หลังจากที่ “เมย์ วาสนา อินทะแสง”ออกมาโพสต์ถาม “จริยธรรม” ในการทำธุรกิจ กับการรีวิวสินค้าของอินฟลูฯ คนนึง ที่โยนผลิตภัณฑ์ยี่ห้อนึงทิ้ง เพราะสรรพคุณไม่เท่ากัน จน “อูน ชนิสรา” ร่ายยาว ว่าด้วย “จริยธรรม” ในการทำธุรกิจ แต่ก็กลายเป็นดึงบุคคลที่สามอย่าง “เกรซ” เข้ามาร่วมในดรามานี้ เพราะในข้อ 2 ”จริยธรรมในการทำธุรกิจ“ อูนได้พาดพิงถึง GlassyX กับกรณีใช้ชื่อซ้ำกัน ด้านเกรซก็โพสต์ยาวว่า “ไหนว่าจะไม่เอ่ยถึงกัน แต่ทำไมถึงยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดทำไม?”
จากนั้น อุน ก็เข้าไปเมนต์ทันที อธิบายในมุมตัวเอง ยืนยันว่าจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดี
“จำได้ดีค่ะ แม่นๆ เลย เหตุการณ์ที่ศาลเกิดขึ้น เพราะคุณเกรซ ฟ้องเรา หมายศาลส่งมาที่บ้าน ที่ออกมาพูดเรื่องสินค้าที่ชื่อตรงกัน รวมถึงสรรพคุณทับซ้อน เราเลยฟ้องกลับเรื่องสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า ถึงวันไปไกล่เกลี่ย เราขี้เกียจเอาความ ขอให้โพสต์ขอโทษแล้วเราจะไม่ติดใจ ไม่เรียกค่าเสียหายอะไร แยกย้ายไปทำงาน ทุกวันนี้ก็ไม่เคยดึงชื่อคุณเกรซขึ้นมานะคะ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ทำ ถึงแม้จะมีคำถามและการเมนชั่นถึงก็ไม่เคยพูดชื่อถึงเลย แต่ที่เมนชั่นเพราะคำว่า 'ไร้จริยธรรม' ถูกหยิบมาตั้งคำถามในการทำงานของเราในวันนี้
จากคนเดียวกันที่มีส่วนร่วมในเรื่องที่เคยเจอ ซึ่งทำให้เราสงสัยมาตั้งแต่ตอนนั้นใน ethic ของการทำงาน คือถ้าคุณทำสินค้าที่ชื่อและสรรพคุณคล้ายกัน โดยที่จะบอกว่าไม่รู้เลยว่ามีแบรนด์ชื่อนี้อยู่ในตลาด บอกว่าตนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารเสริม จะให้มั่นใจในจริยธรรมของคนทำเราว่ามันก็พูดยากค่ะ ก็เลยเมนชั่นถึงในด้านจริยธรรม ส่วนที่ตัวแทนคุณขึ้นศาลกัน ก็อธิบายชัดเจนนะคะว่าเป็น ตัวแทน มันคือคดีที่ต่อเนื่องมาจากต้นเหตุเดียวกัน และเราก็เสียหาย”
พร้อมแคปประโยคที่ตนเองเมนต์ใต้โพสต์ของเกรซ ถามกลับว่า ถ้าพูดเรื่อง “จริยธรรม” ในการทำธุรกิจ แล้วทำไมตนเองจะถามหาความถูกต้องบ้างไม่ได้เหรอ?
“เผื่อใครไม่เห็นนะคะ เราไม่เข้าใจว่าเรื่องที่จบไปแล้ว 4 ปีในศาล ทำไมถึง reflect ไม่ได้ แปลกใจที่คนถามว่าข้อ 2 เกี่ยวอะไร เอามาทำไมอยากดิสเครดิตเหรอ สำหรับเราถ้าท้วงติงเรื่องจริยธรรมในการทำธุรกิจ ต้องดูตั้งแต่เปิดบริษัทมั้ยคะ ว่าทำอะไรมาบ้าง จริยธรรมใช้เครดิตเยอะนะในการรักษา กล่าวหากันว่า 'ไร้จริยธรรม' เต็มๆ เลยลองถามกลับไม่ได้เหรอคะ หรือมีแค่คนบางคนเท่านั้นที่ออกมาเรียกร้องความถูกต้องทางจริยธรรมได้ ไม่เข้าใจ”


