยงไม่ได้ เวลาเกิดการกดในตะกร้า เราก็ได้ผลประโยชน์ ถูกไหมคะ แต่เวลาเกิดความเสียหายเชิงกว้าง มันก็ต้องตามกระบวนการเลย”
แจงเรื่องส่วนประกอบโอเวอร์โดส แต่ละสูตรให้ผลลัพธ์ต่างกัน
“จริงๆ เรื่องนี้อย่างที่เมย์เคยอธิบายไปในคลิปนะคะ ว่ามันไม่เกี่ยวว่าโอเวอร์โดสหรือไม่โอเวอร์โดส แต่ในแต่ละสูตรมันแตกต่างกัน ยกตัวอย่างถ้าจะต้องที่ลึก สมมติเรากินยาเม็ด มีงานวิจัยอยู่แล้วค่ะมันมี Bio Activity อยู่แล้ว ว่ากินยาเม็ดถ่ายออกมาเป็นเม็ด การดูดซึม การให้ผลลัพธ์แตกต่าง สุดท้ายผู้บริโภคจะเป็นผู้ตัดสินว่ารักหรือชอบ และได้ผลลัพธ์สิ่งใด เรามีหน้าที่ยกระดับผลิตสินค้าให้ดีให้กับผู้บริโภค เรามีหน้าที่ในการส่งมอบคุณค่า ที่แต่ละแบรนด์จะส่งมอบให้กับลูกค้า แต่ตัวเราไม่ควรจะลดคุณค่าแบรนด์อื่น อันนี้คือสิ่งที่รู้สึกว่ามันควรจะต้องเป็น”
ไม่ห่วงถ้าต้องโดนตรวจสอบผลิตภัณฑ์ เพราะมีใบรับรอง และส่งออกตามมาตราฐานระดับโกลบอล
“ไม่ห่วง คือจริงๆ เมย์เป็นโรงงานที่ส่งออกอเมริกา ส่งออกโกลบอลอยู่แล้ว เรามีใบรับรองที่เรียกว่า Global Standard แล้วเราเป็น Holistic Supply Chain เราเป็นต้นน้ำโรงงาน เรามี Beyond คือความ R&D จากต่างประเทศ R&D ของนิวซีแลนด์ตรวจสอบด้วย เราให้มากกว่ามาตราฐานทั่วๆ ไปอยู่แล้ว ซึ่งทุกล็อตเรามีผลตรวบแล็บ แล้วก็ผลลัพธ์ เมย์ว่า 7-8 เดือน 1.5 ล้านกล่อง เกือบ 2 พันล้านกล่อง มันไม่ใช่โชคชะตานะ แต่มันคือผู้ใช้จริง ที่เขาซื้อซ้ำและเห็นผลลัพธ์มากๆ และเราควรสนับสนุนสิ่งนี้ให้มันขับเคลื่อนิไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไหน แบรนด์ประเทศไทยิหรือว่าแบรนด์ที่คนไทยทำ โดยเฉพาะคนไทยอะ เมย์ว่ามันควรจะร่วมกัน”
หลังจากนี้จะปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย
“ก็เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย เพราะว่าเหตุมันเกิดไปแล้ว เมย์เองไม่ได้มีคนตัดสินใจคนเดียว เรามีบอร์ด บอร์ดนิวซีแลนด์ บอร์ดในทีม เขาก็ลงความเห็นกันว่ามันกระทบ อย่างที่บอกว่า Value ของบริษัท Branding ไม่ใช่แค่ประเทศไทย มันคือ โกลบอล เพราะฉะนั้นเรามีพาร์ตเนอร์ และสิ่งนี้มันก็เกิดขึ้นไปแล้ว ดังนั้นเนี่ยเมย์ไม่ได้ตัดสินใจคนเดียว แต่การตัดสินใจของบอร์ดเนี่ย ก็คือเป็นกระบวนการทางกฎหมาย”
กำลังร่างข้อกฎหมายอยู่ ยังไม่รู้จะฟ้องใครบ้าง
“อันนี้เขากำลังร่างทั้งหมดอยู่ค่ะ ก็เดี๋ยวรออีก มันยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายอยู่ เพราะว่าเรื่องมันก็เพิ่งเกิด อินฟลูฯ ยังไงคงต้องดำเนินกระบวนการ ส่วนอีกท่านหนึ่ง ก็ถ้ามีอะไรที่เป็นผลกระทบเชิงลบ ใช้คำนี้ละกัน ก็ทำไปตามกระบวนการ แต่ถ้าไม่มีอะไร ก็ไม่น่ามีอะไรกัน ส่วนตัวตัวเมย์จริงๆ เมย์พูดน้อยมาก แต่มันไม่ได้จริงๆ มันข้ามไม่ได้ ถ้าเราข้ามอะแปลว่ามันผลกระทบมันเยอะ ไม่อยากให้เหตุการณ์นี้มันเกิดอีก แล้วเกิดขึ้นจนเป็นเรื่องที่อินฟูลฯ น้องเจนใหม่ทำบ้าง เพราะทำแล้วลบ ไม่เกิดอะไรขึ้น เดี๋ยวก็มีคนทำอีก”
เสียใจกับคำพูด “เลิกกินเถอะ กับคอลลาเจนที่ไม่จริงใจ”
“นั่นนะสิ เสียใจนะ ถ้าในส่วนตัวก็รู้สึกเสียใจ แต่ถ้าในส่วนรวมเลย รู้สึกว่าอะไรคือไม่จริงใจ (หัวเราะ) คือเรามั่นใจว่าเราทำทุกอย่าง คือเมย์อยู่ในวงการมานานมาก ความซื่อสัตย์และจริงใจเนี่ย ทุกคนน่าจะเห็น จากหลายๆ อย่างของเมย์ คือที่สุดคนหนึ่งที่จะทำได้แล้ว ด้วยนิสัยส่วนตัวนะ ถ้าไปถามเพื่อนสักหนึ่งร้อยคน คำแรกก็จะบอกพี่เมย์ใจดีกับจริงใจ อันนี้คือเหมือนนามสกุลของ เมย์ วาสนา ไปแล้ว เพราะฉะนั้นเนี่ยเมย์ว่าเมย์ทำทุกอย่างด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจเสมอมา แต่ว่าพอสิ่งนี้มันเกิดขึ้น ก็รู้สึกแหละ ก็กระทบเลยแหละ ไม่งั้นก็คงไม่โพสต์”
กลัวส่งผลกระทบกับการตัดสินใจของผู้บริโภค บางคนอาจจะไม่กล้าซื้อกิน
“แน่นอน อันนี้ต้องบอกตรงๆ ว่าแน่นอนสุดๆ คือมันแน่นอนอยู่แล้วเวลาเจอสิ่งนี้ไป คนผ่านไปผ่านมาแล้วเห็น แล้วไม่ได้เข้าใจทั้งหมด การคิดรูปแบบของการทำ Drop and Drink มันไม่ได้ได้มาง่ายๆ มันเป็น Innovation การ Absorption การตรวจเลือด เราไปตรวจเลือดที่ญี่ปุ่นกันมา เรื่องของการดูดซึมของแต่ละบุคคล อันนี้ก็เป็นส่วนสำคัญมากขององค์ประกอบสินค้า แล้วเราดีไซน์ออกมา และทำงานวิจัยสินค้าด้วย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำกับมหิดลและทำกับต่างประเทศด้วย จริงๆ เป็นคนที่ลงทุนเรื่องนี้เยอะมาก”
หลายคนมองเป็นเรื่องของคู่แข่งทางธุรกิจดิสเครดิตกัน แต่ส่วนตัวไม่เคยมองใครเป็นคู่แข่ง เพราะแข่งกับตัวเองก็เหนื่อยแล้ว
“จริงๆ คู่แข่งทางธุรกิจ ถ้ายกตลาดในกลุ่ม Global Market มันมีอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ ส่วนตัวเองเลย ไม่เคยมองใครเป็นผู้แข่งนะคะ มองว่ามันเป็นอะไรที่เราต้องพัฒนาขึ้น พัฒนาในแง่ของ Content พัฒนาในแง่ของ Value พัฒนาในแง่ของการให้องค์ความรู้ ไม่ได้เคยคิดจะแข่งขันกับใคร แข่งกับตัวเองก็เหนื่อยแล้ว ส่วนตัวไม่มองแบบนั้น เพราะรู้สึกว่าเราแข่งกับตัวเองก็เหนื่อยแล้ว แล้วก็ธุรกิจมันเหมือนเป็นการพัฒนาตัวเองมากกว่า ส่วนตัวไม่ได้ค่อยเมนชั่นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อื่นใดๆ ค่ะ”
ความเสียหายของแบรนด์ มันมีมูลค่ามหาศาล
“ภาพที่ชัดที่สุดคือ Branding มีการคือ BioActive+ เป็น Branding ที่ดีมากๆ จริงๆ อย่างที่พี่ๆ เห็น เราปฏิวัติวงการจริงๆ มันไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มานานมากๆ ในวงการ จริงๆ คู่แข่งมีเยอะมากเลยนะคะ ที่ออกแบบคล้ายๆ กัน พลิกหลังกล่องเราสูตรคล้ายๆ กันเลย เหมือนก๊อบปี้ออกมา พอพลิกหลังกล่อง อ้าวเราออกมาแล้ว แต่เราเข้าใจธุรกิจ เราเข้าใจทุกคนว่าเป็นยังไง มันเป็นเรื่องปกติในธุรกิจเมย์เข้าใจได้ แต่ว่าใดๆ คือหน้าที่เรา เราต้องขับเคลื่อนแล้วก็ผลักดัน แล้วก็โฟกัสที่ตัวเอง ความเสียหายมันคือแบรนด์ มูลค่าแบรนด์ดิ้งของ BioActive+ มันมหาศาลนะ”
ไม่ได้เครียด แต่เรื่องยอดขายยังประเมินไม่ได้ ขอบคุณลูกค้าให้กำลังใจ
“จริงๆ ไม่ได้เครียดนะ แต่ว่าส่วนตัวไม่ได้อยากจะไปคอมเมนต์ หรือว่าพิจารณ์อะไรกับเรื่องพวกนี้ เรื่องมันเยอะพอมันเกิดเรื่องเนี่ย พอมันต้องมานั่งที่แจ้งอะไร มันทำให้มีตติ้งก็ต้องเลื่อน มีงานต้องทำเยอะมากค่ะ ก็ไม่ถึงขนาดว่าเครียด ก็ปล่อยไปตามกับบวนการ แต่เรื่องของยอดขายยังประเมินไม่ถูก เพราะว่าเพิ่งเกิดเหตุการณ์ แต่ลูกค้าน่ารักมาก ในทางกับการเมย์ว่าก็ดีอย่างหนึ่ง คือลูกค้าปกป้อง ลูกค้าจำนวนมหาศาลมาก ที่ออกมาบอกว่ากินอยู่ 20 กล่องไม่เคยกินตัวไหนเลย ไม่เคยกินแบรนด์ไทยเลย กินตัวนี้ ลูกค้าออกมาชื่นชม แล้วก็ให้กำลังใจเยอะมาก อันนี้ก็ขอบคุณมากๆ จริงๆ แล้วก็เพื่อนร่วมวงการ พี่ KOL หลายคนแบบเป็นอินฟลูฯ มา 15 ปีไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกัน ไม่เคยทำนะ ก็รู้สึก โอเค มีกำลังใจ”
ไม่ฝากอะไรถึงใคร เพราะโตมากแล้ว ตัดสินใจอยู่นาน กว่าจะโพสต์ออกไป
“ไม่ขอเมนชั่นละกัน เพราะเมย์ว่าเราโตมากแล้ว เราเป็นนักธุรกิจ การที่ใช้โซเชียลหรืออะไรต่างๆ ที่มันเป็นทางลบ ที่มันเป็นประเด็นไปเรื่อยๆ ส่วนตัวไม่ได้อยากทำ แต่ไอ้โพสต์หนึ่งโพสต์ที่เมย์จำเป็น เพราะถ้าไม่ทำ มันจะเกิดอีก ไม่ได้คิดถึงตัวเอง แต่คิดถึงวงการ ถ้าเป็นลูกเมย์ทำแบบนี้ เมย์ก็จะตี แล้วก็อบรม ถ้าเป็นลูกเมย์ทำสิ่งนี้ เมย์จะไม่ปล่อยผ่านแน่ๆ ดังนั้นเรารู้สึกว่า เราต้องบอกกับสิ่งที่เรารู้สึก เราต้องพูด คือไม่พูดรู้สึกว่าข้ามไม่ได้ ตัดสินใจอยู่ว่าข้ามไม่ได้ เพราะว่าคนมันโพสต์มาเรื่อยๆ ตอนแรกมันก็แบบคนเห็นไม่เยอะ พอเริ่มเห็นเยอะ แล้วแชร์กันมาก โอเคมันข้ามไม่ได้แล้วแหละ พอเรื่องราวออกไป ปรากฎว่าคนในวงการเกิดเคยมีเหตุการณ์เหล่านี้บ้าง แต่ไม่เคยเกิดเรื่องนี้ ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีค่ะที่ได้ยกระดับอุตสาหกรรม เมย์ว่านะ”
การโยนกล่องเป็นการกระทำที่ไม่น่ารัก และเป็นการด้อยค่าสินค้า
“จังหวะโยนกล่องเหรอ ไม่น่ารัก ถ้าถามส่วนตัวก็คือไม่น่ารักเลย ไม่รู้จะพูดคำว่าอะไร แต่ว่าไม่น่ารักนะ มันด้อยค่าสุดไปเปล่า ถามว่าหลังจากนี้เราจะโพสต์อะไรอีกไหม ก็อาจจะมีสรุปหลังจากวันนี้สักหนึ่งโพสต์ แค่นั้นค่ะ แต่ว่าโดยส่วนตัวไม่ทำอะไรที่เชิงลบ คงจะแค่เป็นสิทธิ์ในส่วนพื้นที่ตัวเอง ดีแคร์แล้วก็ชี้แจงในส่วนที่ผู้บริโภคอยากทราบ ไม่อยากไปกระทบอะไร แต่ว่าสิ่งที่มากระทบเรา เรามีหน้าที่ต้องปกป้องตัวเรา และปกป้องแบรนด์ และปกป้องคนอื่นๆ ที่ถือโอกาสว่าตัวเองเป็นกระบอกเสียงหนึ่งกระบอกเสียง ให้คนอื่นๆ ด้วย อันนี้คือเป้าหมาย”
อยู่วงการนี้มา 20 ปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้
“ไม่เคยค่ะ ไม่เคยเลย ทำงานมาก็ 20 ปีแล้วนะ อยู่มาหลายบริษัท เป็นหลายอย่างก็ยังไม่เคยเจอแบบนี้”
คาดถ้าอีกฝ่ายจะติดต่อมา คงติดต่อมาแล้ว
“เมย์ว่าถ้าคิดว่าจะติดต่อ ก็น่าจะติดต่อกันมาแล้วแหละ ก็ให้เป็นไปตามการทางกฎหมายไปดีกว่า คือถามว่าโอเค มันไม่ไปก็ได้นะ แต่เมย์เชื่อว่าถ้าไม่ไป มันจะเกิดอีก คนอื่นจะเกิดขึ้นได้อีก แล้วเหตุมันไปแล้ว ความเสียหายมันมีแล้ว”
อัปเดตเรื่องเงินของ “ดิว อริสรา” เชื่อว่าน่าจะพยายามหาเงินมาคืนอยู่
“น้องน่าจะพยายามหาเงินอยู่ ก็ยังไม่ได้คืนค่ะ มันยังอยู่ในเวลาไทม์ไลน์ 1 ปี น้องก็น่าจะพยายาม ก็เห็นช่วงนี้รับงาน น่าจะแบบโอเคแล้ว ตอนนี้ยอดก็เหลือเท่าเดิมค่ะ กี่เดือนแล้วก็จำไม่ได้ แต่ว่าหลายเดือนแล้ว น่าจะ 5-6 เดือนแล้ว จริงๆ บอกว่าจะผ่อนทยอยเป็นงวดแหละ แต่ก็มีระยะเวลาคือ 1 ปี ยังไม่เลยค่ะ ก็ให้ทนายติดตามอยู่ แต่ว่าก็ได้ยินว่าน้องเขาพยายามอยู่ เขาบอกจะมาใช้พี่เมย์ก่อน มันอาจจะมีหลายทาง คิดว่าเขาก็น่าจะพยายาม ก็เป็นการที่ทนายคุยกับทนายค่ะ”
ไม่เผื่อใจว่าจะไม่ได้เงินคืน เพราะมีกรอบกฎหมายอยู่
“ไม่เผื่อค่ะ เพราะว่ามันมีกรอบกฎหมายไง เมย์เชื่อว่าน้องจัดการได้ แต่ว่าเขาอาจจะแบบว่าอันไหนเร่งก่อนเราก็ให้พื้นที่ในการจัดการ ไม่งั้นมันจะเป็นคดีความอาญากันอีกไง ถ้าเราไม่ดำเนินก็จะเป็นปัญหาอีก เพราะฉะนั้นมันเผื่อไม่ได้อยู่แล้ว ยังไงเขาก็ต้องชำระแหละ ในความสามารถน้อง เมย์ว่าน้องทำได้ ตอนนี้เราก็ทำอย่างอื่นก่อน เรามีหลายอย่างต้องทำ เรามีลูกเยอะ ลูก 500 กว่าคน พนักงานเยอะ ก็เลยต้องสู้”
ส่วนตัวยังไม่ได้คุยกัน แต่ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันแล้ว
“ไม่ได้คุยเลย ไม่มีปัญหานะ จริง ๆ คุยได้ โอเคหมดแล้ว เพราะเห็นน้องก็ตั้งใจกลับมาทำงาน เมย์ไม่มีปัญหาเลย ก็พอเห็นบ้างว่าเขาเปลี่ยนเป็นตัวเองหลายอย่าง เมย์ว่ามันก็เป็นสิ่งที่ดีนะ เป็นทิศทางที่ดีค่ะ ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ก็เป็นสิ่งที่ดีที่เขาได้ปรับปรุงตัวเอง
เชื่อต้องได้เงินคืนครบ
“ต้องครบสิ อย่างที่บอกค่ะว่ามันมีกรอบสัญญา ถ้าไม่ครบมันจะเป็นคดี ดังนั้นเมย์เชื่อว่าควรจะต้องได้ครบ เพราะว่าพอมันเป็นคดี เชื่อว่าทั้งคู่ไม่อยากมีปัญหาแล้ว แล้วก็ศักยภาพและความสามารถของน้อง ณ วันนี้ ก็เห็นน้องได้เริ่มโอกาสในการกลับมาทำงาน เชื่อว่าน้องได้รับโอกาสมากมายเข้ามาแล้ว คิดว่าเขาจุดการปัญหาได้แน่นอน”


